เธอถูกพนักงานแบงค์ปลอมลายเซ็นไปทำประกันโดยไม่รู้ตัว 2 ปี ตัดเงินในบัญชีหายไปเป็นแสน!!!! - CLEO Thailand Online Magazine

เธอถูกพนักงานแบงค์ปลอมลายเซ็นไปทำประกันโดยไม่รู้ตัว 2 ปี ตัดเงินในบัญชีหายไปเป็นแสน!!!!

ใครเคยคิดว่าเรามีพนักงานแบงค์ที่สนิทกัน รู้จักครอบครัวเราเป็นอย่างดี ทำธุรกรรมแต่ละทีแสนสะดวก ต่อไปนี้อาจต้องคิดใหม่ เพราะเธอคนนี้ กานดา สายทุ้ม นักธุรกิจสาวก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายเธอกลับโดนปลอมลายเซ็นไปทำประกันทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่อง แถมยังตัดเงินในบัญชีไปแล้วแสนกว่าบาทโดยไม่รู้ตัว

 

img_0602-2

 

 

ปลอมลายเซ็น + เปลี่ยนที่อยู่ ทำกันแบบนี้เลย
กานดาเล่าให้เราฟังว่าไม่เคยเอ๊ะใจอะไรมาก่อน ปกติเป็นคนที่สามเดือนหกเดือนถึงจะไปอัพบุ้คที แล้วก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไหร่เวลามียอดบัตรเครดิตส่งมาก็ประมาณเอาว่าเท่านี้แหละ แต่แล้วอยู่ๆ พี่สาวไปทำธุรกรรมที่ธนาคารสีเขียว พนักงานคนหนึ่งก็ฝากเอกสารมาให้เธอ “ตอนนั้นที่ได้มาคือใบแจ้งหนี้ประกันภัยจากบริษัทประกันแห่งหนึ่ง เราก็งงว่าเคยทำด้วยเหรอ ตอนแรกยังคิดว่าสงสัยพ่อทำประกันให้มั้ง แต่มาคิดว่าพ่อไม่น่าจะค้างจ่ายแบบนี้ (ซึ่งเธอเป็นลูกค้าบัตรเครดิตระดับ VIP แล้วบัตรหมดอายุพอดี เลยทำให้ตัดเงินประกันต่อไปไม่ได้ เรื่องทั้งหมดก็เลยแดงขึ้นมาแบบนี้ บวกกับบังเอิญมีคนฝากเอกสารมาให้ ปกติจะส่งไปที่ธนาคาร ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะไม่มีวันรู้ความจริงเลย) พอโทรไปที่บริษัทประกัน เค้าก็บอกว่าให้โทรกลับไปที่ธนาคารดู เพราะเป็นการทำประกันร่วมกันระหว่างธนาคารและบริษัทประกัน แล้วพอเรามาดูที่อยู่ที่จ่าหน้ามาอีกที มันไม่ใช่ที่อยู่เราเลย คือชื่อนามสกุลถูกต้องหมด แต่มันเป็นที่อยู่ของธนาคารที่เราใช้บริการเป็นประจำ บวกกับยอดที่ตัดแต่ละปี เราก็นึกออกเลยว่าเป็นใคร เพราะเมื่อสองปีก่อนมีพนักงานแบงค์คนนึงเคยตื้อให้เราทำประกันมานานแล้ว ทั้งโทร. ทั้งไลน์ แต่เราก็ปฏิเสธไป เราเลยโทร.หาพนักงานคนนั้นทันที ซึ่งเค้าทำงานที่แบงค์นี่นานแล้ว และก็รู้จักบ้านเราเป็นอย่างดี ก็บอกเค้าว่ารออยู่ที่นั่นแหละเดี๋ยวจะไปหาเลย จริงๆ ตอนนั้นเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ป่วยกลับมาด้วยแทบไม่ไหวแล้ว แต่คิดว่าตายไม่ได้ต้องไปแบงค์ก่อน”

 

plan-1

 

sing-2

 

add

 

 

คำขอโทษไม่มี เจอแต่อาการ “ตุกติก”

