3 เมืองนี้ดีต่อใจที่เกาะคิวชู ซื้อ JR PASS แล้วมุ่งไป Miyazaki-Kagoshima-Kumamoto

พวกเราก็แค่ต้องการความแปลกใหม่ ความรู้สึกลุ้นๆ นิดๆ ให้พอรู้สึกตื่นเต้นตื่นตา ใครล่ะจะอยากปล่อยให้ความสดใสในหัวใจแห้งเฉา มีหยุดยาวเมื่อไร แพลนให้ดีๆ แล้วบินไปเที่ยวคิวชูกันดีกว่า!

ยังคงเดินทางกันต่อใน PART 2 ของทริปหรูรอบเกาะคิวชู ภูมิภาคทางใต้ของญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศให้เราตื่นตาตื่นใจได้ทั้งเกาะ ยิ่งพอมี JR PASS ที่ทำให้เราสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากๆ อยู่ในมือด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราอยากไปต่ออีกเยอะๆ ใครยังไม่รู้จัก JR PASS รีบคลิกไปทำความรู้จักกันด่วนเลย http://www.japanrailpass.net/th/about_jrp.html

เดินเล่นเก๋ๆบนแนวหินดึกดำบรรพ์พิศวงอายุ 7ล้านปี! ใน AOSHIMA

เดินจากสถานี JR AOSHIMA ประมาณ 10 นาที เราจะเจอกับหนึ่งในไฮไลต์ของจังหวัด MIYAZAKI นั่นคือ แนวหินโบราณอายุกว่า 7ล้านปี เรียงตัวเป็นทางยาวกว่า 8 กิโลมตร แนวหินนี้ คือ ONI NO SENTAKU ITA แปลตรงตัว คือ “แท่นซักผ้าของเหล่ายักษ์” ซึ่งพอน้ำลดก็สามารถเดินลงไปถ่ายรูปเก๋ๆ ได้ แนวหินสวยงามมีเอกลักษณ์สมชื่อ ราวกับเป็นแผ่นหินของเหล่ายักษ์แบบในการ์ตูนญี่ปุ่นจริงๆ เลย

ตรงจุดศุนย์กลางของแนวหินนี้ มีเกาะเล็กๆ ตรงกลางที่เราสามารถเดินวนรอบเกาะได้ ชื่อว่า เกาะ AOSHIMA ซึ่งที่นั่นมีศาลเจ้าให้เราสามารถเข้าไปสักการะขอพรได้ด้วย จากตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่กลางแนวหินอลังการนี้ เรารู้สึกได้เลยว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์แน่ๆ สัมผัสได้ถึงความขลังอะไรบางอย่าง

 

ความฮอตยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเดินไปอีกนิดก็เป็นชายหาด ซึ่งมีทั้งโรงเรียนสอนเซิร์ฟ และบาร์ริมหาด เรียกได้ว่า มาที่เดียว มีกิจกรรมให้เพลิดเพลินตลอดเวลา ส่องหนุ่มญี่ปุ่นที่มาเล่นเซิร์ฟก็สบายใจแล้ว

 

ค่ำคืนที่แสนไพรเวท ในห้องพักญี่ปุ่นคลาสสิคสุดหรู แบบแยกอาคารไปเลย!

ใครได้มาที่ AOSHIMA และอยากสัมผัสบรรยากาศหรูแบบโรแมนติคนิดๆ อีโรติคหน่อยๆ เราขอแนะนำให้ไปพักที่โรงแรม JIZOAN ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหาด ที่นี่เป็นเรือนสไตล์ญี่ปุ่นคลาสสิค ซึ่งมีจำนวนห้องจำกัดแบบไพรเวทสุดๆ เพียงแค่ 6 ห้อง! และที่จะแนะนำเป็นพิเศษก็คือ ห้องที่เป็นเรือนแยกอาคารออกไปเดี่ยวๆ ซึ่งกว้างสุดๆ แถมมีออนเซ็นส่วนตัวให้แช่แบบไม่ต้องแบ่งใคร น้ำร้อนของออนเซ็นที่นี่ก็เริ่ดมาก สัมผัสได้ถึงความนุ่มเนียนของตัวน้ำ แช่แล้วรู้สึกผิวเนียนเด้งแบบสบายตัวมากๆ

และขอบอกเลย ว่าที่นี่โด่งดังสุดๆ สำหรับคู่รักที่ต้องการมีบุตร! ว้ายๆๆๆ นับตั้งแต่ทางเข้าที่มีรูปปั้นเทพจิโซ (ซึ่งเชื่อกันว่าประทานพรด้านการมีบุตร) ไปจนถึงบรรยากาศภายในที่ทำให้เราผ่อนคลาย แถมอาหารที่นี่ยังอร่อยมากๆ เป็น KAISEKI ที่อร่อยทุกจานแบบประทับใจ ซึ่งเมนูหลักขึ้นชื่อ ก็คือสเต็กเนื้อวัวคิวชูระดับพรีเมียม A5 ซึ่งขอบอกเลย นี่มันยาบำรุงกำลังสำหรับคู่รักชัดๆ เลยจ้า วูบวาบสุดๆ !

