ความพังของใจที่เกิดจากการสไลด์ซ้ายขวาอย่างสนุกบนทินเดอร์

ใครไม่รู้จัก ‘ทินเดอร์’ บ้างล่ะสมัยนี้ ถ้ามีจะบอกให้สั้นๆ ว่าเป็นแอปจับคู่คนที่ถูกใจกันด้วยนิ้วเดียว สไลด์ซ้ายถ้าไม่ถูกใจ แต่คิดว่าคนนี้ใช่ สไลด์ขวาโลด!!! แล้วถ้าเขาเองก็ถูกใจเราเหมือนกัน ความ MATCH ก็จะขึ้นมาแบบอีซี๊อีซี่

 

ผู้ชายแบบไหนที่จะได้เจอบนทินเดอร์

You wanna ‘hangout’

แบบว่าแฮงเอาท์ที่บ้านเขาน่ะ หรืออีกคำที่ได้ยินบ่อยก็คือ Netflix and chill แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทั้งแฮงค์เอาท์หรือดูเนตฟลิกหรอก มีความบันเทิงอื่นรออยู่มากกว่า สาวรักสนุกช๊อบบบนักล่ะอะไรแบบนี้

บ้ายิมเข้าขั้นสุด

มันก็ดีนะถ้าได้เจอคนมีแพชชั่นกับอะไรสักอย่าง แต่เขาจะเอาแต่เข้ายิมทุกวัน เวลาเหลือน้อยนิดกะจิดริดค่อยเจียดมาให้เรา ความสัมพันธ์ก็เลยจะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า นอกจากว่าเราจะบ้ายิมกับเขาเหมือนกัน

We’re just friends

แล้วเขาก็เป็นเฟรนด์สกับทุกคนไปทั่ว ส่วนใหญ่ก็จะไปสู่คนแบบแรกที่อยากแฮงเอาท์กับเพื่อนหลากหลาย หรือไม่หนักกว่านั้นคือมีแฟนอยู่แล้วแต่แอบซ่อนเก่งมากเว่อร์ อยากจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้จริงๆ

เชื่อในรัก!

หายากม๊ากกก จนอยากจะถามเองว่า ยังมีอยู่หรอ? ความจริงแล้วก็บอกไม่ได้ชัดเจนหรอกนะว่าแบบไหนคนดี เพราะบางทีคนดีก็เทเราบ้างเหมือนกัน เขาคงดีเกินไปจริงๆ แต่ไม่หลอกลวง ไม่หวังฟัน จริงใจเลยว่าไม่ชอบก็ปล่อยไปไม่มีมากั๊กเพื่อเลือกทีหลัง

 

ประคองสติยังไงไม่ให้ lost ไปในโลกของแอปเดทออนไลน์

+ถามตัวเองก่อนว่าเรามาใช้แอปนี้ทำไม เพราะนี่ไม่ใช่แอปเกมส์หรือแอปโซเชียลทั่วไป ทุกคนในนี้มีจุดประสงค์บางอย่างอยู่ในใจ เหงา หาคู่แท้ หาคู่นอน ทำการทดลอง หรืออะไรต่างๆ นานา พอเรารู้ว่าเรามาเพื่ออะไรแล้วก็จะได้ตัดคนบางประเภทออกไปจากการแมตช์ครั้งนี้

+คนเหงา 2018 ก็ว่างไม่มีอะไรทำมาคุยกับคนแปลกหน้าเล่นๆ ดีกว่า คิดว่าสนุกดี ก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นคนจิตใจหวั่นไหวไม่แกร่งเท่าไหร่แค่คุยก็คงจะพอแล้ว นัดออกไปเจอกันข้างนอกเราบอกไม่ได้เลยว่าคนที่คุยเป็นคนแบบไหน เขาอาจจะดีมาก หรืออาจจะแย่มากๆ ถึงขั้นสุด ถ้าแค่เหงาหาเพื่อนคุยก็จงแค่คุย