กานดาบอกว่าตอนนั้นยังไม่คิดอะไร คิดแค่ว่าจะไปเคลียร์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราไปทำประกันตอนไหน ปรากฎว่าไปถึงพนักงานคนนั้นก็ให้เราไปคุยข้างบนกันแบบส่วนตัว เธอบอกว่าไม่ได้ เพราะรู้สึกว่ามันแปลกๆ “พอซักกันไปมา เค้าก็บอกว่าเราเป็นคนยินยอมทำประกันเองแต่เป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเราก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เราไม่ทำหรอก เพราะตอนนั้นก็มีประกันอยู่แล้วจะทำซ้ำซ้อนทำไม สุดท้ายเค้าก็ยอมรับว่าเป็นคนเซ็นเอกสารทำประกันของกานดาเอง แต่กานดายอมรับทางโทรศัพท์ ซึ่งเราก็เลยบอกว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกอยู่ดี ถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไมไม่รอให้เรามาเซ็นเอกสารหลักฐานเองล่ะ แล้วถ้าเราทำจริงทำไมไม่เคยเห็นกรมธรรม์เลยด้วยซ้ำ สุดท้ายกรมธรรม์ก็อยู่กับพนักงานคนนั้น เค้าบอกว่าลืมส่งให้!! สองสามปีเนี่ยนะ พอเราเห็นเอกสารทั้งหมดคือเค้าเซ็นชื่อกานดาเองเลย ลายเซ็นก็ไม่ใช่ของเรา มีชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นคุณพ่อ เราก็ถามต่อว่าแล้วแบบนี้จะรับผิดชอบยังไง เลยบอกเค้าไปว่า หนึ่งคุณต้องแคนเซิลกรมธรรม์ทันทีวันนี้เลย สองต้องคืนเงินเรามาด้วย ตอนแรกเค้าบอกว่าขอคืนเงินสิ้นเดือน เราบอกว่าไม่ได้ต้องวันนี้เลย เวลานั้นก่อนเที่ยง เค้าเลยบอกเดี๋ยวบ่ายสองให้มารับเงินได้ ระหว่างรอเราก็ไปโรงพยาบาลก่อน จริงๆ หมอจะให้แอดมิดด้วยซ้ำ แต่เราบอกไม่ได้ พอบ่ายสองมาแบงค์ พนักงานคนนั้นก็เอาเงินส่วนตัวของเค้ามาคืนเราแสนกว่าบาท คือถึงตอนนี้ถ้าเค้าไม่ได้ทำจริงก็คงไม่คืนเงินเรา มันเลยกลายเป็นหลักฐานที่มัดตัวเค้าทุกอย่าง แล้วกานดาก็เลยขอเอกสารสำเนาบัตรประชาชนที่มีลายเซ็นเรา เค้าบอกอยู่กับบริษัทประกันแล้ว เราเลยขอเอกสารยกเลิกกรมธรรม์ เค้าก็เอาใบเอกสารเปล่ามาให้เราเซ็น โดยไม่เขียนเหตุผลใดๆ ว่าทำไมถึงยกเลิก ไม่ลงลายเซ็นเค้า ไม่มีลายเซ็นพยาน คือเรารู้สึกว่าเค้าตุกติกมาก และไม่มีคำว่าขอโทษ เลยรู้สึกว่าถ้าเค้าทำแบบนี้เราต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

 

 

cancel

 

 

แบบนี้ไม่ขอรอมชอม แต่ต้องจัดการให้ถึงที่สุด
แล้วเรื่องทุกอย่างก็ค่อยๆ ลุกลามใหญ่โตขึ้น “คืนนั้นประมาณทุ่มกว่า ผู้จัดการแบงค์ก็โทรหาเรา บอกว่าขอให้รอมชอมได้มั้ย แต่ระหว่างที่คุยกันก็ไม่เคยมีคำว่าขอโทษสักครั้ง แล้วเค้าบอกว่าที่เซ็นใบยกเลิกกรมธรรม์แล้วเราเขียนเหตุผลไปว่า ไม่รับทราบว่ามีการทำกรมธรรม์ ไม่ทำโดยยินยอม และมีการปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นโดยเจ้าหน้าที่ XXXX เค้าบอกว่ามันร้ายแรงกับพนักงานมากเลย เราเลยยิ่งรู้สึกว่ารอมชอมกันไม่ได้ละ ขอให้เรื่องนี้ไปถึงที่สุด และเราบอกว่าอยากให้พนักงานโดยไล่ออกในฐานะทุจริต เค้าก็นัดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าคุยกันอีกครั้ง พอเราไปคุยก็รู้สึกเหมือนถูกจัดฉาก รู้สึกเหมือนไม่โปร่งใส ตอนนั้นก็อัดเสียงเอาไวด้วย คุยกันไม่ถึงสิบนาที เรายังยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเราบอกว่าเค้าทุจริตนะ แต่ผู้จัดการบอกว่าพนักงานคนนี้มีลูกสองแล้ว อีกคนก็เพิ่งเกิด แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ แล้วพอออกจากแบงค์มา เค้าก็โทรกลับมาอัพเดทว่าจะคืนเงินเราได้ เป็นค่าชดเชยทั้งหมด ถ้าเรารับแล้วขอให้คืนเงินส่วนตัวของพนักงานคนนั้นด้วย ส่วนเรื่องยกเลิกกรมธรรม์ เค้าบอกว่าเราไม่มีสิทธิปรักปรำพนักงาน ต้องมีการสอบสวนอีกครั้งถึงสาเหตุของการยกเลิก ตอนแรกไม่คิดจะแจ้งความเลย แต่พอเจอแบบนี้เรารู้สึกว่าเหมือนธนาคารสนับสนุนให้คนทำผิดอย่างชัดเจน และถ้าปล่อยไปเรื่องเราถูกดองไว้แน่ๆ เพราะไม่มีการยืนยันว่าจะเอาผิดกับพนักงานนี้อย่างชัดเจน แล้วผู้จัดการก็ขอคืนกรมธรรม์เล่มนั้นที่มีลายเซ็นปลอมของเราอยู่ วันรุ่งขึ้นกานดาเลยไปแจ้งความกับตำรวจเลย ซึ่งหลักฐานทุกอย่างก็มัดตัวแต่ทางตำรวจบอกว่าก็ต้องมีการพิสูจน์อยู่ดี หลังจากนั้นผู้จัดการโทรมาหาขอคืนกรมธรรม์เพราะไม่งั้นจะยกเลิกไม่ได้ เราเลยบอกว่าไปแจ้งความมาแล้ว เค้าก็ตกใจ คือที่ทำไปไม่ได้อยากให้คดีใหญ่โต แต่อยากให้เป็นลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องและเร็วที่สุด”

