เลห์ ลาดักห์ 7 วัน 6 คืน ฟินสุดชีวิตในงบไม่ถึง 25,000 บาท! - Cleo Thailand

เลห์ ลาดักห์ 7 วัน 6 คืน ฟินสุดชีวิตในงบไม่ถึง 25,000 บาท!

เลห์ ลาดักห์, เลห์ ลาดักห์ ไปยังไง, เลห์ ลาดักห์ ใช้เงินเท่าไร, เที่ยว เลห์ ลาดักห์, รีวิว เลห์ ลาดักห์

เลห์ ลาดักห์ 

7 วัน 6 คืน ฟินสุดชีวิตในงบไม่ถึง 25,000 บาท!

“ไปอินเดียไปทำอะไรอ่ะ” หลายคนทำหน้าสงสัยเวลาเราบอกว่ากำลังจะไปเที่ยวอินเดีย แล้วพอบอกว่าไป “เลห์ ลาดัก” ยิ่งทำหน้างงไปกันใหญ่ว่ามันคือที่ไหนเหรอ?!  เห้ยยยยยแกร มันต้องไปอะที่นี่ ห้ามทำหน้ายี้เด็ดขาดเพราะวิวสวยมากกกกกก เหมือนสวรรค์ เหมือนโอเอซิสในทะเลทรายลึกลับที่น่าไปตามเช็กอินขั้นสุดดดด

หลังจากหาทัวร์ได้ จองตั๋วทำวีซ่าเรียบร้อย เราเพิ่งเจอข้อมูลว่า สิ่งที่กลัวสุดในทริปคือโรค AMS หรือโรคแพ้ความสูง อาการคล้ายๆ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือปวดหัว แล้วแต่คนจะเป็นเลยอยู่ที่ดวง เพราะที่ๆ เราจะไปคือที่ๆ สูงที่สุดในโลก วัดจากระดับน้ำทะเล 3,000-5,000 เมตร อากาศน้อยและหนาว บางเวลาจะแน่นหน้าอก เวียนหัว ต้องนั่งรถไกล เส้นทางหฤโหด ระหว่างทางต้องกินให้อิ่ม ต้องนอนให้พอ และดื่มน้ำตลอดเวลา ใครเป็นสายเมารถทริปนี้อาจจะไม่เหมาะ เพราะต้องนั่งรถนานทั้งวันทุกวันจริงๆ เวลาอยู่ที่โน่นห้ามวิ่ง ห้ามทำอะไรเร็วๆ เดินช้าๆ ทำอะไรช้าๆ ห้ามเหนื่อยเพราะจะหายใจไม่ทัน

4 แลนมาร์กเด็ด ต้องเช็กอิน

1. ทะเลสาบแปงกอล (Pangong Lake)

ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่และยาวที่สุดในโลก สวยที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

มันคือวิวภูเขา ทะเลสาบ แล้วน้ำใสจนสะท้อนขึ้นมาเหมือนกระจก ลืมไม่ลงไปอีกชาติ

 

2. นูบรา วัลเลย์ (Nubra Valley)

หมู่บ้านที่ถัดออกมาจากตัวเมืองเลห์ ถิ่นนี้จะออกแนวร่มรื่นขึ้นมาหน่อย ตามโรงแรมนิยมปลูกแปลงสวนผักและดอกไม้เยอะๆ ทำให้วิวสวยขึ้นเป็นกอง ถ้าใครอยากได้อารมณ์อาหรับราตรี ให้ไปขี่อูฐที่แคมป์ใกล้ๆ เป็นประสบการณ์ที่น่ารักและสนุกมาก

 

3. แวะเล่นกับเจ้ามามอนท์

ระหว่างทางที่เป็นทะเลทราย จะเจอตัวมามอนท์ยักษ์ที่อาศัยเป็นครอบครัวอยู่ในโพรง ออกมาทักทายนักท่องเที่ยว

ใช้ถุงขนมล่อให้ออกมาถ่ายรูปได้เท่านั้นแต่ห้ามให้อาหารเด็ดขาด

4. นอนดูดาวริมทะเลสาบ

คืนที่แวะนอนใกล้ๆ แปงกอล ตอนกลางคืนสามารถบอกโรงแรมให้ก่อกองไฟให้ได้แล้วออกมานั่งผิงไฟดูดาวกัน

