WHEN EAST MEETS WEST: เธอแคนเซิลนัด 5 ครั้งแต่เขาสู้ไม่ถอย ใช้ความดีเข้าแลกความรัก และมันได้ผล! - CLEO Thailand Online Magazine

WHEN EAST MEETS WEST: เธอแคนเซิลนัด 5 ครั้งแต่เขาสู้ไม่ถอย ใช้ความดีเข้าแลกความรัก และมันได้ผล!

เขาว่า ‘ไม่ว่าเราจะตั้งกำแพงไว้สูงแค่ไหน แต่เจอคนที่ใช่ เราจะยอมเปิดประตูหัวใจให้เขาเอง’ เหมือนกับความรักของ โบว์ลิ่ง – รวิพิมพ์ หวังเพิ่มทรัพย์ และ Graeme Heckels จากคนที่เคยปิดกั้น นัดเดท 5 ครั้งไม่ไปสักครั้ง มาถึงวันที่เธอแพ้ทางให้เขาได้ทุกอย่าง

 

How did they meet?  เจอกันเพราะ……..

ทำงานที่เดียวกัน


 

เบี้ยวนัด 5 ครั้ง แต่เขาก็ยังรอ

ถึงทั้งคู่จะเคยทำงานในบริษัทเดียวกันมาก่อน แต่ความรักครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ง่ายเลย เพราะกว่าพี่โบว์ลิ่งจะยอมมากินข้าวตามนัด เขาต้องผิดหวังไปถึง 5 ครั้ง “เราเจอกันที่บริษัทเก่า พี่เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ส่วนเขาทำ Group finance director แต่ตอนนั้นไม่ได้กิ๊กกั๊กกัน แต่หลังจากเราออกมาแล้วก็มีการคุยทางเฟซบุ๊ก จนเขาชวนออกไปกินข้าว ชวนมา 5 ครั้ง แคนเซิล 3 ครั้ง อีกสองครั้งคือถึงเวลาแล้วลืม กับถึงเวลาแล้วไม่ไป”

การจีบกันครั้งนี้ โซเชียลก็มีส่วนไม่น้อย เพราะถ้าไม่ได้คุยกันทางเฟซบุ๊กก่อน ก็คงไม่กล้าออกไปเจอ “ก่อนที่จะมาเจอกันเราคุยผ่านไลน์กันเยอะมาก แล้วยิ่งพี่ไม่เคยมีแฟนเป็นคนต่างชาติมาก่อน มันเลยต้องก้าวผ่านความกลัว กังวลในระดับนึง จนเรากล้าพอที่จะออกไปคุย หลังจากที่คุยก็เริ่มมีความกล้าที่จะไปเจอกัน”

 

 

เปิดใจหมดเปลือกตั้งแต่เดทแรก

เดทแรกสำคัญ ถ้าคลิ๊กแล้วก็คลิ๊กเลย นัดกินข้าวกันครั้งแรกเธอก็เผยความในใจจนหมดเปลือก แต่เขาใช้โอกาสนี้เอาชนะใจเธอจนได้ “เราบอกเลยว่าคุณรู้ใช่มั้ยว่า 5 ครั้งที่เรายกเลิก เพราะเรามีกำแพงกับเธอ ภาษาและวัฒนธรรม”

ไม่ใช่แค่กำแพงที่เธอก่อจนสูง แต่คือสิ่งที่เธอคาดหวัง ความรักครั้งนี้ควรเป็นรักครั้งสุดท้าย “กฎของเราคือ พี่ต้องแต่งงานภายในอายุ 35 ปี ต้องเข้าใจวัฒนธรรมเอเชียที่ครอบครัวต้องมาก่อน ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องเธอต้องอดทนพอที่จะเข้าใจ เพราะเราไม่ได้เข้าใจสแลงหรืออะไร เรากะไปปิดทางเต็มที่ เธอไม่มีทางทำได้แน่นอน แต่เขาสามารถเอาตรงนั้นมาเป็นโอกาสได้หมดเลย”

