“โฟล์ค” หนุ่ม Cleo’s Bachelor อารมณ์ดีและมีเซนส์ที่แม่นเวอร์

by BeamHoneyB

โฟล์ค หนุ่มแบชเลอร์รอยยิ้มเป็นมิตรคนนี้ ที่จริงแล้วเขาเป็นหมอดูที่อารมณ์ดีที่สุด ภาพลักษณ์หมอดูเป็นยังไง โฟล์คทำเราสับสนมาก เพราะตลอด 1 ชั่วโมง เขาเล่าเรื่องวิญญานพร้อมเสียงหัวเราะ แต่ถ้าถามถึงชีวิตเขา ไม่ตลกนะ เพราะการมีเซนส์ก็สร้างความทุกข์ให้เขาไม่น้อย!

 

โฟล์ค” นักแสดงอารมณ์ดีที่มีเซนส์พิเศษ

ใครว่าหมอดูต้องมาดนิ่ง ต้องซีเรียส โฟล์ค ปฏิญญา ชาญเลขา อายุ 29 ปี คือความแตกต่าง คุยกับหมอดูคนนี้เหมือนคุยกับเพื่อน เขาพูดเก่งแล้วก็ยิ่งมุกไม่หยุด “พื้นฐานเป็นคนไม่ซีเรียส เป็นคนร่าเริง รั่วๆ ฮาๆ ไม่คิดมาก แต่แอ๊บ จริงๆ เป็นคนไม่เครียด” ดีที่เป็นคนอารมณ์ขัน เพราะโฟล์คเล่าว่า “ก็มีหลายๆ คน (หมอดู) ครับที่เครียดและอมทุกข์”

โฟล์คโตมากับครอบครัวนักแสดง เขาคือญาติของ โดโด้ ยุทธพิชัย ชาญเลขา! อยู่กับศาสตร์การละครมาเป็น 10 ปี โฟล์คเลยหลงรักมัน ตอนแรกเขาไม่ได้ยากเป็นหมอดูด้วยซ้ำ อยากเล่นละครมาก แต่ก็มีคนทักว่ายังไงเป็นหมอดูก็รุ่งกว่า “เชื่อสิเป็นหมอดู ยังไงก็ดังกว่า!” แต่เขาเคยผ่านการเล่นละครและละครเวทีมาหลายเรื่องจนไม่อยากทิ้งมัน อยากเป็นนักแสดงและหมอดูแบบทูอินวัน เขาว่าสองอย่างนี้มันทำคู่กันได้ แต่ยังไงก็คงยึดการเป็นหมอดูเป็นหลัก “การช่วยคนเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าอยู่แล้ว”

 

หมอดูบาทเดียว

“จริงๆ ผมไม่ชอบดูดวงให้ใครหรอกนะ มันไม่ใช่อาชีพผม” สำหรับเขามันเป็นการอุทิศตนมากกว่า เพราะคำว่าอาชีพแปลว่าต้องได้เงิน ได้กำไร ซึ่งเขาไม่กล้าใช้เงินที่มาจากการช่วยคน “ใช้เงินคนที่เขาทุกข์เรื่องเงิน แต่เขาก็หาเงินมาจ่ายเรา แล้วเราก็เอาเงินไปเที่ยวสร้างความสุขให้ตัวเอง ไปกินเหล้า รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ผมจุดธูปบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอช่วยคนเหมือนเดิม แต่ไม่ขอเก็บเงินนะ แต่ขอดลบันดาลให้ผมได้งานจากรายการต่างๆ แล้วกัน ได้เป็นเงินค่าตัว แบบนี้ผมโอเค”

การดูดวงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ ถ้าไม่ทำเขาจะโดนเบื้องบนลงโทษ โฟล์คเลยตัดสินใจเก็บเงินแค่ 1 บาท จนเขาได้ฉายาสุดโก้ว่า “หมอดูบาทเดียว” เอาเงินที่ได้มาไปทำบุญ และทุกครั้งโฟล์คก็จะแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร เทวดา ทั้งของตัวเองและคนที่เขาช่วยเหลือด้วย

 

 

 