+หาคู่ จะแท้จะเทียมก็จงชัดเจนไปเลย แต่คนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ จากแอปนี้ (หรือที่ไหนก็ตาม) อยากให้ป้องกันทุกครั้ง ย้ำ! ทุกครั้ง ส่วนคนที่มาหาแฟนที่จะคบแบบจริง บอกเลยว่ายาก ก็ไม่ใช่ว่าจะหาไม่ได้ แต่คนอื่นก็จะเข้าใจว่าในทินเดอร์ใครจะคุยกับใครก็ได้ ตัวเลือกเยอะไปหมด ให้โอกาสแต่อย่าฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้ที่แอปนี้ จนทำให้สูญเสียความสามารถในการประคองสติเอาไว้ในภายหลังก็แล้วกัน

+ทำความเข้าใจด้วยว่าคนในแอปนี้ เขาเทกันเร็ว จะมัวมาทำใจไม่ได้ ส่งข้อความไปซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ไหวนะ มันก็เหมือนกับตอนที่แมตช์กันนั่นแหละ เร็วขนาดนั้นต้องรับมือให้ได้ แม้จะไม่ใช่วัฒนธรรมเดิมที่เคยเจอมา แต่ถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องอยู่ให้เป็น

 

เจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะ!

เราเลยได้โอกาสไปนั่งคุยกับเพื่อนหลายคน มีบางคนที่บอกว่าเคยติดทินเดอร์มากๆ ปัจจุบันเธอเลิกแล้ว เด็ดขาดรึเปล่าไม่รู้ แต่จุดนี้ไม่มีการสไลด์อีกต่อไป “ก็คิดว่าเจอมาหมดแล้ว ส่วนใหญ่คนในนั้น ยกเว้นคนต่างชาติที่มาเที่ยวใหม่ๆ ไม่เคยอยู่ใกล้ๆ กัน” อ้อ ลืมบอกว่าทินเดอร์จะจับสัญญาณคนที่อยู่ใกล้ๆ กันให้เพื่อจะได้ไม่ยากเกินไป

 

“แย่ๆ ไม่ค่อยเจอนะ เจอแต่คนแปลกๆ คือเราเจอเขาตอนไปเที่ยวก็แฮฟฟันกันไปไม่มีอะไร แต่อาทิตย์ถัดมาพ่อแม่เขามาไทยพอดีก็ชวนเราไปด้วย ไปๆ มาๆ แม่เขาถามว่าอยากให้เราย้ายไปอยู่ด้วย งงเลย เพิ่งเจอกันเราไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น” เธอคนนี้แหละที่บอกว่าเล่นมานานนับหลายปีจนรู้สึกว่า อิ่มตัว “ตอนแรกเลยที่เล่นก็เพราะว่าเลิกกับแฟนคนหนึ่งแล้วเคว้งสุดๆ ทั้งที่ก่อนหน้าเลิกกับคนหนึ่งจะคบอีกคนต่อตลอด ไม่ต้องเป็นแฟนแต่ต้องมีใครสักคน แต่พอเลิกกับแฟนคนนั้นแล้วไม่มีใครเลย ก็เลยลองดู” แล้วชีวิตเธอก็เริ่มวนเวียนอยู่ในสี่เหลี่ยมนั้นเป็นต้นมา “ชีวิตวนลูปเลยอ่ะ คุย คบ โดนเท ไม่ต้องคบก็โดนเท เพราะคุยกับทุกคน ถึงรู้ว่าคนนี้จะไม่เวิร์คก็ยังลองดู สุดท้ายก็คือพัง” แต่เธอก็บอกว่าเคยเจอคนที่คบกันอย่างยาวนาน “คือแฟนคนล่าสุด แต่เลิกกันไปแล้วนะ ไม่คิดว่าจะเจอคนแบบนี้ในแอปนี้ สุดท้ายก็ไปกันไม่รอด เพราะเรามีโลกส่วนตัวสูงมาก สามารถทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวได้ แม้ว่าจะอยู่ด้วยกัน”

 

