ความรักก็เหมือนอาหาร อยากได้ “ความแซ่บ” ต้องปรุงให้พอดี

เคยได้ยินคำนี้มั้ย? “The man’s heart is through his stomach” จะมองหาหนุ่มที่ใช่ต้องดูจากสิ่งที่เขากิน เพราะความรักที่ดีก็เหมือนอาหารจานเด็ด จะรสชาติหวานหอม หรือแอบขมนิดๆ เค็มหน่อยๆ ก็ต้องดูว่าคุณและเขาชอบรสชาติเดียวกันมั้ย? แล้วคุณกับเขาจะช่วยกันปรุงให้เป็นรสไหนมากกว่า เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากได้ความรักที่เฮลธ์ตี้กันทั้งนั้น เราเลยต้องช่วยกันปรับส่วนผสมให้ได้สูตรที่เรียกได้เต็มปากว่า “แซ่บที่สุด!!!” และนี่แหละเหล่าส่วนผสมที่ต้องได้รับการปรับอย่างด่วน

 

INGREDIENT: ความเยอะ!!!!!

FOOD: อาหารจานนี้เครื่องปรุงเยอะเป็น 10 อย่าง กว่าจะออกมาได้หนึ่งจานปวดหัวไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง!!!

LOVE: เช็คลิสต์คุณสมบัติหนุ่มในฝันของคุณยาวเป็นหางว่าว!! มีเป็น 100 ข้อแล้วเมื่อไหร่จะเจอคนที่ใช่ละจ๊ะ?

เข้าใจเลยว่าสาวๆ จะชอบมีเช็คลิสต์หนุ่มในอุดมคติ แต่สำหรับบางคนโอยยยย ลิสต์มีเป็น 100 ข้อ บางข้อก็พอจะเข้าใจได้ ถ้าเทียบกับอาหารก็เท่ากับผักใบเขียวที่มีประโยชน์ต่อตัวเรา แต่บางอันก็ อืม……ขอมากเกินไปมั้ย? สเป็คอะไรจะละเอียดเบอร์นั้น Jo Lamble นักจิตวิทยาจาก jolamble.com บอกว่าส่วนผสมของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จต้องมี “เคมีที่ตรงกัน ความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ยึดมั่น คุณและเขาต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เหมือนกัน มีเป้าหมายที่คล้ายกัน และดึงเอาสิ่งดีๆ ของกันและกันออกมาได้ เรื่องของอายุ น้ำหนัก ประวัติความสัมพันธ์ หรือ รูปร่างหน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสักนิด”

 

INGREDIENT: ความ OBSESS!!

FOOD: เธอบ้าเทรนด์ไดเอ็ทเอามากๆ มีอะไรจะต้องศึกษาต้องลองไม่หยุด ไม่ทันให้ร่างกายได้เข้าใจซะด้วยซ้ำว่าเหมาะกับสูตรไหนที่สุด

LOVE: เธอบ้าเล่นทินเดอร์เว่อร์ๆ เปลี่ยนคู่เดทไปวันๆ ไม่พอใจนิดหนึ่งก็มองหาคนใหม่ แล้วเมื่อไหร่จะได้เรียนรู้ใครจริงๆ สักที

ทินเดอร์แทบจะเป็นแคตตาล็อกหนุ่มเอาไว้ให้สาวๆ สมัยนี้เลือกไปออกเดทได้ไม่หยุด ก็จะปฏิเสธได้ยังไงในเมื่อมีตัวเลือกใหม่ๆ ผุดมาให้เลือกตลอดเวลา Gemma Cribb นักจิตวิทยาจาก Equilibrium Psychology บอกไว้ว่า “ความรักก็เหมือนอาหารที่ถ้าจะให้ดีต้อง ‘ชิม’ ไม่ใช่ ‘กิน’ เพราะถ้า ‘กิน’ คุณจะต้องได้รับรู้รสชาติอาหารคำโต ซึ่งจะทำให้คุณฟินสักพัก แล้วความรู้สึกนั้นก็จะหายไป ทำให้คุณรู้สึกว่างเปล่า” ความรักที่ดีเลยจะต้องค่อยๆ ลิ้มรส ค่อยๆ เรียนรู้กันไปถึงจะสุขได้แบบนานๆ

แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคุณหาไดเอ็ตที่ถูกใจได้แล้วแต่มันกลับไม่เวิร์คสำหรับคุณซะเลย “เวลาคุณไดเอ็ท ต้องทนกับการกินอาหารจนน้ำหนักลดลงได้ภายใน 1 อาทิตย์ มันก็ไม่ได้หมายว่าคุณต้องหยุดกินอาหารสุขภาพดีๆ ในอาทิตย์ต่อไป ก็เหมือนเวลาที่เราเจอเดทแย่ๆ 1 ครั้ง แต่มันก็ยังไม่ทำให้เรากลัวการออกเดทครั้งต่อไป” ทำให้เหมือนเจอไดเอ็ทสูตรที่ไม่ถูกจริต เวลาเจอหนุ่มที่ไม่ใช่ก็แค่แยกกันไป จบ!