เซนส์ครั้งแรก ตอนอายุ 18 ที่ครอบครัวไม่ยอมรับ

เขารู้ตัวครั้งแรกตอนอายุ 18 มีคนมาทักว่ามีของ! ตอนแรกโฟล์คก็ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่นะ จนเขาชวนไปทำพิธี หลังจากนั้นก็เชื่อเลย เซนส์เริ่มแม่น จากเห็นภาพ เริ่มได้ยินจากจิต โฟล์คเล่าว่าเขาไม่เคยเรียนโหราศาสตร์ ไม่เคยเรียนหลักการดูดวง เขาไม่เคยบวชหรือศึกษาธรรมะสักนิด แต่จู่ๆ ก็มีพลังพิเศษขึ้นมา เขาบอกเราว่าแรกๆ คนในครอบครัวก็ไม่ยอมรับ หาว่าบ้า และก็เครียดกับเขามาก แต่ตอนนี้คนละเรื่อง เชื่อสนิท เพราะโฟล์คใช้เซนส์ช่วยเหลือครอบคัรวหลายต่อหลายเรื่อง จนสุดท้ายยอมรับเซนส์ของเขาในที่สุด

 

ที่เซนส์แรงขนาดนี้ ได้มาจากคุณปู่

คุณปู่ของโฟล์คนับถือพ่อแก่มาก และท่านก็ส่งวิชานี้ต่อมาให้โฟล์คเต็มๆ “ที่บ้านผมนับถือพ่อแก่อยู่แล้ว เศียรพ่อแก่เป็นของประจำตระกูลที่ปู่อามาเป็นของขวัญหมั้นย่า แล้วพอย่าเสียก็เลยส่งต่อมาให้โฟล์ค ผมเลยได้เชื้อสืบทอดมาจากคุณปู่ เซนส์เร็วกว่าคนอื่น”

 

โฟล์คเป็นคนกลัวผี แต่ทุกวันนี้เขาเป็น ตัวดูดวิญญาณ

จริงๆ แล้วโฟล์คกลัวผีมาก แต่ก็ค่อยๆ ฝึกตัวเองมา มันไม่ใช่ว่าอยู่ๆ วันหนึ่งเห็นเลย จะค่อยๆ เซนส์แรงขึ้นเป็นสเต็ป “ถ้าผมเห็นผีวันนั้นเลยผมเป็นบ้านะ! ต้องค่อยๆ ฝึกตัวเองมา เรียนรู้ ศึกษา ค่อยๆ ชินกับมัน จากที่ใช้จิตสัมผัส เริ่มรับรู้ว่าเขาอยู่ เหมือนมีใครมากระซิบ เริ่มมีลมประทะร้อนๆ นั่งใช้จิตดูว่ามีอะไรรึเปล่ามาเรื่อยๆ”

แล้วรู้มั้ยว่าผีเขารู้นะว่าเราเห็น โฟล์คก็เลยเป็นตัวดูดผี “วิญญาณเขารอคอยการขอส่วนบุญอยู่แล้ว ถ้าเขาเจอคนที่รู้ว่าเขาสามารถติดต่อได้ เขาจะรีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อให้เรารับรู้ความทุกข์ของเขา ผมเป็นตัวดูดวิญญาณ เวลาไปไหนวิญญาณจะเข้ามาขอส่วนบุญเยอะมากก” ช่วงแรกๆ ก็ช่วยหมดเพราะสงสาร แต่หลังๆ โฟล์คก็ยอมรับว่าช่วยไม่ไหว คิดแบบปลงๆ ว่าบางอย่างมันเป็นกรรมที่เขาต้องรับ

 

ผีเด็ก คือผีที่น่ากลัวที่สุด

เจอผีมาก็เยอะ แต่ประสบการณ์น่ากลัวที่สุดสำหรับหนุ่มมีเซนส์อย่างโฟล์ค ไม่ใช่ผีผู้หญิงผมยาว ไม่ใช่ผีหัวขาด ไม่ใช่ผีตายท้องกลม พวกนี้โฟล์คบอกว่าเจรจาได้เพราะเป็นผู้ใหญ่ สำหรับเขาผีที่น่ากลัวที่สุดคือผีเด็ก!! “ตอนถ่ายรายการ ‘คนอวดผี’ เป็นเทปสุสานเด็ก 44 ไร่ เจอกลุ่มผีเด็กเยอะมาก ด้วยความเป็นเด็กเขาจะมีความขี้เล่น เข้ามาเล่นกับเรา พอเขารู้ว่าเรากลัว เขายิ่งสนุก แต่เราไม่สนุกกับเขาไง เขานั่งยองๆ อยู่หน้าหลุม เราก็ตกใจหันกลับไปก็มีอีกคน หันไปอีกที่ก็มีอีกคน” ตอนนั้นเขาไม่ไหว กลับบ้านจิตตกอยู่ 4 วัน เครียดจะเป็นบ้า แก้ปัญหาโดยการครอบเศียร แล้วไปถวายสังฆทาน อาบน้ำมนต์

