ลัดฟ้ามาหานครสีชมพูผู้ไม่เคยแพ้ ~ชัยปุระ~ (Ep.1)

Cover_TRavel…อร๊ายยยย ร้อยวันพันปีทำทริปอินเดียมา เพิ่งเคยเจอฝนตกหน้าหนาวก็วันนี้แหละ!!…เสียงสูงปรี๊ดบ่นเรื่องฝนตกลอยออกมาจากหัวหน้าทัวร์ผู้ช่ำชองเส้นทางอินเดีย นับเป็นการเริ่มต้นเส้นทางสายกุหลาบในแคว้นราชาสถานอันสุดแสนประทับใจของสาวขนตางอน

ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาจากสนามบินเดลี ประเทศอินเดีย ฝนก็ตกลงมาชโลมกรุงเดลี แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก…

ทันใดนั้น ไกด์ท้องถิ่นก็กล่าวต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวของเราพร้อมบอกด้วยความยินดีว่า คนอินเดียเชื่อว่าหากฝนตกนอกฤดูเช่นนี้ แสดงว่าเทพกำลังอวยพร…ใช่แล้วคนอินเดีย มีความผูกพันกับเหล่าทวยเทพฮินดูมาก เพราะประชากรกว่าพันล้านคนในประเทศนี้ นับถือศาสนาฮินดู (Hinduism) กว่า 80% ซึ่งนับถือพหุเทพโดยมีเทพเจ้าสูงสุด เรียกว่า “ตรีมูรติ” คือ พระพรหมเป็นพระผู้สร้างโลก พระศิวะเป็นผู้ทำลาย และพระวิษณุเป็นผู้ปกป้องและรักษาโลก ซึ่งนับเป็นศาสนาที่ (ยังมีผู้นับถือจวบจนวันนี้) เก่าแก่ที่สุดในโลก และที่น่าประหลาดก็คือ ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นศาสดา

… “ท่านประทานพร” … ท่าจะจริงแฮะ เพราะตลอด 6 ชม. ของการเดินทางในวันแรกจากเดลีไปยัง “ชัยปุระ” นครแห่งแรกของแคว้นราชาสถานนั้น ถนนเรียบ ปราศจากฝุ่นแม้แต่น้อย ซึ่งนับเป็นความโชคดีของสาวขนตางอนที่แพ้ฝุ่นควันอย่างศรุต … เพื่อนๆอาจสงสัยว่าแค่เรื่องฝุ่น ทำไมเป็นเรื่องใหญ่ของนักท่องเที่ยวอินเดีย เพราะฝุ่นที่นี่มันเยอะมาก มีทุกอณูในอากาศ เยอะขนาดที่เรียกว่า มหกรรมฝุ่น เลยก็ว่าได้ แม้ว่าจะอยู่ในรถแอร์ เจ้าฝุ่น ก็ยังตามเข้ามาเกาะแกะได้ตลอด หากใครที่มักกลั้นหายใจทุกครั้งเมื่อเจอฝุ่นแล้วล่ะก็ คุณไม่สามารถทำได้ที่ประเทศนี้แน่นอน เพราะนั่นหมายถึงต้องกลั้นหายใจไปจนจบทริปค่ะ

 

Amber Fort_5ทริปแห่งแคว้นราชานี้ เราจะเริ่มจากนครชัยปุระ หรือ จัยปูร์ (Jaipur) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐราชาสถาน (Rajasthan) ทางตะวันตกของอินเดียค่ะ

 

“ชัยปุระ” มีประวัติอันยาวนาน โดยเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชา แอมเบอร์ ไสว จัยซิงห์ ที่2 แต่เดิมบ้านเรือนในเมืองนี้เป็นสีขาว สีเทา แต่เพื่อเป็นการต้อนรับเจ้าชาย Albert  ดยุคแห่งเอดินบะระ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระสวามีของสมเด็จพระนางเจ้าวิคทอเรีย ทางการชัยปุระจึงได้สั่งให้ทาสีเมืองทั้งเมืองเป็นสีชมพู นี่จึงเป็นที่มาของฉายา “นครสีชมพู (Pink City)”

ณ ชัยปุระ มี 5 สถานที่ห้ามพลาด ค่ะ

  1. ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort)
  2. จันทรา มานทาร์ (Jantra Mantar)
  3. พระราชวังเมืองชัยปุระ หรือ ซิตี้ พาเลซ (City Palace)
  4. ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือ พระราชวังสายลม สัญลักษณ์ แห่งเมืองชัยปุระ
  5. พระราชวังน้ำ (Water Palace)

ดีกรีความตื่นเต้นของศรุตเริ่มขึ้นด้วยการขึ้นช้างชมวัง ที่สะกดสายตาทุกคู่ด้วยศิลปะแบบราชปุตกับวังที่ได้รับการขนานนามว่า พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace) หรือที่นักท่องโลกรู้จักกันชื่อ “ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort)” ที่ตั้งตระหง่านใจกลางหุบเขาแห่งราชา

 

Amber Fort_1ขึ้นชื่อว่าหุบเขาแห่งราชาแล้ว การเดินทางขึ้นไปชมก็ต้องออกแนวราชานิดนึง จะเดินขึ้นไปแบบปกติไม่ได้ วังแรกที่ศรุตจะได้ไปเยือน จึงต้องขี่ช้างขึ้นไป!! โอวววว ได้อารมณ์มาก เหมือนย้อนยุคไปอยู่ในสมัยก่อนเลย ช้างประดับประดาด้วยผ้าหลากสี เดินขึ้นไปบนเขาอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น ทำให้เราไม่รู้สึกกลัวว่าจะตกลงมาเลย นั่งโยกเยกบนหลังช้าง มือพลางก็กดชัตเตอร์เก็บภาพวังและบรรยากาศโดยรอบ ลมก็พัดเย็นสบาย…ชิวมากค่ะ

 

Amber Fort_2ความงดงามของแอมเบอร์ฟอร์ด คือศิลปะสไตล์ราชปุต ซึ่งเป็นลูกครึ่งผสมผสานระหว่างฮินดูและมุสลิม…ทั้งสวย อลังการ อ่อนช้อยงดงาม แซมด้วยกระจกสีละเอียดระยิบระยับตามผนังและกำแพง

 

Amber Fort_6ที่สวยงามขนาดนี้เพราะเป็นการรวมเอาความโดดเด่นของยอดเป็นโดมมุสลิมมาออกแบบผสมกับ ซุ้มที่เป็นช่องลวดลายโค้งเว้าเป็นสิบเว้าแบบฮินดู…ซุ้มหน้าต่างโค้งสิบเว้า

…ว่ากันว่า..เป็นสัญลักษณ์ของการพนมมือ ที่เปรียบเสมือนมือของคนเราที่มีสิบนิ้ว ประนมขึ้นสักการะต่อทวยเทพฮินดู ทุกอย่างมีที่มา มีเหตุผล มีความเชื่อและศรัทธาผสมอยู่ ศิลปะสถาปัตยกรรมของที่นี่ถึงมีเสน่ห์ ตรึงตราใจเราได้มากมายขนาดนี้…

 

###

 

HOROSCOPE