ความถี่ของเซ็กส์ที่วิจัยมาว่าปกติ ไม่สำคัญเท่าความพอใจ - CLEO Thailand Online Magazine

ความถี่ของเซ็กส์ที่วิจัยมาว่าปกติ ไม่สำคัญเท่าความพอใจ

เราว่าคนที่เพิ่งเริ่มมีเซ็กส์กับคนรัก (หรือวันไนต์สแตนด์บ่อยๆ) ต้องเคยสงสัยและกังวลในพฤติกรรมของคู่เราและตัวเราบ้างแหละว่า นี่ฉันมีบ่อยหรือมีน้อยเกินค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปบ้างรึเปล่า เอาจริงๆ ถึงจะกล้าถามเพื่อน ก็คงไม่ใช่เพื่อนของทุกคนจะตอบตามความจริง แล้วเราจะไปเอาความถี่ของคู่เพื่อนมาตีความพอดีของคู่เราได้ยังไง เอาเป็นว่าคำถามที่ว่า “คู่ของเรามีเซ็กส์กันความถี่แบบนี้มันปกติมั๊ย?”

นักบำบัดที่ชื่อว่า Tammy Nelson เขาถึงกับออกมาบอกว่าคู่รักหรือคนส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาเรื่องเพศต่างอยากรู้กันทั้งนั้นว่า “คู่ของเรามีเซ็กส์กันน้อยไปรึเปล่า และมันโอเคมั๊ยที่เขาจะอยากมีมันบ่อย อาจจะบ่อยเกินไป และควรจะทำอะไรที่แตกต่างจากครั้งอื่นๆ บ้างรึเปล่า” ซึ่งเนลสันตอบเหมือนกันแทบทุกครั้งเลยล่ะ

“ลืมคำว่า ‘ปกติ’ ไปซะ ปกติมีเอาไว้สำหรับพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดระหว่างคู่รักกันคือตอบสนองความต้องการกันอย่างพอดี ซึ่งทุกคู่ต้องเรียนรู้กันไปและยอมรับกันให้ได้ในจุดหนึ่งของความสัมพันธ์ แม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น นี่คือความสัมพันธ์”

และ เลิกกังวลว่าคู่อื่นเขาทำยังไง บ่อยแค่ไหน ได้แล้ว!

 

ไม่ว่าเราจะเสพสื่อไหนมาและเขาบอกว่า ถูกต้อง ต้องเป็นยังไง แต่เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องของคนสองคน (ส่วนจะสามคนหรือมากกว่านั้นก็ต้องร่วมกิจกรรมพร้อมกัน) และเป็นสิ่งที่เรากับคนทีเราทำกิจกรรมนี้ด้วยเท่านั้นที่จะบอกว่ามันควรจะเป็นอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญในด้านเพศ Dawn Michael บอกว่า “ถ้าคู่รักมีเพศสัมพันธ์ 3 ครั้งต่ออาทิตย์มาเป็นเวลาหลายปีแล้วอยู่ดีๆ ก็ลดลงเหลืออาทิตย์ละครั้ง เมื่อมีบางอย่างเปลี่ยนไปนั่นแหละเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจ” มิเชลเองก็บอกว่าเซ็กส์ไม่ได้จำนวนความถี่ที่ถูกต้องในโลก มันแล้วแต่คู่ “หลายคู่มักจะบอกว่าพวกเขามีอะไรกันสามครั้งต่ออาทิตย์ แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขามักจะโกหก” เพราะข้อมูลนี้ดูเป็นข้อมูลที่มาตรฐานในความรู้สึกของคู่รักแต่ละคู่

 

อะไรที่เป็นปกติในช่วงนี้อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นในไม่กี่ปีข้างหน้า “แต่ละคู่ควรโฟกัสในความพอใจในแต่ละครั้งมากกว่าหาความถี่ที่ควรจะเกิดขึ้นมากกว่า” นักการศึกษาเรื่องเพศ คริส โรส บอก “พูดคุยกันบ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องชีวิตเซ็กส์และรู้จักสัมผัสกันและกันเวลาที่ไม่ได้อยู่ในห้องนอนจะช่วยทำให้ความสัมพันธ์และเซ็กส์ยังคงเส้นคงวาในระดับที่น่าพอใจ”

เอียน เคอร์เนอร์ นักบำบัดเรื่องเซ็กส์บอกว่าเซ็กส์ไม่ได้ต้องเริ่มด้วยตื่นเต้นเร้าใจเสมอไป บางครั้งเราอาจจะต้องการการเอนจอยระหว่างทางมากกว่าการไปถึงจุดสุดยอด “ผมบอกคู่รักเสมอว่า ความสนุกของเซ็กส์ไม่ได้อยู่ที่จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ มันคือช่วงระหว่างนั้นต่างหาก ช่วงที่เราจูบ กอด ลูบไล้กันที่ทำให้ชีวิตมีรสชาติและเป็นช่วงที่สานความสัมพันธ์ให้แนบแน่น”

และถ้าเราเองเป็นฝ่ายที่ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่ นักบำบัดเรื่องเซ็กส์อีกคน Celeste Hirschman บอกว่าไม่ต้องอายหรอก แต่ถ้าอยากแก้ไข ก็ต้องเข้าใจซะก่อนว่าทำไม อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง อาจจะเป็นประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ทำให้กลายเป็นความทรงจำไม่ดี หรืออาจจะแค่รู้สึกเบื่อหน่ายก็เป็นได้ “บางทีคนที่สามารถมีอารมณ์ได้น้อยเป็นเพราะพวกเขามีความต้องการบางอย่างที่ไม่ได้มาซะที หรือรู้สึกกดดันก็ได้” ถ้าต้องมีเซ็กส์ มันจะทำให้บางคนรู้สึกไม่เอนจอยกับความรู้ว่าจะต้องมี

 

“เซ็กส์ที่ดีไม่สามารถวัดประเมินค่าได้”

สุดท้ายแล้วตอนที่เรานอนลงบนเตียงข้างๆ กัน อย่าเอาแต่นอนจ้องเพดานแล้วคิดอยู่คนเดียวว่า สรุปแล้วเซ็กส์ของเราปกติรึเปล่า คู่อื่นเขาเป็นยังไง หันเข้ากันแล้วคุยว่าต้องการอะไร ลองอะไรใหม่ๆ บ้าง ที่สำคัญคือต้องคุยกันและบอกว่าตัวเราชอบอะไร เพราะไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายเขาไม่มีทางเดาได้หรอก

และอีกอย่างคือเซ็กส์จะดีสำหรับเราได้ไม่ใช่แค่เราได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่เขาก็ต้องได้ในสิ่งที่เขาต้องการด้วยเช่นกัน มันถึงจะสมดุลและเอนจอยไปพร้อมกันได้ทั้งสองฝ่าย

HOROSCOPE