เที่ยวไทยเชิงอนุรักษ์ เสน่ห์ของเชียงใหม่สไตล์ปกาเกอะญอ

เดากันได้ไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าบอกใครๆ ว่า จะไปเที่ยวเชียงใหม่ จังหวัดฮิปสเตอร์ละป๊อบปูล่าสุดๆ ในภาคเหนือ คงเดาว่าเราจะไปไหว้พระที่พระธาตุดอยสุเทพ ไปถนนนิมมานเหมินทร์ แม่กำปอง เอ๊ะ หรือไปม่อนแจ่ม แต่โทษที คราวนี้เดาผิดทั้งหมด 3 วัน 2 คืนที่ฉันไปเชียงใหม่ ฉันจะไปนอนที่โฮมสเตย์กับชาวเขาบนดอยแก้ว ที่บ้านห้วยส้มป่อย เบื่อแล้วเที่ยวเมือง ขอนอกเรื่องมาเที่ยวดอยแบบเชิงอนุรักษ์บ้างแล้วกัน

 

Let’s go to ดอยแก้ว

ดอยแก้วยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง หรือมาดูไร่สตอเบอร์รี่  จะนิยมมาแค่ one day trip หรือถ้ามานอนค้างจะมาพักในบ้านพักรับรองของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย กางเต๊นท์ หรือพักที่โฮมสเตย์ที่บ้านขุนแตะ การเดินทางก็คือการมาโดยรถส่วนตัว หรือรถเช่า นั่งรถเลาะตามเขามาเรื่อยๆ ประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จากตัวเมืองอำเภอจอมทอง คนเมารถก็ต้องหลับยาวๆ เพราะทางค่อนข้างชันและคดเคี้ยว บรรยากาศสองข้างทางเป็นหุบเขา สูง แต่สวย มองไปลิบๆ จะเห็นดอยอินทนนท์ด้วย

 

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย

เชียงใหม่

บนดอยแก้ว ที่หมู่บ้านห้วยส้มป่อยเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย” อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีเขตติดต่อและทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ และอุทยานแห่งชาติออบหลวง ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งพัฒนาอาชีพ สังคม ความเป็นอยู่ของชาวปกาเกอะญอในพื้นที่ให้มีอาชีพและทำการเกษตรอย่างเต็มตัว ผลผลิตที่ได้จะส่งให้โครงการหลวงเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มา แต่ที่พักของเราเก๋กว่านั้น เพราะเราไปพักกับอ้ายสนั่น ชาวเขาที่อยู่ในหมู่บ้านห้วยส้มป่อยเลยจ้า

 

แปลงสาธิตภายในศูนย์ห้วยส้มป่อย

ที่นี่ปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งบีทรูท แตงกวา ถั่วแขก สลัดแก้ว กะหลํ่าหัวใจ พลับ อะโวกาโด เสาวรส กาแฟอราบิก้า พืชสมุนไพรที่ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชทานที่บ้านขุนแตะ และสวนของเกษตรกรรอบศูนย์ห้วยส้มป่อย ส่วนใครที่ชอบกินพลับ แนะนำให้มาช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่พลับกำลังออกทั่วทั้งดอย สวยฟิน ได้ชิมพลับสดๆ จากต้นเลยจ้า

 

เดินบนดอย ชะรอยจะผอม

พื้นที่ในหมู่บ้านเป็นทางลาดชันชนิดที่ว่าเกือบจะเป็นกราฟพาลาโบล่าอยู่แล้ว ลำพังแค่เดินจากบ้านหลังหนึ่งไปอีกหลังก็ต้องต้านแรงโน้มถ่วงพอสมควร นี่อาจจะดูทรหดกว่าการเดินขึ้นเขาในบททดสอบค่ายลูกเสือตอนประถมอีก อยากผอมก็ต้องมาอยู่ที่นี่นะ แค่เดินไปหาเพื่อนบ้านก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว ดีงาม!

 

เรียบง่ายแบบปกาเกอะญอ

ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง และกะเหรี่ยงสะกอ หรือเรียกอีกแบบว่า ปากาเกอะญอ เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด นับถือศาสนาพุทธและคริสต์ บ้านพักของเราเป็นบ้านไม้แฮนเมด ตัวบ้านยกพื้นสูง มีชานบ้าน ห้องน้ำแยกออกจากมาข้างนอก อบอุ่นน่ารักดี คนที่นี่จะเรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วตามชื่อของลูกคนแรก ลูกสาวคนโตของบ้านนี้ชื่อมูมู่ เราเลยต้องเรียกภรรยาของอ้ายสนั่นว่าแม่มูมู่ แต่จริงๆ เราไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตคนที่นี่มากมายเท่าไหร่ อาจจะเพราะระยะเวลาที่มีมันน้อยนิด แต่เราชอบความเรียบง่ายของคนที่นี่มากจริงๆ