 

 

 

แล้วเวลาหมอดูมีความรักหล่ะ

หมอดูมีกรรม ความรักของหมอดูจะไม่ค่อยสมหวัง คบกับใครก็ไม่ได้นาน อาจจะต้องอยู่ห่างกัน หรือต้องคบแบบหลบๆ ซ่อนๆ ทะเลาะกัน ครอบครัวไม่ยอมรับ จะต้องมีอุปสรรคอยู่ตลอด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาหมดหวังกับความความรัก “ผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นโสดนะ ทุกคนอยากมีความรัก บอกจริงๆ ผมเจ้าชู้จะตาย ผมไม่ใช่คนดี

เราเลยถามเขาว่า เคยดูดวงความรักตัวเองมั้ย โฟล์คเล่าว่าเคยพยายามใช้เซนส์อยู่ แต่ก็ใช้ไม่ได้ “มันมีรัก โลภ โกรธ หลง ความกิเลส มโน อยู่ มันจะไม่แม่นเหมือนดูให้คนอื่น เราใจไม่เป็นกลาง นอกจากวิชาโหราศาสตร์ อันนี้ดูตัวเองได้ เพราะเป็นตัวเลขไง มันยึดตัวเลข แต่ใช้จิตสัมผัส ไม่ได้หรอก”

 

น้อยใจกับการมีเซนส์

จริงๆ เขาไม่ได้แฮปปี้ที่มีเซนส์นะ เพราะดูดวงช่วยใครเจ้ากรรมนายเวรก็มาเอาคืนกับเขาตลอด มันเหนื่อยแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ “โกรธ น้อยใจ ทำไมชีวิตเราต้องเจอแบบนี้นะ เราช่วยคน เราทำตามทุกอย่าง แล้วทำไมถึงต้องเจอแบบนี้” สุดท้ายโฟล์คคิดได้ว่าบางอย่างเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ มันเป็นกรรมที่ต้องใช้ ถ้าไม่ได้ใช่เซนส์เพื่อช่วยคนอื่นแบบนี้ ตอนนี้ชีวิตอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้

สำหรับเขา คนที่ได้ช่วยเหลือจึงกลายเป็นครู ประสบการณ์ทำให้โฟล์คได้เห็นชีวิต ปัญหา ความทุกข์ของคนเป็นร้อยเป็นพันจนทำให้เขากลับมามองตัวเอง เขาบอกเราว่าเขาภูมิใจนะเวลาดูดวงให้ใครไปแล้วชีวิตเขาดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น “ภูมิใจมากๆ เลย”

 

แต่ถึงดวงจะบอกว่ายังไง สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ขนาดหมอดูอย่างโฟล์คยังบอกเลยว่าชะตาชีวิตเรา เรามีสิทธิ์กำหนดเองได้ “ดวงมันแค่แนวทาง มนุษย์สามารถเลือกเส้นทางการเดินได้ เลี้ยวได้ ดวงบอกว่าขวาเจอแบบนี้ ซ้ายเจอแบบนี้ แต่คุณเดินเอง ผมกล้าพูดดวงไม่กำหนดชีวิต 100% ทุกอย่างแก้ได้ ดวงเคลื่อนได้ตลอด แล้วแต่มนุษย์ทำ”

 

มนุษย์เรามักอยากมีพลัง ควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต การดูดวงเลยเป็นสิ่งที่เราฝากความหวังไว้ แต่ขนาดคนที่ใช้ชิวิตกับการดูดวง การมองเห็นวันข้างหน้าอย่างโฟล์ค เขายังบอกเลยว่าเส้นทางชีวิตของเรา เราเป็นคนกำหนดเอง งั้นจะดีกว่ามั้ยถ้าเราใช้ชีวิตแบบทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วให้วันที่ตามมาเป็นรางวัลให้กับความพยายามของเรา

 

 

HOROSCOPE