หลังจากนั้นตำรวจก็ขอให้เธอแถลงข่าวออกสื่อร่วมกัน ซึ่งวันนั้นกานดาเองก็ยังงงๆ แต่พอข่าวออกไป ทางธนาคารก็ติดต่อเข้ามา จะมาขอโทษ ซึ่งเธอบอกว่าตอนนั้นสิ่งที่ต้องการที่สุดไม่ใช่คำขอโทษ แต่อยากให้เคลียร์เรื่องทุกอย่างให้ถูกต้อง และตอนนี้ตำรวจก็มีหลักฐานทุกอย่าง เรื่องไปอยู่ที่ศาลแขวงแล้ว และถึงพนักงานคนนั้นจะพ้นสภาพการเป็นพนักงานหรือไม่ ก็มีสิทธิ์ติดคุกนาน 3 ปี

 

หลังจากนี้จะไม่ประมาทอีกแล้ว

กานดาบอกว่าจากที่เป็นคนไม่ซีเรียสอะไรเลย มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ยอดตัดบัตรเครดิตมาก็ดูแค่คร่าวๆ ไม่ได้เช็คละเอียด หลังจากนี้เธอบอกว่าคงต้องดูทุกอย่างหมด “อาจจะตรวจช้าหน่อย แต่ต่อไปนี้จะไม่ประมาทอีกแล้ว คือคงต้องปรับตัวเองใหม่หมด แต่ก่อนสามเดือนหกเดือนอัพบุ้คที เดี๋ยวนี้คงต้องใส่ใจมากขึ้น แล้วจริงๆ เรื่องจะไม่มาถึงจุดนี้เลยถ้าพนักงานไม่ตุกติกในการยกเลิกกรมธรรม์ แล้วผู้จัดการก็ให้รอมชอมอยู่ได้ และจะไม่บอกว่าพนักงานคนนี้มีความผิดฐานปลอมลายเซ็น เราเลยยิ่งรู้สึกว่ารับไม่ได้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลายเป็นว่าคนจะปรับเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก ตอนนี้เรื่องก็มาถึงว่าธนาคารต้องสืบสาวให้ได้ว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดในกระบวนการนี้เป็นใครบ้าง ซึ่งเราก็รอคำตอบอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น ก็ขอให้ระมัดระวังกันมากขึ้น เพราะมีโอกาสเกิดเรื่องแบบนี้กับใครก็ได้ และเราก็ไม่อยากให้ทุกคนเกิดเรื่องแบบเรา และสุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องการคืออยากให้ทุกธนาคารเลิกบังคับกดดันพนักงานให้ขายประกัน เลิกยัดเยียดเสียที เพราะนอกจากจะทำให้ลูกค้าเพลีย อึดอัด แล้ว ยังอาจมีช่องว่างให้ทำทุจริตได้ และตอนนี้หลังข่าวของกานดาออกไปไม่กี่วัน ธนาคารไทยพาณิชย์ก็เพิ่งประกาศแยกพนักงานธนาคารกับพนักงานขายประกันออกจากกันอย่างเด็ดขาดแล้ว”

HOROSCOPE