แต่เพื่อนอีกคนเจอแบบแย่สุดๆ ไปเลยล่ะ “เราเจอคนๆ นี้แบบบังเอิญมากไม่ได้ตั้งใจจะคุย แต่เขากวนๆ คุยไปคุยมาเราอยากเอาชนะ ก็เลยเออคุย” แล้วเธอก็เข้าสู่วงจร wanna hang out “ก็ออกไปกินอาหารนอกบ้านแต่เราไม่เป็นแฟนกันแน่ๆ แค่มีอะไรกัน มีคืนหนึ่งออกไปกินเหล้าจนเมาทั้งคู่แต่กลับคอนโดเขาถูกนะ แล้วเราก็หลับ เรารู้สึกเหมือนโดนกวนอ่ะ ก็เลยปัด แล้วเราก็โดนตบกลับมา แรงจนตื่นเลย เขาบอกว่าเราละเมอตบเขา เขาเลยเอาคืนแล้วก็ไล่เรากลับบ้านเดี๋ยวนั้น แต่เมามากไงก็เลยบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้กลับขอนอนก่อน แล้วก็หลับเลย (หัวเราะ)” แม้เหตุการณ์จะดูรุนแรงในตอนนั้น แต่เธอก็บอกว่า “ตื่นเช้ามาก็นั่งคุยกันปกติ ที่ห่างกันไปเพราะเขาย้ายไปอีกประเทศแล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่”

 

“เคยเจอคนแปลกผสมน่ากลัว ในทินเดอร์นอกจาก like แล้วถ้าชอบมากๆ จะสามารถกด super like กันได้ ซึ่งอันนี้จะเห็นเลยว่าใครกดให้เรา เราได้มาจากคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่สไตล์เรา แต่ด้วยความที่ทินเดอร์เราเชื่อมกับแอคเคาท์อินสตาแกรม นางก็เลยส่งข้อความมาทางนั้นแทน เราก็ไม่ตอบ” เพื่อนคนนี้คิดว่าเขาคุกคามเธอเกินไป ไม่ตอบสนองในทินเดอร์ก็น่าจะเข้าใจ เลยนิ่งเฉยใส่ก็แล้วกัน แต่เขาก็ดันมาเห็นการแทคโลเคชั่นในรูปภาพของเธอ “ตอนไปทริปที่พัทยา เราก็โพสต์รูปเช็คอินปกติ ตกดึกกลับเข้ามาในห้องเจอช่อกุหลาบและข้อความจากคนนี้  บอกว่าถ้าไม่ลำบากเกินไปอยากให้มาเจอกันพรุ่งนี้เช้าที่ล็อบบี้ คือกลัวมาก! ปิดม่าน ล็อคประตูแน่นหนาทันที” ถึงเธอจะรู้ว่าเขาเข้ามาไม่ได้หรอก แต่รู้เบอร์ห้องขนาดนี้ ถ้ามาเคาะประตูคงช็อคไปเลย

 

เพื่อนคนนึงเจอการเทตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าแต่นัดกันแล้ว “คือเราคุยกับคนหนึ่งแล้วก็นัดเจอเขาที่ร้านอาหารเลยนะ ไม่ได้ที่บาร์หรือที่บ้าน ก็คิดว่าน่าจะเซฟดี ซึ่งก็จริงคือเราคุยในแชทอยู่ตลอดจนเราเดินลงแท็กซี่เลยนะ แล้วเขาก็เงียบไปเลย ไปในร้านก็ไม่เจอใครเลย บังเอิญว่าเรารู้จักคนในร้านด้วย ก็บอกว่าไม่มีนะ แต่หันไปเจอผู้ชายคนหนึ่งจองสองที่แต่เขานั่งคนเดียว เรางงมาก รออยู่ครึ่งชั่วโมง โอเค กลับ” แล้วเขาก็หายไปตลอดกาล

 

After Tinder

ความจริงแล้วเรามีเพื่อนบางคนที่เจอความรักจริงจังในทินเดอร์ และพวกเขาก็ไม่อายเลยที่จะเล่าให้ใครต่อใครฟังว่า เจอคนนี้มาจากทินเดอร์ แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกว่าไม่เวิร์คเลยอ่ะแล้วก็ลบทิ้ง “เจ็บช้ำมามากพอละ” แล้วเธอก็นิ่งกับความรักไปพักหนึ่งจนได้เจอคนที่ใช่ในภายหลัง

 