 

อุปสรรคเดียวคือ ประสบการณ์กับฝรั่งที่ผ่านมา

ที่ความรักและข้อแม้เยอะขนาดนี้ เพราะในอดีตเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับคนต่างชาติ “เมื่อตอนที่พี่ทำงานออดิท พี่ต้องไปงานตรงนานา แล้วพี่ยืนถือคอมพิวเตอร์ ยืนรอรถมารับ แล้วมีฝรั่งเดินมาถามว่า How much? ทั้งที่เราก็ใส่สูทอยู่ด้วย เราเลยไม่ชอบ เพราะฝรั่งดูถูกคนไทย แล้วเวลาเราเห็นผู้หญิงไทยเดินกับฝรั่ง เราจะรู้สึกว่าทำไมให้ฝรั่งดูถูก มันลบไปตั้งแต่ตอนนั้น” แต่พอได้มาเจอคนนี้ เขาทลายกำแพงทุกอย่าง

 

 

ช่วงเวลาพิสูจน์ใจ

หลังคบกันมาได้ปีกว่า เธอและเขาก็ต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่ ช่วงเวลาพิสูจน์หัวใจ ต้องทำยังไงเมื่อต้องอยู่ไกลกัน “มีช่วงนึงที่เขาต้องย้ายไปอยู่ที่โปรตุเกส 6 เดือน ตอนนั้นเราใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มไปอยู่ที่นั่น เขาก็บอกเหมือนกันว่า 6 เดือนนี้ต้องผ่านไปด้วยกันให้ได้ หนึ่งเดือนนั้นเราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองเยอะเหมือนกัน แต่เขาจะเช็คตลอด เช้า กลางวัน เย็นทำอะไรอยู่ เลิกงานแล้วเรามาเจอกัน”

 

โมเม้นต์ขอแต่งงานที่มีแค่เราสองคน

พี่โบว์ลิ่งเกริ่นก่อนว่า เขาไม่เคยให้ดอกไม้ ไม่เคยมีลูกโป่งมามอบให้ แต่วันนั้นในเดือนธันวาคมที่ทั้งคู่เดินทางไปออสเตรเลีย เขาคุกเข่าขอเธอแต่งงานพร้อมกับสิ่งที่เธอรอคอยมาเสมอ “วันนั้นพอเราเดินเข้ามาในห้องของโรงแรม มันก็มีดอกไม้ ลูกโป่ง แล้วเขาก็คุกเข่า น้ำตามันร่วงเลย ไม่คิดว่าคนๆ นี้จะทำให้ แล้วเขาก็บอกว่าเห็นไหม สิ่งที่เธอบอกไปว่าฉันไม่เคยทำ วันนี้เธอได้ทั้งลูกโป่ง และดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันสามารถหาได้ในซิดนีย์ มันโรแมนติกมากที่เขาบอกว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่กับเราตลอดไป แล้วเราจะแก่ไปด้วยกัน แชร์เรื่องราวในชีวิตไปด้วยกันตลอดไป”

 

 

เขาทำให้เธออินกับรูปถ่าย

จะเรียกว่าเป็นความเข้ากันที่น่ารักก็ได้ พี่โบว์ลิ่งชอบการถ่ายภาพ ส่วนเขาชอบถ่ายภาพ ตอนนี้เธอเลยได้ช่างภาพส่วนตัวมาอยู่ข้างกาย “เขาสนใจเรื่องการถ่ายรูป เวลาเขามีอะไรน่าตื่นเต้นในชีวิต เขาจะแชร์ผ่านรูปที่เขาถ่าย จากที่เราไม่เคยสนใจภาพถ่ายมาก่อน แต่พอเห็นรูปเขาแล้วมันมีอารมณ์ เรื่องราว เวลาเขาถ่ายรูปเรา มันมีฟีลลิ่งอะไรบางอย่างที่มันออกมาจากหน้าเรา ชีวิตพี่คือ Through his lens เลนส์เขามันบอกอะไรมากมาย