อาหาศหนาวสักหน่อยแต่ทนออกมานั่งสัก 30 นาทีก็คุ้มแล้ว


เตรียมตัวเล็กน้อยก่อนเดินทาง

  • ด้วยอากาศที่แสนจะคาดเดาไม่ได้ ทางที่ดีเอาเสื้อหนาวไปเยอะๆ ฮีทเทค เสื้อกันลม ถุงมือ หมวก แว่นกันแดด ลองจอน ผ้าพันคอ ถุงเท้า ลิปมัน ครีมทาตัวทาหน้า ไดร์เป่าผม เตารีด(อันนี้ไม่ต้องแต่เพื่อนจี้มากเอาไป 5555) เพราะเจอทั้งร้อนทั้งหนาว ป่วยได้ง่ายๆ เลย สลับกันป่วยไปหลายคนมากในกรุ๊ป
  • ยา อันนี้สำคัญเช่นกัน เพราะไม่รู้จะป่วยเป็นอะไร ด้วยสภาพอากาศและเมืองที่เราไม่เคยเจอ ยา Diamox ใช้ปรับความดัน ต้องกินทุกวัน วันละ ¼ เม็ด หรือปรึกษาแพทย์ก่อนกิน เตรียมยาแก้ปวด พารา ยาแก้แพ้ แก้หวัด แก้อักเสบ แก้เมารถ แก้ท้องอืด สารพัดโรค เอาไปเถอะ ได้ใช้แน่ๆ เจอมาแล้วทริปนี้ กินกันไว้ดีกว่า ป่วยแล้วเที่ยวไม่สนุกเลย
  • สำหรับสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มี! มีไวไฟแค่ที่โรงแรมหรือคาเฟ่ ร้านอาหารบางแห่งเท่านั้น ทริปนี้เลยกลายเป็นทริปออฟไลน์ ก็สนุกดีนะ เราได้เสพวิวธรรมชาติจนอิ่ม ไม่ต้องนั่งสไลด์มือถือตลอดเวลา
  • ห้องน้ำ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่พีคที่หลายคนเตือน พยามใส่แว่นตากันแดดพรางความจริงได้บ้างและเลือกห้องที่ไม่มีกลิ่น แต่สภาพก็อย่าไปมองเยอะ บางทีชอบที่จะฉี่หลังพุ่มไม้มากกว่าอีก 5555

เอาเป็นว่าไปเถอะ ขอให้ไป อย่ากลัวลำบาก มันคุ้มเกินบรรยาย ที่บรรยายมานี่แค่ 70% จากความสวยจริงๆ ต้องไปสัมผัสเอง ความอลังการของวิว ธรรมชาติ เรียกว่าไม่อยากหลับระหว่างทางเลย นั่งรถไปเรื่อยๆ ผ่านภูเขาที่เหมือนผ่านชมพูทวีปในตำนานไซอิ๋ว ภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ ทะเลทราย หิมะ และทะเลสาบ จะเรียกว่าเมือง 4 ฤดูก็ไม่ผิด

เมืองน่ารักๆ ที่มีวัวกับลาเดินเล่นสบายใจ คนบีบแตรบนถนนกันแบบเป็นเรื่องปกติและไม่ลงมายิงกัน เป็นเมืองพุทธกับมุสลิมผสมผสานกัน มีท่านดาไลห์ลามะที่ติดอยู่ทุกสถานที่ ธงมนต์สีสดใส ผูกไว้หน้าบ้านและสะพาน มีความหมายว่าให้โชคดีและจงมีความบริสุทธิ์ในใจ ถ้ายังไม่รู้สึกอิ่มใจกับการไปเที่ยว ขอให้จองตั๋วไปที่นี่ กดไปไม่ต้องคิดเยอะ แล้วจะรู้สึกขอบคุณธรรมชาติสวยๆ ที่ยังคงมีให้เราได้สัมผัสได้อยู่ คุ้มค่าเหนื่อยที่สุดแล้ว

 

By Ploynanda

IG: Ploynanda

FB page: นันดาไดอารี่

ภาพ : กล้องฟูจิ Xa-3 เลนส์ 23 f1.4, Iphone x, Cannon และ Huawei P10

 

 

HOROSCOPE