WHEN EAST MEETS WEST: ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่เขาทักมาใน IG ความรักของเราจะเกิดขึ้นได้!! - CLEO Thailand Online Magazine

WHEN EAST MEETS WEST: ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่เขาทักมาใน IG ความรักของเราจะเกิดขึ้นได้!!

กับความรักอย่าใจร้อน เพราะเมื่อไหร่ที่มันมา จะมาแบบสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจเหมือนอย่างคู่ ถงถง – ณภัทร นานาชิน และ Stafford ทั้งคู่อายุห่างกัน 6 ปี และเจอกันผ่านโลกโซเชียล ใครจะรู้ว่าแค่ DM มาในไอจี ความรักก็เกิดขึ้นได้

 

How did they meet?  เจอกันเพราะ……..

เขาทักไอจีมา


 

#สื่อรัก

ด้วยความที่ถงถงเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบท่องเที่ยว เวลาลงรูปเธอจะชอบใส่แฮชแทคลงไปด้วย จุดนี้เองที่ทำให้เขาได้เจอกับเธอ “เราก็ไม่รู้ว่าเขามาเจอเราที่แท็กไหน เขาทักมาถามว่า ‘คุณเคยไปเกาะพีพีมั้ย เกาะสวยไหม’ จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่จะไม่ตอบใครทางไอจี แต่ด้วยความที่เขาเป็นฝรั่งคนแรกที่ทักมา เราเลยลองตอบดู เขาอาจจะอยากถามเป็นข้อมูลเชิงท่องเที่ยว”

หลังคุยกันคลิ๊ก ทั้งคู่เลยแลกไลน์คุยกัน และเขาเองก็มาเมืองไทยด้วย แต่จุดที่ทำให้เธอยอมไปเดทกับเขา ส่วนหนึ่งมาจากเพลย์ลิสต์ที่เขาทำให้เธอฟัง “ตอนนั้นเราก็มีงาน Solo Art Exhibition เป็นงานที่หนักมาก ก็เลยคุยน้อยลง แล้วเราก็ดึงเชิงไม่ตอบอยู่ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาใช้รูปจริงรึเปล่า เราก็บอกเลยว่า ช่วงนี้เราต้องวาดรูปเยอะ ไม่ค่อยว่างคุย แล้วกลางดึกวันนั้นเขาก็ทำเพลย์ลิสต์ในยูทูป แล้วตั้งชื่อเพลย์ลิสต์ว่า ถงถง ส่งมาให้” ที่น่าแปลกคือทุกเพลงที่เขาส่งมาเป็นเพลงที่เธอชอบทั้งหมดเลย

 

 

เดทแรกก็จับมือกันเลย

ทั้งคู่คุยกันทางไลน์มานานกว่าสามสัปดาห์ ก็ถึงเวลานัดเจอ วันนั้นเธอทำตัวไม่ถูก คว้ามือเขาซะเลย “วันนั้นเราเจอกัน เขาทักมาเราก็เขิน แล้วทุกอย่างมันก็เงียบไปหมด เราไม่รู้จะทำอะไร เลยจับมือแล้วลากเขาแบบเดินไปจากตรงนี้กัน แล้วเราก็นึกได้เลยรีบปล่อย เขาก็หน้าแดง เขาก็จะจับบ้าง เราก็เอามือออก เขาก็แซวเรา แบบ No PDA (Public displays of affection) หรอ แต่เขาไม่รุ่มร่ามเลย และเข้าใจวัฒนธรรมว่าคนไทยจะไม่กอด ไม่สัมผัส ไม่พยายามจะคิส เขาให้เกียรติตลอด” กลายเป็นว่าวันนั้นทั้งคู่จับมือกันทั้งวัน แล้วหลังจากนั้นก็เหมือนทั้งคู่คบกันไปโดยปริยายโดยไม่ต้องถามว่า ตกลงเราเป็นอะไรกัน…

 

ทุกคนได้เจอหมด ยกเว้นคุณพ่อ

จนถึงตอนนี้ทั้งคู่คบกันมากว่า 2 ปีแล้ว ทุกคนเคยเจอสแตฟหมดตั้งแต่คุณแม่ คุณอา ยกเว้นคุณพ่อคนเดียว “ใหม่ๆ คุณพ่อก็ไม่เปิด เพราะที่บ้านเราเป็นครอบครัวคนจีนแล้วเขาก็จะหัวโบราณนิดนึง แบบฝรั่งเขามาเที่ยวแล้วก็ไปรึเปล่า กลัวว่าเขาจะไม่จริงจัง แต่ตอนหลังเขาโอเคแล้ว เพราะเพื่อนคุณพ่อส่งเรื่องที่เราเขียนในเฟซบุ๊กให้อ่าน เขาก็เปิดใจมากขึ้น แล้วก็เห็นว่าสแตฟเสมอต้นเสมอปลาย แฟนเราก็อยากเจอ แต่เขาก็รู้ว่าคุณพ่อเราเป็นยังไง เพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อต้องหวงเป็นธรรมดา เขาเข้าใจ”

