ลัดฟ้ามาหานครสีชมพูผู้ไม่เคยแพ้ ~ชัยปุระ~ (Ep.2) - CLEO Thailand Online Magazine

ลัดฟ้ามาหานครสีชมพูผู้ไม่เคยแพ้ ~ชัยปุระ~ (Ep.2)

Travelหลังจากอิ่มเอมกับพระราชวังอันยิ่งใหญ่แล้ว เราก็เดินทางต่อมาที่ “จันทาร์ มานทาร์ (Jantar Mantar)” ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ด้านดาราศาสตร์ของโลก

มหาราชาไสวจัย ซิงห์ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1727 ที่ทรงสนพระทัยและมีพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์ ได้สร้างหอดูดาวแห่งนี้มาพร้อมๆ กับการสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซ ภายในจันทาร์ มานทาร์ มีหอนาฬิกาแดดขนาดใหญ่ซึ่งวัดเวลาได้อย่างแม่นยำ ในสมัยโบราณใช้เป็นเครื่องมือสำคัญใช้คำนวณฤกษ์เวลาในการออกรบ

Jantar Mantar_2

 

ไม่ไกลจาก จันทาร์ มานทาร์ เราก็เดินทางมาถึงอีกหนึ่งวังซึ่งยังคงมีครอบครัวมหาราชาแห่งชัยปุระพักอาศัยอยู่!!!! โอออ อยากจะเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นสาหรีแล้วเข้าไปถวายตัวเสียเหลือเกิน แต่เผอิญหัวหน้าทัวร์กันซีน รั้งเอาไว้ทัน บอกว่าต้องรีบค่ะ เด๋วพิพิธภัณฑ์ปิด!

 

Jantar Mantar_3ใช่ค่ะที่นี่คือ “ซิตี้ พาเลซ (City Palace)” อันเลื่องชื่อ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1797 สมัยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ ที่ 2 จากนั้นก็ได้รับการดูแลต่อเติมโดยมหาราชาของชัยปุระรุ่นต่อๆ โดยซิตี้พาเลซนี้ได้เปิดให้เข้าชมในนามของพิพิธภัณฑ์ไสวมานซิงห์นั่นเอง วังนี้งดงามมากเพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุตกับโมกุล คือเอาความเด่นของศิลปะฮินดูแท้และอิสลามมามิกซ์กัน มีการใช้โมเสก โดม หลังคายอดกลมโป่งมีหอคอยปลายยอดแหลม ประตูโค้งสูง …ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นการผสมผสานงานด้านศิลปะสถาปัตยกรรมที่ลงตัวมาก มีความแข็งแกร่ง อลังการแต่อ่อนหวานงดงามสุดวิจิตรด้วยการใช้โมเสกเล่นสีต่างๆสลับกับสีทองหรือสีแดง

 

Jantar Mantar_4วังนี้ต่างจากวังแรก วังนี้เหมือนบ้านคน แต่เป็นคนชนิด Super Millionaire ค่ะแม้โครงสร้างไม่ยิ่งใหญ่อลัง แต่ภายในช่างวิจิตรหรูเลิศมาก … เอ๊! ตรงพระราชฐานคนมุงอะไรกันน่ะ ว่าแล้วก็กระพือขนตาแล้วขอไปแจม โอ้นี่คือเหยือกเงินแท้ 2 ที่เค้าร่ำลือกันนั่นเอง! เหยือกเงินแท้ใบยักษ์สูงถึง 1.6 เมตร บรรจุน้ำได้ 900 ลิตร เป็นของมหาราชามัดโฮ ซิงห์ ที่ 2 (Maharaja Madho Singh II) ในอดีตเคยถูกใช้บรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ไปใช้ยังประเทศอังกฤษนั่งเอง จากนั้นก็มาถึงลานนกยูง (Peacock Courtyard) ซึ่งมีซุ้มประตูที่สวยมาก ลานนี้ใช้สำหรับการแสดงกลางแจ้งของนางรำ เพื่อสำราญพระทัยของมหาราชาค่ะ

 

Jantar Mantar_5จากนั้นก็ได้เวลาของ “ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal)” หรือ พระราชวังแห่งสายลม พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดย มหาราชา ไสว ประตัป ซิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) วังนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงและสีชมพูสูง 5 ชั้น และมีหน้าต่างถึง 935 บาน ที่ฉลุผนังเป็นช่องเล็กมากละเอียดยิบ เพื่อให้นางในฮาเร็มหรือพระสนมต่างๆที่อาศัยอยู่ด้านในสามารถมองออกมาชมเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวข้างนอกได้โดยที่คนภายนอกมองเข้าไปข้างในไม่เห็นค่ะ และด้วยช่องฉลุละเอียดเยอะแยะนี้ ทำให้กลายเป็นช่องให้แสงและลมพาดผ่านมาได้ นี่จึงเป็นที่มาของ Palace Of Wind นั่นเอง

 

Jantar Mantar_8….มิติหญิงชาย ความเหลื่อมล้ำทางเพศนั้นมีมานานมาก โดยเฉพาะสมัยโบราณ ที่ผู้หญิงจะถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ทั้งการแสดงความคิดและอิสรภาพ…ดังเช่นหญิงสาวในวังแห่งสายลมนี้ที่จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก แค่จะมองออกไปยังโลกภายนอก ยังเปิดออกไปดูไม่ได้เลย ต้องแอบส่องตามช่องลมเล็กๆ เพื่อไม่ให้คนข้างนอกสามารถมองเห็นทะลุเข้ามาได้ เธอคงจะอึดอัดเหมือนกันนะ….คิดแล้วรู้สึกดีใจที่ตัวเองเกิดเป็นหญิงไทยพ.ศ.นี้ที่ไม่ต้องถูกกักกั้น ไม่ต้องถูกกดขี่ข่มเหง ผู้หญิงสมัยนี้ถือว่าโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาพร้อมกับอิสรภาพที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ชีวิตความเป็นอยู่ หรือเรื่องความรัก ชีวิตเป็นของเราและอยู่ในมือของเรา ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือมีความทุกข์…สำหรับศรุตนั้น เวลาทุกนาทีนั้นมีค่า และจะใช้เวลาที่มีอยู่นี้ออกโบยบินเพื่อค้นหาความฝัน และเรียนรู้คุณค่าของชีวิตผ่านผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมบนโลกใบนี้

 

Jantar Mantar_6หลังจากที่เดินชมวังและช็อปปิ้งจนอาทิตย์ลับของฟ้าชัยปุระแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนเพื่อเตรียมลุยดินแดนมหาราชาเมืองต่อไป คืนนี้ศรุตได้เข้าพักที่ Hotel Trident Jaipur ที่ซุกตัวเงียบสงบในหุบเขา ตั้งอยู่ตรงข้าม “พระราชวังน้ำ (Water Palace)” ค่ำคืนแรกแห่งการต้อนรับจากนครสีชมพูนี้คือ ภาพพระจันทร์กลมโต ที่สาดแสงจันทร์เรืองรองพาดผ่านวังกลางน้ำ ช่างสวย โรแมนติก เหนือคำบรรยาย

###

HOROSCOPE