JR PASS ใบเดียว...พาเที่ยวเกาะคิวชูง่ายเว่อร์ที่เมือง Kumamoto-Nagasaki-Fukuoka - CLEO Thailand Online Magazine

JR PASS ใบเดียว…พาเที่ยวเกาะคิวชูง่ายเว่อร์ที่เมือง Kumamoto-Nagasaki-Fukuoka

ชีวิตคือการเดินทาง ถ้าใครติดตามอ่านการเที่ยวเมืองต่างๆ บนเกาะคิวชูที่เราไปด้วยรถไฟ JR มี JR PASS ก็เดินทางได้ไม่ยาก เรียนรู้เส้นทางใหม่ๆ ทำให้เราเก่งขึ้นอีกครั้ง 3 เมืองนี้ก็เช่นกัน ที่จะเดินทางคนเดียวหรือไปกับเพื่อนสาวก็สะดวกราบรื่นทุกๆ วัน

 

ลมทะเล เกลียวคลื่น กับพระอาทิตย์ตก!

จากสถานี JR KUMAMOTO เราสามารถต่อแท็กซี่ โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที มายังท่าเรือ KUMAMOTO PORT เพื่อนั่งเรือเฟอรรี่ข้ามฝั่งไปยัง ท่าเรือ SHIMABARA ของจังหวัด NAGASAKI โดยมีค่าบริการเรืออยู่ที่ 1000 เยนต่อคนต่อครั้ง (ใครที่เช่ารถมาก็สามารถโหลดรถเพื่อข้ามฟากไปด้วยได้นะ ลองดูรายละเอียดค่าบริการได้ที่ https://www.kumamotoferry.co.jp/lang_en/)

ถ้ามาได้ทันขึ้นเรือรอบสุดท้าย เราก็จะได้เจอกับบรรยากาศยามเย็นสุดชิลล์และพระอาทิตย์ตกสุดแสนโรแมนติค บนเรือมีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ มีโค้กขวดลิมิเต็ดของKUMAMOTO ขายด้วยนะ น่ารักมาก จิบน้ำหวานเบาๆ ระหว่างรับไอทะเลเนี่ยฟินสุดๆ เรือเฟอรรี่นี้จะใช้เวลาในการข้ามฟาก ประมาณ 30 นาทีจ้ะ

หยุดพักเติมพลังในรีสอร์ตหรูที่ UNZEN

หลังจากที่ได้เดินทางรอบเกาะคิวชูกันมาหลายที่แล้ว เราก็คงอยากไปพักผ่อนคลายความอ่อนล้าของการเดินทางในสถานที่ที่เงียบสงบแบบไร้การรบกวนจริงๆดูบ้าง UNZEN ONSEN AZUMA-EN เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากพักผ่อนในบรรยากาศสุดหรูที่มีธรรมชาติล้อมรอบ จากหน้าต่างห้องพักเราจะมองเห็นทะเลสาบ OSHIDORI ซึ่งจะมีทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าให้เราได้สัมผัสความสงบแบบลงลึกเข้าไปในหัวใจเลยทีเดียว

มาทั้งที อย่าไปเขินนะ เพราะการได้ปลดเปลื้องร่างกายให้เปลือยเปล่า ลงแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็นและปล่อยใจไปกับธรรมชาติรอบข้าง เป็นความพิเศษที่มีให้สัมผัสเฉพาะในการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นเท่านั้นจริงๆ

 

อาหารชุด KAISEKI ของที่นี่ จัดเต็มหรูหราไม่ใช่เล่นๆ

จากโรงแรมโดยรถรับส่งของโรงแรมประมาณ 3 นาที จะเป็นท่ารถบัสที่เราสามารถขึ้นรถมุ่งหน้าไป สถานีรถไฟ JR NAGASAKI จากที่นี่ได้ ซึ่งบริเวณใกล้ๆ จะมีบ่อน้ำร้อน UNZEN-JIGOKU คำว่า JIGOKU ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า นรก คือตั้งชื่อมาเข้ากับบรรยากาศที่มีไอร้อนผุดคลุ้งขึ้นมาจากดินของบริเวณนี้มาก เดินไปดูก็แปลกตาดีนะ

 

ตะลุยสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดใน NAGASAKI!

จากหน้าสถานี JR NAGASAKI เมื่อเราเดินข้ามสะพานลอยมา จะเจอกับท่ารถรางของที่นี่ ขบวนเล็กๆ ดูวินเทจน่ารักดี ซึ่งรถจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญในตัวจังหวัดเลย สะดวกมากสำหรับการท่องเที่ยว ค่าบริการรอบละ 120 เยน วิธีขึ้นจะคล้ายๆ รถบัส คือ ขึ้นก่อนแล้วจ่ายตอนลง


OURA CHURCH เป็นโบสถ์คริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ของ NAGASAKI เป็นอย่างมาก ในอดีตสมัยที่ยังปิดประเทศ ศาสนาคริสต์ซึ่งถูกเผยแพร่เข้ามาโดยชาวต่างชาตินั้นถือเป็นสิ่งต้องห้าม เพื่อไม่ให้ต้องโทษประหารแขวนประจาน ประชาชนจึงต้องแอบนับถือและทำพิธีกรรมอย่างลับๆ โบสถ์นี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ ศาสนิกชน 26 คนที่ต้องสังเวยชีวิตไปในยุคนั้นนั่นเอง มีค่าเข้าชม 600 เยน