 

 

Snap at

ทั้งถงถงและสแตฟไปเที่ยวด้วยกันบ่อยมาก จนเขาริเริ่มทำบล็อกโดยใช้ชื่อของทั้งคู่มารวมกัน “S มาจากตัวหน้าของชื่อเขา แล้วเราชื่อ Napat ก็เลยกลายเป็นคำว่า Snap at แล้วเราก็จะ Snap at ทุกๆ อย่างที่เราไปเจอด้วยกัน เพราะเขาบอกว่าเวลาคิดถึงกันจะได้ช่วยกันเขียนบล็อก จะได้นึกถึงเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกัน” ความรักแบบที่เจอกันก็เที่ยวให้สุดๆ แบ่งเวลาทำงานกับชีวิตรักได้แบบลงตัว Work hard play hard.

 

“I only have eyes for you.”

ถงถงเล่าว่าการมีแฟนเป็นคนต่างชาติ เธอไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะไม่สวย ไม่เพอร์เฟคพอ เพราะเขามองเธอที่จิตใจ “ฝรั่งจะไม่เอาผู้หญิงคนอื่นมาเปรียบเทียบ เขาจะค่อนข้างเคารพคนรักเขามาก ต่อให้แฟนเขาจะขาใหญ่ ผิวไม่สวยยังไง เขามองว่าคนรักของเขาเป็นคนสวย คนที่ดีที่สุดสำหรับเขาเสมอ”

มีโมเม้นต์หนึ่งที่ทำให้เธอยิ่งประทับใจในตัวเขา และบอกตัวเองว่าเธอเลือกคนที่จะมาอยู่เคียงข้างไม่ผิด “เราเคยสังเกต บางครั้งเวลาไปเที่ยวทะเล มีผู้หญิงใส่บิกินี่ หน้าอกใหญ่ๆ เดินผ่าน ก็ถามเขาว่าเธอไม่มองบ้างหรอ เขาก็ตอบเรามาว่า I only have eyes for you. ฉันมีตาไว้มองเธอแค่คนเดียว

 

 

การนอกใจคือเรื่องน่าอาย

ความรักกับหนุ่มฝรั่ง ถงถงบอกว่าเธอไม่ต้องคอยหึง ไม่ต้องกลัวเลยว่าเขาจะไปมีคนอื่น เพราะในวัฒนธรรมของเขา การนอกใจเป็นเรื่องน่าอาย “ตอนที่เขากำลังเลือกอยู่ เขามีสิทธิ์ที่จะคุยเพื่อหาคนที่ใช่ที่สุด แต่ถ้าเขามีคนรักแล้ว เขาก็จะรักแฟนคนเดียว และมองว่าการนอกใจกันเป็นเรื่องน่าอาย แต่ฝรั่งไม่ดีก็มี ฝรั่งดีก็มี ก็โชคดีที่เราได้เจอฝรั่งที่ดี”

 

รักครั้งนี้ เราเป็นพลังให้กัน

“ย้อนกลับไปมันรู้สึกเหมือนฝันเลย คงเป็นโชคดีของเราด้วย” ตลอดเวลาที่ทั้งคู่รักกัน เธอได้เห็นความรักที่สวยงามและมีพลัง เพราะมีเขาคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม “เขาจะบอกเสมอว่า You can do it. ไม่มีข้อลังเลในตัวเรา มันทำให้เราคิดไปแล้วว่าเราทำได้แน่ๆ หรือถึงทำไม่ได้ เราก็จะมีคนๆ นี้ที่มองเราเป็นเดอะเบสท์เสมอ เรารู้ว่าถ้าเราล้ม ก็ยังมีเขา มันเป็นเหมือนที่ชาร์จแบตให้กัน”

 

 

น้ำเสียงของถงถงเต็มไปด้วยความรักตลอดเวลาที่เราคุยกัน บอกว่าเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้เจอ ‘แต๊บ’ ชื่อที่เธอตั้งไว้เรียกเขาแค่คนเดียว สุดท้ายเธอบอกให้คนโสดทั้งหลาย เชื่อและศรัทธาในความรัก สักวันเธอจะได้เจอ

HOROSCOPE