7 ความญี่ปุ่นสุดประทับใจ เปลี่ยนคนไม่เคยอยากไป ให้บุ๊คไฟลท์กลับไปอีกครั้ง - CLEO Thailand Online Magazine

7 ความญี่ปุ่นสุดประทับใจ เปลี่ยนคนไม่เคยอยากไป ให้บุ๊คไฟลท์กลับไปอีกครั้ง

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ฉันไม่เคยคิดอยากจะเดินทางไปมาก่อน..

สำหรับคนอื่น ญี่ปุ่นอาจเป็นประเทศโปรดที่ว่างเมื่อไหร่ก็ขอให้ได้เข้าไปพักใจ แต่กับฉันที่กลัวทั้งเรื่องภาษา และเท่าที่ได้ยินมาคือเรื่องความเป็นระเบียบของญี่ปุ่นที่แค่ฟังก็อึดอัดจนจะหายใจไม่ออก แต่ไหนๆ ก็ตั้งปณิธาณว่าจะเดินทางรอบโลก ก็ลองดูสักตั้ง ทิ้งทุกอคติแล้วออกไปทำความรู้จักญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

และฉันก็ได้เจอกับโลกใหม่ โลกที่ไม่ได้มาจากคำบอกเล่าของคนอื่น โลกที่ฉันกำลังตกหลุมรัก

 

เมืองที่เป็นสีเอิร์ธโทน

 

 

เข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาเราอยากได้ภาพฟีลญี่ปุ่นๆ ต้องแต่งสีเอิร์ธโทน ดึง Saturation ต่ำๆ เพราะของจริงเป็นแบบนั้น คุมโทนจนไม่ต้องเปิด Pantone มีแค่ขาว เทา น้ำตาลอิฐและสีเขียวตุ่นๆ อีกอย่างที่เตะตาตั้งแต่แรกเห็นคือการปูกระเบื้องแผ่นเล็กๆ ที่ภายนอกอาคารทั้งหลัง กลายเป็นความญี่ปุ่นที่จะจำติดตาไปอีกนาน

 

 

กลางวันเป็นเอิร์ธโทน แต่กลางคืนประหนึ่งลาสเวกัส เมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์ตก เหมือนเราหลุดมาอยู่อีกโลก  โดยเฉพาะแหล่งช้อปปิ้ง พากันฉายแสงเต็มที่ ทุกอย่างจะดูคมชัดขึ้นมา ได้ฟีลที่แตกต่างเหมือนกันนะ

 

ถนน ฟุตปาธ ทางม้าลาย และเสียงปิ้ว ปิ้ว

 

ประเทศญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าเมืองไทยถึง 2 เท่า มีประชากรมากกว่าเราเท่าหนึ่ง แต่สามารถสร้างถนนหลายเลนได้โดยที่ไม่เบียดพื้นที่อยู่อาศัย ฟุตปาธที่มีทั้งทางเดินและทางจักรยาน ทั้งคู่อยู่ข้างกันได้อย่างลงตัว

สิ่งที่อิมเพรสเราอีกอย่างคือ ทางม้าลายที่ใช้ได้จริงกับเสียงสัญญาณข้ามทางม้าลาย เสียงปิ้วๆ ที่ดังเป็นจังหวะที่เราหลงรัก เสี้ยววินาทีที่เสียงสัญญาณให้ข้ามจะหมดลง ทุกคนหยุดรออยู่ตรงนั้น ไม่มีใครเร่งรีบเพราะรู้ว่าอีกไม่นานเกินรอ เราจะได้โอกาสนั้นอีกครั้ง

 

Universal Design

 

เป็นคนรักความเท่าเทียมเป็นทุนเดิม พอได้มาเห็นอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ของประเทศนี้เรายิ่งประทับใจ ประเทศเล็กๆ ที่ให้โอกาสและทำให้ทุกพื้นที่รองรับทั้งคนปกติ เด็ก คนพิการและผู้สูงอายุ วันหนึ่งเราเห็นคนพิการนั่งรถเข็นขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินคนเดียวได้อย่างสบาย แถมในรถไฟฟ้ายังมีฝั่ง Priority Seat ด้วย ขึ้นไปแรกๆ ไม่รู้ ดูป้ายอีกทีเขินเลย มานั่งตรงนี้ทำไมนะเรา..