 

เดินเลยจาก OURA CHURCH ไปนิดนึงเราจะเจอกับ GLOVER GARDEN เป็นสวนกึ่งพิพิธภันฑ์ ที่ถูกดัดแปลงจากบ้านพักของพ่อค้าชาวอังกฤษที่เข้ามาบุกเบิกการค้ากับญี่ปุ่นในยุคเริ่มเปิดประเทศ ภายในรวบรวมภาพสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ NAGASAKI ให้ได้ชม และมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นบ้านเมืองได้โดยรอบ ค่าเข้าชม 610 เยน

ความสนุกอีกอย่างของสวนนี้ก็คือ “การตามหาหัวใจ” เป็นหินรูปหัวใจที่ว่ากันว่าใครหาเจอแล้วจะสมหวังในรัก ลองหาดูนะ

เดินจาก OURA CHURCH ประมาณ 3 นาที จะเจออาคารสไตล์จีนชื่อ SHIKAIROU ซึ่งชั้นบนสุดจะเป็นร้านอาหารที่สามารถมองเห็นวิวของ NAGASAKI ได้โดยรอบ ร้านนี้โด่งดังในเรื่อง CHAMPON ซึ่งเป็นอาหารประจำท้องถิ่นของที่นี่ เป็นบะหมี่สไตล์จีนคล้ายๆ ราดหน้าบ้านเรา มีเส้นให้เลือกหลายแบบ แต่เส้นที่น่าจะถูกปากคนไทยน่าจะเป็นเส้นหมี่กรอบ ราคาจานละ 900 เยนไม่รวมภาษี

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่น่าแวะไปเยี่ยมชม ก็คือ DEJIMA แปลตรงตัวก็คือเกาะยื่น เป็นเกาะถมยื่นลงไปในอ่าว ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการติดต่อซื้อขายกับต่างประเทศในสมัยโบราณ ซึ่งความเจริญทุกวันนี้ทำให้มองไม่เห็นเค้าโครงความเป็นเกาะเหมือนในอดีตแล้ว แต่ก็มีการบูรณะและปรับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแทน ค่าเข้าชม 510 เยน

 

โค้งสุดท้ายของการเดินทางรอบเกาะ กลับไปยังจุดเริ่มต้น ด้วยรถไฟขบวน 885 KAMOME!

ในการเดินทางจาก NAGASAKI กลับเข้าสู่ FUKUOKA นั้น เราขอแนะนำให้ใช้บริการขบวน 885 KAMOME เป็นรถด่วนพิเศษวิ่งตรงไปสถานี HAKATA เลย เบาะนั่งของขบวนนี้บุหนัง นั่งสบายมากๆ ซึ่งเราสามารถใช้ JR PASS ที่เรามีอยู่จองที่นั่งได้เลยที่จุดบริการตั๋วสีเขียวของสถานี โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม และไม่ต้องแย่งที่นั่งกับใคร สะดวกสบายสุดๆ

วิวระหว่างทางกลับ FUKUOKA เป็นช่วงเวลาไม่สั้นไม่ยาวให้เราได้คิดทบทวนการเดินทางที่ผ่านไป


ปิดท้ายทริปหรูที่
HAKATA STATION !

นอกเหนือจากการช้อปปิ้งในร้านค้ามากมายที่สถานี HAKATA แล้ว เราอยากให้ทุกคนได้มาลองทานอาหารยอดนิยมของเมืองนี้ ที่ชื่อว่า MIZUTAKI เป็นหม้อไฟคล้ายๆสุกี้บ้านเรา แต่ที่นี่จะเน้นเนื้อไก่และผัก ร้านที่เราขอแนะนำคือ HANAMIDORI ซึ่งมีหลายสาขา ราคาเซ็ตคอร์สจะเริ่มต้นที่คนละ 3,300 เยน

 

และนี่คือทั้งหมดของทริปสุดหรูรอบเกาะคิวชูที่คลีโออยากแนะนำ ยอมรับเลยว่าตอนแรก เราก็แอบมีหวั่นๆ ปนลุ้นๆ ว่าผู้หญิงจะสามารถเดินทางเองรอบเกาะคิวชูได้จริงเหรอ เพราะมันดูยิ่งใหญ่มากๆ แต่พอได้เริ่มเดินทางจริงๆ บอกได้เลยว่านี่คือการตัดสินใจที่คุ้มค่า และผู้หญิงทุกคนควรมาแบบนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต เติมพลังใจสุดๆ

 

 

แถมทริปนี้การเดินทางก็สะดวกและประหยัดไปได้มากๆ บอกเลยว่าขาด JR PASS ไม่ได้จริงๆ แค่ถือก็เดินเข้าออกทุกสถานีได้อย่างสวยๆเลย คลิกไปอ่านรายละเอียดการใช้และวิธีการซื้อได้เลยที่ http://www.japanrailpass.net/th/about_jrp.html

 

 

HOROSCOPE