เพื่อนสาวของเราคนนี้ ขอใช้ชื่อว่า “เอ” ละกัน เธอเริ่มใช้ทินเดอร์เพระอยากหาเพื่อนชาวต่างชาติเพื่อฝึกภาษา ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงเลยนะ ไม่ได้ตั้งแต่ใจจะมาหาความสัมพันธ์อะไรหรอก เพราะตอนนั้นก็มีแฟนอยู่ แล้วเธอก็ได้เพื่อนจริงๆ เอบอกว่าตอนนั้นคนไทยยังไม่ค่อยเล่นเลย ชาวต่างชาติจะเยอะมาก เธอเลยได้ฝึกภาษาจริงๆ แล้วเธอก็เลิกกับแฟน เอตัดสินใจใช้ทินเดอร์ “เดทขำๆ สนุกๆ” มีการนัดเจอกับหนุ่มๆ อยู่หลายครั้ง แต่เล่นไปเล่นมาก็เจอหนุ่มชาวอเมริกันคนหนึ่งที่มาเที่ยวเมืองไทย ทั้งคู่นัดแฮงค์เอ้าท์กัน ในตอนนั้นตัวสาวเอเองก็ไม่ได้อินอะไรกับเขาเลย “กล้าพูดเลยว่าตั้งแต่แรกเราไม่ได้ชอบเขาเลย” แค่รู้สึกว่าเขาเป็นคนดี จริงใจ เลยชวนไปแฮ็งค์เอ้าท์แบบเพื่อน แต่ด้านชายหนุ่มนะซิ เลิ้ฟเธอสุดๆ สาวเอเองก็รู้สึกว่าหนุ่มคนนี้เขาดูใส่ใจและจริงจังกว่าคนอื่นๆ ในทินเดอร์

 

แต่แล้วหนุ่มคนนี้ก็ต้องกลับอเมริกา ทั้งคู่ตัดสินใจจำกัดความความสัมพันธ์ว่ากำลัง “เดทติ้ง” กันอยู่ คุยกันทุกวัน ปรึกษาเรื่องชีวิต เรื่องอนาคต และเรื่องทั่วไปๆ และยิ่งวันหนุ่มชาวอเมริกันก็เริ่มประทับใจในตัวสาวเอมากขึ้นเรื่อยๆ มากซะจนซื้อตั๋วให้เธอบินไปหาที่อเมริกาเลย!! ซึ่งจริงๆ แล้วชายหนุ่มเขาก็รู้สึกว่าเสี่ยง แต่ก็เชื่อสัญชาตญาณตัวเองว่าสาวเอนะใช่สำหรับเขา และก็อยากศึกษาสาวเออจ่างจริงจัง  ตอนนั้นเธอก็ตัดสินใจไปเพราะเธอก็รู้สึกดีกับเขานิดๆ และก็ชอบอเมริกาอยู่แล้วด้วย พอได้ไปใช้ชีวิตกับเขาอยู่ 10 วัน สาวเอก็มองเห็นอีกด้านในตัวหนุ่มคนนี้ ด้านที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับเขามาก เอได้เห็นตัวตนของเขาจริงๆ ซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบ เธอประทับใจตรงที่เขาฉลาดพูด มีระเบียบ สรุปว่า 10 วันนั้นเธอรู้สึกดีกับเขามาก ปัจจุบันทั้งคู่ก็ยังคุยกันทุกวันและยังคงความสัมพันธ์แบบ “เดทติ้ง” ไว้ สำหรับคู่นี้ต้องรอลุ้นว่าความสัมพันธ์จะเป็นยังไงต่อไป แต่ดูเหมือนว่ามันกำลังจะไปได้ด้วยดีเชียวละ!!

 

ความรักยังไงก็เป็นสิ่งสวยงามทั้งนั้น จุดเริ่มต้นอาจจะต่างกันแต่ที่สำคัญคือการต่อยอดความสัมพันธ์มากกว่า การใช้ทินเดอร์ก็เป็นหนทางหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยง ต้องใช้สติและความฉลาดในการเล่นมากๆ อย่าใช้แต่ใจเล่นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะแย่ สายซอฟท์ต้องทำใจ เพราะสายสตรองเท่านั้นถึงจะรอดในโลกทินเดอร์นะจ๊ะ!

HOROSCOPE