 

INGREDIENT: ความดึงดูด

FOOD: ถึงจะรู้ว่าแคลอรี่สูง แต่ช็อคโกแลตมันอร่อยจนห้ามใจไม่อยู่ รู้ตัวอีกทีเผลอกินไปทั้งกล่อง อ้วนเลยงานนี้!!

LOVE: เขาเป็นหนุ่มแบดบอย แต่คุณห้ามใจไม่ได้จริงๆ เผลอหลงสเน่ห์ จนอะไรๆ ก็ยอมเขาไปหมดแล้ว

ทำไม๊ทำไมผู้หญิงเราถึงปิ๊งหนุ่มแบดบอยกันนัก ทั้งๆ ที่ก็รู้กันอยู่ว่าคบไปก็มีแต่จะเจ็บ!!! เรื่องนี้มันเป็นเพราะความวิตกกังวล ความกลัวถูกปฏิเสธในตัวของคุณ และความรู้สึกแบบนี้แหละที่คนเราเข้าใจผิดว่าคือความตื่นเต้น “เพราะเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการยอมรับ คุณก็เลยมีความต้องการอยากจะชนะใจหนุ่มที่แสดงออกว่าเขาไม่สนใจ”

 

INGREDIENT: ความเหนื่อยล้า

FOOD: ทำอาหารจากส่วนผสมแบบดิบๆ เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ยังไม่เริ่มปรุงเลย แค่หั่น แค่ล้าง ก็เหนื่อยจนอยากจะถอดใจแล้ว!!!

LOVE: คุณคนเดียวที่เวิร์คกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ บางทีก็เหนื่อยใจ ทำไมเธอไม่เต็มที่กับความรักของเราบ้าง!!!

การทำอาหารกับส่วนผสมดิบๆ ทำให้เราท้อจนอยากจะทิ้งทุกอย่าง “ใครก็ตามที่เป็นคนเริ่มต้นทำทุกอย่างก่อนมักจะบ่นว่าคู่ของเขาไม่มีความพยายามกับความสัมพันธ์มากพอ” Jo ได้บอกมาว่ามันอยู่ที่พื้นฐานลักษณะนิสัยของแต่ลคน ก็เหมือนส่วนผสมของอาหารที่ยังไม่ได้รับการปรุงแต่ง “ฉันชอบที่จะแนะนำให้ทุกคนยอมรับว่าใครก็ตามที่มีไฟในการทำอะไรมากกว่า ก็จะรู้สึกเสมอว่าการเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ง่ายกว่า แต่พวกเขาก็ควรจะรู้สึกขอบคุณในความพยายามของคู่ของเขา ส่วนผู้ตามก็ควรที่จะออกนอกกรอบ เริ่มทำอะไรก่อนบ้าง”

 

INGREDIENT: ความดีเทล

FOOD: คุณนับแคลอรี่อย่างบ้าคลั่ง กินอาหารไม่รู้รสชาติ ไม่สัมผัสถึงความอร่อยมานานมากแล้ว

LOVE: คุณจ้องจะวิจารณ์หนุ่มของคุณทุกซอกทุกมุม สังเกตจนหนุ่มเขากลัวจะพากันหนีไปหมดแล้ว

“ในด้านจิตวิทยา เราไม่ค่อยจะสนับสนุนให้นับแคลอรี่ซะเท่าไหร่เพราะคนเราจะใช้สมองมากกว่าการใช้สัญชาตญาณของตัวเอง ทางทีดีคุณควรจะให้ทั้งสมองและหัวใจพากันเลือกทั้งอาหารที่คุณกินและคนที่คุณรักมากกว่า” Gemma ได้บอกเอาไว้ ความรักที่ดีอาจจะไม่ได้เพอร์เฟคเหมือนในหนังในละคร แต่เวลาคุณอยู่กับเขามันจะรู้สึก “ใช่” ที่สุด เพราะฉะนั้นพยายามเอาความรู้สึกและความเป็นเหตุเป็นผลมารวมกัน มองข้ามความเป๊ะหรืออุมดมการณ์ความรักที่ตั้งไปก่อน แล้วคุณจะเจอกับความรักที่แท้จริงเอง “ใช้สมอง ลองดูซิว่าคุณสามารถนึกถึงเขาในแบบทุกวันนี้ เป็นแบบนี้ไปจนถึงอนาคตหรือเปล่า แล้วค่อยใช้ใจในการตัดสินว่า เขาทำให้คุณรู้สึกดีและปลอดภัยหรือไม่”

HOROSCOPE