 

ผอมเฮลตี้ เพราะที่นี่ชอบกินผัก

อาหารทุกมื้อของที่นี่ หลักๆ เป็นผักปลอดสารพิษที่มาจากโครงการหลวง เมนูง่ายๆ สลัดผัก ผัดผัก ต้มผัก ลาบปลา ทีมลดความอ้วน กินผักแบบเฮลตี้คงปรบมือกรี้ดลั่นด้วยความดีใจ นึกภาพความผอมในอนาคตได้เลย เพราะนอกจากผักเหล่านี้แล้วของหวานของเราก็เป็นผลไม้จากโครงการหลวงด้วยเหมือนกัน รู้สึกสวยผอมอย่างชัดเจนเลย ณ จุดนี้

 

ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าป่า

หลังจากที่เดินเล่นในละแวกหมู่บ้านไปยันไร่ผักของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ขึ้นเขาลูกนู้น ลงเขาลูกนี้ ก็เพิ่งมาเริ่มรู้ตัวว่าขามันล้าจนก้าวแทบไม่ออกแล้ว เลยกระโดดขึ้นรถกระบะมุ่งหน้าไปยัง “น้ำตกเซอะเดอะ” น้ำตกลำห้วยที่ไม่ได้ป็อปปูล่าในหมู่นักท่องเที่ยวนัก ด้วยความที่เป็นน้ำตกแห่งความลับ รู้กันเฉพาะชาวบ้านในละแวกนั้น การเดินทางไปก็จะทุลักทุเลสักนิด ขับเข้าป่าไปตามทางแคบๆ เลาะตามเขา แล้วเดินลงไปยังน้ำตกอีกประมาณ 200 เมตร จะเจอน้ำตกน้ำใสใส เย็นๆ อยู่ บรรยากาศดีมากเพราะแทบไม่มีคนเลย เจอน้ำตกปุ๊บ ก็หายเหนื่อยปั๊บ

 

นั่งกลางดิน กินข้าวป่า

มื้ออาหารนอกสถานที่ของทริปคือข้าวห่อใบตอง เราแผ่ข้าวออกแล้ววางรวมกันบนใบตองใบใหญ่ที่เอามาปูรอง ล้อมวงกินอาหารกันพร้อมหน้าข้างๆ น้ำตกเซอะเดอะ ก็ถือว่าเป็นทริปที่ไม่ได้หรูหรามีค่าอะไรมากมาย แต่คิดไว้ในใจว่าคราวหน้าจะมาอีกแน่ๆ เพราะบรรยากาสแบบนี้ก็หาไม่ได้ง่ายๆ หรือมีขายทั่วไปหรอกว่ามั้ย?

 

How to be ปกาเกอะญอ

ติดต่อ / ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย ได้ที่ 053-228240, 053-318327, GPS N 2031127.79 E 450572.43

หรืออยากสนใจมาทริปสั้นๆ สนุกๆ แบบเรา ติดต่อและออกแบบทริปของตัวเองได้ที่ 081-3982980

 

How to go เชียงใหม่

ไปแบบชิลๆ แต่ได้ฟิลหรูๆ – ก็ไปรถทัวร์สิจ้ะ ราคาไม่แพงมาก ล่าสุดมีรถบัส SUPER VIP 20 ที่นั่ง ไปเชียงใหม่ “เวียงพิงค์บัส” จากสมบัติทัวร์ ราคาไม่เกิน 759 บาท ขึ้นที่ศูนย์บริการสมบัติทัวร์วิภาวดีรังสิตเท่านั้น

ไปรถไฟ – ขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถีที่ 9/10 กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ ตู้นอนแบบสบายๆ สำหรับคนที่กลัวนั่งเมื่อยๆ ก็แนะนำให้นอนจ้ะ ราคาเริ่มต้นที่ 881 บาท

ไปแบบฟิน ก็ต้องบินไป – นั่งเครื่องไปไวสุด จองก็ง๊ายง่ายผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือก็ได้แล้ว แล้วตอนนี้ราคาก็ไม่ได้สูงอย่างที่คิดแล้วนะรู้ยัง? ล่าสุดแอปพลิเคชั่น Traveloka เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘Price Alerts’ ที่จะทำให้เราไม่ต้องมาเสียเวลาเปรียบเทียบราคาสายการบินแล้ว เพราะระบบจะคอยอัพเดต รวบรวมสายการบินที่ราคาตามงบที่เราเลือกไว้ ส่งตรงมาหาเราเลย เหมาะสำหรับคนที่แพลนทริปไว้ล่วงหน้านะจ้ะ

HOROSCOPE