ขับรถจากไทยไปฝรั่งเศส 7 เดือนกับประสบการณ์ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ - CLEO Thailand Online Magazine

ขับรถจากไทยไปฝรั่งเศส 7 เดือนกับประสบการณ์ที่เงินก็ซื้อไม่ได้

คนธรรมดาขับรถจากไทยไปฝรั่งเศส ขึ้นเครื่องบินใช้เวลาอย่างมากแค่หนึ่งวัน แต่ไม่ใช่กับ บี – ฐิตาภา ประพาศพงศ์ และ Justin Van Colen จากเพจ Wander Bee On Top กับโปรเจ็คยักษ์ในชีวิต ขับรถจากไทยไปฝรั่งเศส ตลอด 7 เดือนที่ต้องฝ่าปัญหาทุกด่าน เจออุปสรรคจนเกือบทำทริปล่ม แต่ยังสู้ต่อจนสำเร็จ ความสนุก มันส์ สุดเหวี่ยงที่แม้แต่เงินก็ซื้อไม่ได้

 

จากคนไม่กล้าเดินทาง มาโร้ดทริปอินดี้กับสุดที่รัก

เห็นว่าบีกับจัสตินจัดโร้ดทริปแบบนี้ แต่บีบอกเลยว่าจริงๆ ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนประเภทที่ไม่กล้าเที่ยวเอามากๆ จนได้มาเจอกับแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส ทั้งคู่วางแผนกันเป็นปี เก็บเงินกันสุดเหวี่ยง “เราใช้งบประมาณไม่เกินห้าแสน เทคนิคในการเก็บเงินคือ จริงๆ เรามีเงินเก็บแค่ประมาณห้าหมื่น แล้วเอาเงินไปลงทุน มันเลยเพิ่มทวีคูณ ประกอบกับที่จัสตินส่งวีดิโอประกวดก็เลยได้เงินมาก้อนหนึ่ง” ในเมื่อเป็นโร้ดทริป สิ่งที่ขาดไม่ได้คือรถดีๆ สักคัน ทั้งคู่ลงทุนซื้อรถ Nissan Terrano รถอายุ 21 ปี ในราคา 180,000 บาท รถคันนี้จะเป็นบ้านของพวกเขาไปตลอดทาง

 

อินเดียสุดโหด ขับน็อครอบ 12 ชั่วโมงไม่หยุด

ทริปนี้ทั้งคู่เดินทางจากแม่สอด จังหวัดตาก ขับไปพม่า แล้วค่อยๆ ผ่านประเทศนู้นประเทศนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ 1 เดือนต่อ 1 ประเทศ จนมาถึงประเทศอินเดีย “วันนั้นที่ Rajasthan เราขับรถไปทะเลทรายกัน ด้วยความที่อากาศร้อนมาก เราขับจนเครื่องร้อน เครื่องยนต์พังแล้วเราก็ติดอยู่กลางทะเลทราย”

วันนั้นแม้จะมีคนเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ซ่อมไม่ได้ “ต้องเอากลับมาซ่อมที่นิวเดลี แล้วระยะทางเกือบ 1,000 กม. เขาก็พยายามสตาร์ทรถให้ติด แล้วบอกว่าถ้าสตาร์ทติดแล้ว ห้ามดับเครื่องเด็ดขาด ตลอด 1,000 กม. ต้องหยุดทุกๆ 10 นาที เพราะเรามีปัญหากับหม้อน้ำ ทุกครั้งที่เทน้ำ มันต้องเทเป็นสิบลิตร เราก็ต้องซื้อแท็งค์น้ำ จอดแวะทุกปั๊มน้ำมัน แล้วเราก็ขับอย่างนั้นน็อครอบ ใน 12 ชั่วโมง เราขับได้แค่ 200 กม.”

 

สุดท้ายทั้งคู่ยอมดับเครื่อง เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติดอีกเลยจนต้องเรียกรถมายก เหล็กพ่วงรถหักสองรอบ “ก็ต้องจ้างรถลาก ขับไปได้ไม่นานเหล็กขาด รถเราก็เริ่มพังแล้ว ก็เลยตัดสินใจจ้างรถลากที่ใหญ่กว่าเดิม เหล็กก็หักอีก ตอนนั้นก็เริ่มเครียดละ เพราะวีซ่าของแฟนก็ใกล้จะหมด หลายๆ อย่างมันกดดันมาก จนสุดท้ายก็เอาขึ้นรถบรรทุก” วันที่ซ่อมรถเสร็จแล้ว เตรียมจะขับออก ก็เจอกลุ่มประท้วงหน้าอู่ซ่อมรถ จนโดนฉีกธงปากีสถาน โดนเจาะยางรถทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้

 

 

ปากีสถานเป็นประเทศที่เรามีเพื่อนเยอะที่สุด

ผ่านความโหดมาแล้ว เจอคนปากีสถานเข้าไปที ทั้งบีและจัสตินหายเหนื่อยเลย “เรากล้าพูดได้เลยว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย เรามีความสุขทุกวัน นับตั้งแต่นาทีแรกที่เจอคนปากีสถาน”