 

 

ความน่ารักอีกอย่างที่ได้ใจพี่โบว์ลิ่งไปเต็มๆ คือเขาคอยซับพอร์ตอยู่ข้างๆ เสมอ “เราเป็นคนชอบแต่งตัว ยิ่งมีเขาเป็นตากล้องยิ่งสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ผู้ชายบางคนจะไม่ชอบผู้หญิงไปช้อปปิ้ง แต่เขาคือ As long as you happy. ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณมีความสุข แล้วผมจะบันทึกเรื่องราวผ่านเลนส์ของผมเอง

 

 

“เขาทำให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น”

ความรักครั้งนี้เปลี่ยนแปลงตัวเธอมากมาย จากผู้หญิงใจร้อน เขาทำให้เธอกลับมุมมอง เห็นในสิ่งที่แตกต่าง “เขาเป็นคนอ่อนโยน ใกล้เคียงกับคนเอเชีย เทคแคร์พ่อแม่และเป็นคนที่เข้าใจมนุษย์ ความตึงเครียดในชีวิตพี่มันลดลงไปเยอะตั้งแต่เจอ หลายๆ ครั้งพี่ใจร้อน แต่เขาทำให้เราเห็นอีกมุมของชีวิต เขาทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น”

นอกจากเขาจะทำให้เธออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นคนที่ดีขึ้นแล้ว เขายังให้มุมมองดีๆ กับเธอเสมอ เวลามีเรื่องเครียดอะไร สิ่งที่เขาบอกให้ทำ คือทิ้งมันไว้ที่หน้าประตู “หลายๆ ครั้งเราใจร้อน แต่เขาทำให้เราเห็นอีกมุมของชีวิต ชีวิตเราไม่ได้อยู่ไปตลอดนะ เธอจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหน ถ้าเธอจะอารมณ์เสียทุกวัน เธอทำได้ แต่เธอจะไม่มีความสุข แล้วเวลาเธอเอาพลังด้านลบเข้าบ้าน มันทำให้คนที่อยู่รอบข้างเราไม่โอเคไปด้วย เวลาที่เธอเครียดจากการทำงาน เธอกลับบ้าน เธอช่วยเอาความเครียดของเธอกองไว้ที่หน้าประตูได้มั้ย แล้วเวลาเธอเข้ามา เราใช้เวลาด้วยกัน แล้วตอนเช้าถ้าเธอต้องกลับไปเคลียร์มันอีก ค่อยเอามันไปที่ทำงานด้วย

 

 

“Impossible is possible”

เรื่องราวความรักของพี่โบว์ลิ่งบอกอะไรเราได้หลายอย่าง เธอเองต้องก้าวผ่านความกลัวในการจะเปิดใจรับใครสักคน โดยเฉพาะจากการเป็นคนที่ไม่โอเคกับการมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ แต่จนถึงวันนี้ มีคำพูดหนึ่งของเพื่อนเธอที่เคยพูดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เธอยังจำได้ดี “impossible คือ impossible ของพี่ ถ้ามีฝรั่งมาจีบคือ impossible ปิดประตู เพราะฝรั่งดูถูกคนไทย เราไม่สามารถไปด้วยกันได้ แต่เพื่อนเราเป็นคนบอกเราว่า impossible is possible วันที่เธอลองเปิดใจดู เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แล้วมัน possible

 

ตอนนี้ความรักของทั้งคู่ผลิบานแฮปปี้สุดๆ แลกคำสัญญาชั่วนิรันดร์ไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นคู่ที่ตอกย้ำว่า ความรักมันจะมาโดยที่เราเองก็ยังไม่ได้ตั้งตัว และมาในแบบที่เราไม่เคยคิดมาก่อน

HOROSCOPE