 

มาถึง MIYAZAKI ต้องห้ามพลาด CHICKEN NAMBAN!

CHICKEN NAMBAN ก็คือไก่ทอดแบบญี่ปุ่นราดด้วยซอสเปรี้ยวหวานรับประทานกับข้าวสวย เป็นเมนูออริจินัลที่มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัด MIYAZAKI เลย มาถึงถิ่นแล้วก็อย่าได้พลาด ที่นี่มีหลายเจ้าหลายสูตร ร้านที่เราอยากแนะนำก็คือ CRAIGHTON HOUSE เป็นร้านดัง มีสาขาอยู่ห่างจากสถานี JR KANO ประมาณ 400 เมตร ที่นี่จะมีเซ็ต 1,380 เยน (ไม่รวมภาษี) ที่สั่งเซ็ตเดียวได้ครบ ข้าวสวย สลัด ซุป เครื่องดื่ม และเค้กอีกหนึ่งชิ้นอีกด้วย คุ้มสุดๆ

 

แวะถ่ายรูปกับภูเขาไฟ SAKURAJIMA สัญลักษณ์แห่งเมือง KAGOSHIMA

 

เมื่อพูดถึงจังหวัด KAGOSHIMA สิ่งแรกที่คนญี่ปุ่นจะนึกถึงก็คือ เกาะ SAKURAJIMA ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังไม่ดับของญี่ปุ่น ความยิ่งใหญ่ตระการตาของเกาะนี้ เพียงแค่นั่งรถไฟผ่านยังต้องเหลียวกลับไปมอง และจุดชมวิวที่น่าแวะไปถ่ายรูปคู่กับเกาะนี้แบบเห็นได้ชัดสวยงาม ก็คือ สวน SENGAN-EN ซึ่งเราสามารถนั่งรถบัส หรือต่อแท็กซี่ มาจากสถานีรถไฟ JR KAGOSHIMA ได้ ที่นี่เป็นสวนที่สร้างโดยตระกูลเจ้าเมืองในสมัยก่อน มีความสวยงามสไตล์หนังซามูไรโบราณที่พวกเราเคยดูกันเลยทีเดียว หนังย้อนยุคของญี่ปุ่นก็ใช้ที่นี่เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำเหมือนกัน บอกเลยว่าใครอยากถ่ายรูปสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ หรือ ชมความงามของทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง KAGOSHIMA มาที่นี่ได้เลย มีครบ ค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยนจ้ะ

 

พักโรงแรมใน IBUSUKI แล้วลองลงสปาทรายร้อน!

โรงแรม IBUSUKI SYUSUI-EN HOTEL ที่นี่มีบริการรถไปรับเราถึงสถานี JR IBUSUKI โดยไม่เสียค่าบริการ ใครอยากแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็นในโรงแรม หรือใครอยากลองสปาทรายร้อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ก็สามารถติดต่อขอใช้บริการได้ นอกจากนี้ เรายังสามารถใส่ชุดยูกาตะที่ทางโรงแรมเตรียมให้ออกไปเดินเล่นด้านนอก ชมวิวริมหาดเก๋ๆ ส่วนอาหารของที่นี่ก็เป็นชุด KAISEIKI สไตล์ญี่ปุ่นหรูๆ เช่นกัน

 

แค่มาก็สนุกแล้ว! กับสถานีรถไฟ JR HITOYOSHI

ที่หน้าสถานีรถไฟ JR HITOYOSHI มี MOZOCA STATION 868 เป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟเล็กๆ น่ารักสำหรับคุณหนูๆ แถมมีรถไฟรางเล็กให้เด็กๆ นั่งออกไปทักทายรถไฟขบวนจริงที่กำลังวิ่งเข้าสถานีด้วย เป็นภาพที่เห็นแล้วเหมือนได้ซึมซับพลังงานบริสุทธิ์ด้านบวกเข้าหัวใจไปด้วยเลย