ที่นี่พวกเขาได้เจอมิตรภาพ ความน่ารัก เป็นมิตรของคนที่นี่ และแฟนคลับที่คอยติดตามด้วย “วันนั้นเราอยู่ที่เมืองอิสลามาบาด แล้วก็มีคนส่งข้อความเข้ามา บอกว่าเขารอเราอยู่ เรามารู้ว่าเขานั่งรอเรามาประมาณสามชั่วโมง แล้วก็พูดกับเราว่า ‘ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอเรา เขาก็ไม่ไปไหน และถ้าเราขาดเหลืออะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรืออะไรก็ตาม บอกเขานะ เขายอมขายสิ่งของที่เขามี เพื่อให้เราทำทริปไปให้ถึงที่สุด’

 

ซีนเด็ดเรียลยิ่งกว่าในหนัง ขับฝ่าด่านตำรวจอิหร่าน

จากทริปยาวนาน สุดท้ายบีป่วยจนร่างแทบแหลกที่ปากีสถาน ทั้งคู่ตัดสินใจเดินทางเข้าอิหร่าน เป็นการขับผ่านชายแดนที่ระทึกที่สุดตั้งแต่เดินทางมา “มันเป็นพื้นที่เสี่ยง ทุกครั้งที่เราไปต้องมีตำรวจไปกับเรา ช่วงที่ระหว่างข้ามแดนไปอิหร่าน มันมีจุดเช็คเยอะมาก แต่ด้วยความที่บีไม่ไหวแล้ว แล้วก็มีบางจุดที่ตำรวจช้า เราก็เลยตัดสินใจขับฝ่าด่านตำรวจไปเลย แล้วตำรวจก็ขับตาม อารมณ์เหมือนเราหนีตำรวจ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจเรา” แต่พอตำรวจรู้ว่าบีป่วยหนัก ทุกคนก็ช่วยเหลือกันเต็มที่

 

 

เข้าโรงพยาบาลฟรี คนอิหร่านใจดี๊ใจดี

บีต้องแอดมิดโรงพยาบาลด้วยอาการเท่าที่รู้คือ เธอติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะและไต แอดมิดเป็นอาทิตย์ และไม่มีเงินสดติดตัวสักบาทไว้จ่ายค่ารักษา ทั้งที่ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลถึงสองแห่ง “อิหร่านเป็นประเทศที่ใช้บัตรเครดิตไม่ได้ ต้องใช้เงินสดเท่านั้น เราก็จ่ายไม่ได้เพราะไม่ได้แลกเงินมา โรงพยาบาลชายแดนก็บอกว่าเขาติดต่อกับผู้จัดการ แล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องจ่าย พอไปถึงโรงพยาบาลที่สอง ก็พยายามติดต่อประกัน แต่ปรากฏว่ามีคนมาจ่ายให้อีก โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร แล้วคนที่มาติดต่อจ่ายให้ก็เหมือนเป็นคนอิหร่านด้วย” ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดีอยู่ อิหร่านเลยได้ใจเธอไปเต็มๆ

 

 

การท่องเที่ยว เปิดโลกให้ชีวิต

ตอนนี้บีและจัสตินเดินทางถึงฝรั่งเศสเรียบร้อย ผิดแผนไปนิดเพราะปัญหาเรื่องที่จอดรถในฝั่งยุโรป เลยทำให้อยู่กรีซและอิตาลีได้ไม่เต็มอิ่ม ก่อนหน้าที่จะเดินทาง บีทำเพจ Wander Bee On Top แชร์ประสบการณ์ไว้ พูดภาษาอังกฤษทั้งคลิป “ตอนที่บีคิดจะทำเพจ คนไทยไม่ค่อยนิยมขับรถเที่ยว แต่ถ้าเมืองนอกเขานิยม บีเองก็ไม่ได้ใช้ศัพท์ยาก คนต่างชาติก็จะได้เข้าใจได้ด้วย” บีบอกว่าการได้ออกเดินทางสอนอะไรเธอมากมาย “การเดินทางทำให้เรารู้เลยว่า ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่รู้ ให้เรารู้ว่าในโลกนี้ยังมีอะไรที่ไม่คาดคิดอีกเยอะมาก และอย่าคาดหวังกับอะไรบนโลกใบนี้ ปล่อยให้ทุกอย่างไปตามธรรมชาติ”

 

การเดินทางครั้งนี้ให้อะไรกับบีมากมาย ทั้งอิสระ ความสุข สนุก เธอได้เพื่อนกลับมาพร้อมประสบการณ์ที่คนอื่นไม่มีติดกระเป๋ากลับบ้าน สุดท้ายบีทิ้งท้ายไว้คมๆ ทำเอาเราอยากเก็บกระเป๋าเดินทางตามรอยไว้ว่า มันไม่มีประสบการณ์ดีๆ ที่ได้มากจากเรื่องที่ดี มันจะต้องผ่านความเจ็บปวด ผ่านสิ่งที่ต้องแลกมันมา” 

HOROSCOPE