ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การเดินทางคนเดียวแต่จำนวนเพื่อนร่วมทางที่เพิ่มขึ้นต่างหาก - CLEO Thailand Online Magazine

ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การเดินทางคนเดียวแต่จำนวนเพื่อนร่วมทางที่เพิ่มขึ้นต่างหาก

เคยได้อ่านมาว่า “ถีบเรือเป็ดคนเดียวคือสกิลการอยู่คนเดียวเลเวลที่ 99” ก็ใช่สิ! เพราะการถีบเรือเป็ดจำเป็นต้องใช้คนสองคนในการบาลานซ์ไปด้วยกัน ถ้าเปลี่ยนเป็นขี่จักรยานดูสิ ขี่คนเดียวง่ายกว่าขี่สองคนชัดๆ

ความจริงแล้วการอยู่คนเดียวไม่ใช่สกิลที่ควรจะพัฒนา แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่แต่ละคนควรจะเรียกรู้และใช้ได้จริง เพราะเราไม่สามารถหายใจด้วยนอากาศก้อนเดียวกับคนอื่นด้วยซ้ำ เราถูกสังคมหล่อหลอมว่าจะต้องใช้ชีวิตเกาะติดใครสักคนถึงจะรอดจากความเหงาก็เลยคิดว่าอยู่คนเดียวได้คือความท้าทาย แต่ที่จริงอาจจะเข้าใจผิดไปนิดส์

 

ความง่ายของการอยู่หรือเดินทางคนเดียวมันก็เข้าใจได้พอๆ กับความสบายของคนโสดนั่นแหละ เราอยากจะทำอะไรก็ได้ทำ ไปที่ไหนก็ได้ไป ไม่ได้ต้องแคร์เลยว่าคนร่วมทางจะอยากทำสิ่งเดียวกับเราไหม มีคู่รักหรือคู่เพื่อนหลายต่อหลายคู่มาแล้วที่ต้องเถียงกันแทบแยกทางเพราะเดินทางด้วยกัน และความยากเหล่านั้น มันทำให้ความสัมพันธ์แกร่งขึ้น!

นึกถึงตอนที่เราไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนครั้งแรกๆ สิ เป็นการพักผ่อนที่ไม่ได้พักเลย คนนั้นจะเอาอย่างนี้ คนนี้จะเอาอย่างนั้น อยากไปร้านนั้นร้านนี้ จะเล่นกีต้าร์ตอนกลางคืน เราอยากนอนก็ต้องนั่งร้องเพลงกับเพื่อน ตื่นสายกลับบ่ายกว่าจะถึงบ้านก็ดึกคือไม่ได้พักแต่ได้ปรับตัวเราสนิทกันมากขึ้นหลายเท่า

 

ความเข้าใจในความหมายของการไปเที่ยวกับแฟนตอนที่โตแล้วกับตอนเด็กๆ มันจะต่างไปเลยพอเราโตขึ้น เด็กๆ จะรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ได้เดินเล่นจับมือกัน ทำอะไรที่ไม่เคยทำในเมืองที่อาศัยอยู่ทุกวัน ทุกอย่างจะเป็นความทรงจำสีซากุระ หวานแหววไปหมด พอโตขึ้นเราเป็นตัวเองกันมากขึ้นมีความคิดเห็นที่แตกต่างและบางคู่เถียงกันเกือบตลอดทาง การได้เถียงกันแต่พร้อมจะเปิดใจปรับเข้าหากันส่วนใหญ่จะทำให้รักรอด ผลัดกันยอมอีกฝ่าย ผลัดกันไปในที่ๆ อีกคนอยากจะไป กินอะไรที่อีกคนอยากจะกิน

นั่นแหละคือชีวิตจริง เดินทางคนเดียวเราอาจจะได้เรียนรู้ตัวเองและที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไปสัมผัส แต่เดินทางกับคนอื่นๆ ไม่ใช่แค่เดียวที่เราจะได้รู้จักมากขึ้น แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่เราจะได้ใช้เส้นทางเดียวกันเพื่อเรียนรู้กันมากขึ้นอีกด้วย

 

เดินทางกับคนอื่นมันไม่ได้แค่ ‘ยาก’ ที่ต้องปรับตัวระหว่างทางไปด้วยกันอย่างเดียวนะ แต่ข้อดีก็มี

คิดดูสิว่าเวลาไปไหนคนเดียว อยากกินอะไรก็ได้กินแค่อย่างเดียว แต่พอจำนวนคนเพิ่มขึ้นปุ๊บ จำนวนตัวเลือกก็เพิ่มขึ้นคือเราแชร์กันได้ ห้องก็แชร์ได้ อาหารก็แชร์ได้ ถ้าไปกันหลายๆ คนกับกลุ่มเพื่อนเช่ารถหรือที่พักบ้านเป็นหลังยังได้!

และไม่ได้แชร์แค่เรื่องเงิน เราได้แชร์ความรู้สึกระหว่างทางกับเพื่อนร่วมทางอีกต่างหากไปไหนต้องเจอกับอะไรระทึกใจ เรื่องดีๆ หรือเรื่องแย่ๆ อย่างน้อยเรามีอีกหัวช่วยออกความคิดเห็น หรือหัวเราะกับเรื่องตลกไปด้วยกัน

สิ่งที่สำคัญสำหรับหลายยยยยคนเลยคือรูปถ่าย ไปคนเดียวเซลฟี่ก็ได้แหละ แต่ก็จะเห็นหน้าเราเต็มจอกับวิวข้างหลังนิดหน่อย ไม่สวยเท่าเห็นเราที่เดินอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ ที่เห็นองค์ประกอบรูปครบหรอก หลายคนไม่ค่อยอินกับเซลฟี่ด้วยถ่ายได้เพื่อส่งให้ครอบครัวหรือคนที่บ้าน แต่สิ่งที่เก็บความทรงจำได้ดีไม่ใช่หน้าเราซะหน่อย มีคนไปด้วยก็ผลัดกันถ่ายรูปได้สบายกว่าเยอะ

เรียนรู้ความเป็นตัวตนอีกฝ่ายน่ะส่วนหนึ่ง แต่เราจะเรียนรู้การอยู่กับคนอื่น ต้องอดทนกับความเยอะเรื่องมากจู้จี้จุกจิกที่เราไม่เคยเจอระหว่างกันมาก่อน รู้จักประนีประนอมยอมอีกฝ่ายบ้างเวลาที่เห็นไม่ตรงกัน ได้เข้าใจว่าโลกนี้เราทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้ แต่ถ้าอยากอยู่กับคนส่วนใหญ่ได้เราอาจจะต้องยอมบ้าง และเรียกร้องบ้างสลับกันไป

 

สรุปแล้วไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตหรือออกเดินทาง อยู่คนเดียวมันง่ายกว่าอย่างแน่นอนถ้าฝ่าฟันความเหงาไปได้ แต่การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นสิเป็นสกิลที่จะต้องฝึกต่อไปเรื่อยๆ เพราะคนรอบตัวเราแต่ละคนไม่เหมือนกันสักคน ไม่ใช่ว่าเรียนรู้คนนี้แล้วเราจะเก่งรับมือได้กับทุกคน แต่เราจะจัดการกับเรื่องแปลกๆ หรืออารมณ์ที่ไม่ประสงค์ได้ดีขึ้นเรื่อง หรือบางจุดก็คือปลงกับคนบางประเภทได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็ถือว่าดีนะ

HOROSCOPE