KARAKURI CLOCK หรือนาฬิกากลไกที่ทุกต้นชั่วโมงจะมีเหล่าตุ๊กตาออกมาเริงระบำบอกเวลาเรา น่ารักมาก อ้อ ก่อนเข้าไปในสถานี อย่าลืมแวะซื้ออาหารปิ่นโตหน้าสถานีเอาไว้ไปทานบนรถไฟล่ะ

ส่วนบรรยากาศในตัวสถานีก็สวยงามมากๆ แค่เดินเล่นถ่ายรูปยังสนุกเลย ที่นี่มีรถไฟหลากหลายรูปแบบ บางคันก็เป็นรถไฟแบบแรร์ไอเท็ม ที่นานๆ จะวิ่งที เช่น ขบวน SL HITOYOSHI เป็นรถไฟที่มีหัวรถจักรไอน้ำคมเข้มสไตล์โบราณ หล่อเว่อร์ คนญี่ปุ่นรุมถ่ายรูปกันตรึม

 

อีกหนึ่งรถไฟสุดเก๋ที่พวกเธอห้ามพลาด! KAWASEMI-YAMASEMI

นี่คือรถไฟขบวนใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วิ่งระหว่าง KUMAMOTO และ HITOYOSHI ขบวนมีสองฝั่ง ฝั่งนึงเป็นสีน้ำเงินชื่อว่า KAWASEMI อีกฝั่งเป็นสีเขียวชื่อ YAMASEMI ซึ่งมาจากชื่อของนกตามรูปในตราสัญลักษณ์เลย สีรถเก๋มาก

บรรยากาศข้างในคือเริ่ดหรูสุดๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือรถไฟ คิดว่าล็อบบี้โรงแรมหรูเสียอีก สีเบาะและการตกแต่งก็เป็นไปตามสีรถที่ไม่เหมือนกันของทั้งสองฝั่ง แถมมีที่นั่งหลากหลายแบบ ทำให้การใช้บริการแต่ละครั้งได้รับอรรถรสที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละจุดอีกด้วย

ที่นั่งที่เราอยากแนะนำเลย ก็คือแบบเคาท์เตอร์ สามารถนั่งทานปิ่นโตที่เราซื้อมาเมื่อครู่ และหันหน้าชมธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไปพร้อมๆ กัน บอกเลยฟินสุดๆ ของขึ้นชื่อที่นี่จะเป็นเกาลัด มีให้ลองจัดทั้งปิ่นโตข้าวหน้าเกาลัด ส่วนไอศกรีมเกาลัดสามารถซื้อได้บนรถไฟจ้ะ

ก่อนลงรถลองแวะดูของฝาก ที่สำคัญ อย่าลืมประทับตราประจำรถไฟเก็บกลับมาเป็นที่ระลึกด้วยนะ

 

แวะส่งกำลังใจให้ชาว KUMAMOTO ฟื้นฟูบ้านเมืองหลังแผ่นดินไหว

SUIZENJI เป็นสวนที่มีชื่อเสียงของ KUMAMOTO ให้บรรยากาศสงบแบบญี่ปุ่นโบราณ มีค่าเข้า 400 เยน

 

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวซึ่งสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับจังหวัด KUMAMOTO เมื่อปีที่แล้วผ่านไป ถนนหนทางและอาคารบ้านเรือนภายในจังหวัดก็ได้รับการซ่อมแซมจนกลับมามีสภาพดีเรียบร้อย ส่วนปราสาท KUMAMOTO ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ยังคงต้องซ่อมแซมอยู่ แต่ก็มีการเปิดให้เข้าไปชมภายในบริเวณใกล้ๆ ปราสาทได้นะ ลองไปชมแล้วจะสัมผัสได้เลยว่าต่อให้คนญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเกินจะคาดเดาแค่ไหน แต่พวกเค้าก็เคยไม่ย่อท้อและหาทางแก้ไขรับมืออยู่เสมอจริงๆ ย้อนกลับมามองตัวเราเอง ต่อให้สิ่งที่เผชิญอยู่จะเป็นความเหนื่อยยากลำบากใจสักแค่ไหน ขอแค่ไม่ท้อและยืนหยัด เดี๋ยวอะไรๆ ก็ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

และนี่คือ PART ที่สอง ของทริปสุดหรูรอบเกาะคิวชูของคลีโอ ในตอนหน้า เราก็จะเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้แล้ว ห้ามพลาดเลยล่ะ และขอย้ำเลย ว่าเราสามารถเริ่มต้นการเดินทางแบบสะดวกมากๆ แบบนี้ได้ไม่ยาก แค่มี JR PASS สาวๆ คลีโออย่าลืมคลิกเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ ที่ http://www.japanrailpass.net/th/about_jrp.html

 

 

 

HOROSCOPE