 

ระเบียบ (ที่ไม่มี) พัก

 

ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเยอะว่าประเทศนี้เป็นระเบียบ ขนส่งสาธารณะตรงเวลาเป๊ะ และมันจริง! ตรงเป๊ะจนคนชอบผิดเวลาอย่างเรายังอาย กับอีกเรื่องที่ต้องยอมให้เขาคือกฏที่เคร่งครัด โมเม้นต์ที่เห็นชัดสุดคงเป็นตอนที่เราขึ้น-ลงในสถานีรถไฟฟ้า ไม่มีใครลงบันไดฝั่งทางขึ้น ไม่มีใครขึ้นบันไดฝั่งทางลง จนได้แต่สงสัยว่า วิธีหล่อหลอมคนของเขาเป็นยังไงนะ

 

ตู้ ตู้ ตู้กดน้ำ

 

 

เราไปถึงที่นั่นช่วงหน้าร้อนแบบสามารถเป็นฮีทสโตรกได้เลย แต่มั่นใจได้ว่าตัวเองจะไม่มีวันขาดน้ำ เพราะมีตู้กดน้ำอยู่แทบจะทุกที่ มีเยอะขนาดนี้เราก็ไม่พลาดแต่กดในเมืองมันเบสิคไป เดินทางไปทดลองกดตู้น้ำไกลถึงทะเลสาบ Kawaguchiko อ่านไม่ออกเลยได้กระป๋องสีฟ้าสดใสกระป๋องนี้มา เย็นคล่องคอ

 

ถังขยะน้อย แต่ก็ไม่มีขยะ

 

วันแรกที่ไปถึง เราเดินไปเที่ยวในย่านอาซากุสะ แถวๆ วัด Senjoji แล้วต้องตาต้องใจกับร้านไอศครีมร้านหนึ่ง สั่งเสร็จพนักงานรีบบอกเลยว่า ต้องกินที่นี่นะ ยืนข้างๆ ร้านเลย หันไป พรึ่บ คนยืนกินไอศครีมเป็นแถบ จนเก็ทไอเดียว่า ที่นี่เขาไม่เดินกินกัน กินที่นี่ทิ้งที่นี่ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น เราไม่ค่อยเห็นถังขยะวางเกลื่อน คงเพราะเขากินเสร็จที่ร้านและทิ้งที่ร้าน หรือไม่ก็ถือติดมือไว้ เจอที่ไหนค่อยทิ้ง

 

กิมมิคเล็กๆ กับความสนุกที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 

ความสนุกของทริปนี้เริ่มตั้งแต่ตอนที่เราต้องหยอดเหรียญสั่งอาหารด้วยตัวเอง บางร้านมีภาพ บางร้านต้องดูตัวเลขเอาและจะกดดันทุกครั้งที่มีคนมายืนต่อแถว การวิ่งเข้าร้านหมุนกาชาปองในย่าน Akihabara แทบจะทุกร้าน ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ ที่เราเห็นกล่องใส่กระดาษทำนายที่ม้วนอยู่ หยอดเหรีญ 100 เยนลงไปแล้วเอามือล้วงเลย หรือจะออกมาตอนเย็น นั่งฟังคนเล่นดนตรีข้างๆ สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งที่นี่เขานั่งฟังกันเป็นจริงเป็นจังมากๆ

 

เป็นเรื่องตลกดีที่ญี่ปุ่น ประเทศเล็กๆ สร้างความประทับใจให้เราได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ จากคนที่ไม่เคยมีความคิดอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ตอนนี้กลับตาลปัตรไปหมด ได้ทำความรู้จักกับความเป็นญี่ปุ่นด้วยสายตาของตัวเอง เหมือนเดทแรก ที่จะมีครั้งที่สองอย่างแน่นอน..

HOROSCOPE