แต่งงานไม่ใช่บทพิสูจน์รักแท้ แต่เป็นความสุขในทุกๆ วัน ตลอด 16 ปี - CLEO Thailand Online Magazine

แต่งงานไม่ใช่บทพิสูจน์รักแท้ แต่เป็นความสุขในทุกๆ วัน ตลอด 16 ปี

บนเส้นทางรักของคู่รักทั้งหลายวางจุดหมายสุดท้ายไว้ที่การแต่งงาน แต่สำหรับ “โบว์ – เกวลี ทองเทียมกำเหนิดและบอล – ธรรศธรณ์ เตชานิธิสวัสดิ์” คู่รักที่เริ่มต้นความรักจากเพื่อนที่ต้องทำรายงานกลุ่มด้วยกัน กลายมาเป็นคู่ที่คบกันมานานโดยไร้เงื่อนไขการแต่งงาน

 

ความประทับใจในเรื่องธรรมดาๆ ที่ต่อยอดมาเป็นความรัก

เจอคำถามแรกเข้าไป ทำเอาพี่บอลขำเล็กน้อยก่อนตอบ “อย่างกะสัมภาษณ์แต่งงานแหน่ะ” แน่นอนว่าทั้งคู่เขินกับคำถามนี้ไม่ใช่น้อย “ผมประทับใจที่เขาเป็นคนเก็บรายละเอียด อย่างระหว่างทางที่ขับรถเขาก็จะชอบซื้อขนมมาทิ้งไว้ให้เวลาหิวระหว่างทาง” คำตอบของพี่บอลทำเอาพี่โบว์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะสิ่งนี้พี่บอลไม่เคยเธอบอกเลยเหมือนกัน “ส่วนโบว์ประทับใจในความใส่ใจของเขา เริ่มจากมีอาทิตย์นึงที่น้ำที่หอหมด เขาก็ออกจากหอเขาไปซื้อน้ำมาให้ที่หอเรา เป็นเรื่องที่อาจจะดูไม่มีอะไรแต่สำหรับเรามันเป็นเรื่องที่โอเคมาก ให้เริ่มนับแต้ม 1 เลย”

 

เคยคิดเรื่องแต่งงานไหม?

ทั้งสองพยักหน้าตอบพร้อมกันว่า เคย! เคยคิดที่จะแต่งงงาน “คนคบกันมันก็ต้องคิดเรื่องอนาคตอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ด้วยกันจะอยู่ไปวันๆ โดยที่ไม่ได้มองถึงอนาคตไว้เลย”

 

การไม่ได้แต่งงานกันเป็นปัญหาอะไรมั้ย

พี่โบว์เล่าว่ามักจะมีคนพูดตลอด เวลาไปเจอคนรู้จัก โดยเฉพาะคนที่รู้จักกันนานๆ เขาจะรู้ว่าคบกันมานานแล้วทำไมไม่แต่งซักที “มันเป็นปัญหาในความคิดของคนอื่นแต่ไม่ใช่ปัญหาในมุมของเรา ถ้าตอนนี้ถามว่าเราแฮปปี้เต็ม 100 มั้ย เราแฮปปี้เต็ม 100  คือไม่ได้รู้สึกว่าต้องแต่งงานชีวิตถึงจะฟูลฟิล เรารู้สึกว่าการเจอกันแบบนี้ในจังหวะแบบนี้ มีไปเที่ยวกันบ้าง สำหรับพี่ตอนนี้มันโอเคแล้ว” สิ่งเดียวที่ทั้งคู่รู้สึกว่าการแต่งงานจำเป็นคือการมีลูก ถ้าสังคมไทยสามารถยอมรับได้ว่าคู่รักสามารถมีลูกโดยที่ไม่มีเงื่อนไขว่าต้องแต่งงาน พวกเขาก็คงตัดเรื่องแต่งงานออก

 

สิ่งที่ทำให้รู้สึกไว้ใจ คือแค่ไว้ใจ

พี่โบว์เงียบไปสักพักเมื่อเราถามว่าทำไมเธอถึงไว้ใจพี่บอลโดยที่ทั้งสองคนก็ไม่ได้แต่งงานกัน เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนไปหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้เสมอ “มันไม่มีอะไรทำให้เชื่อใจ มันแค่เรารู้สึกว่าเราเชื่อใจแค่นั้นเลย เราอยู่กับคนนี้ ณ วันนี้ โมเมนต์นี้เราแฮปปี้แล้ว อนาคตจะเป็นยังไงก็ปล่อยมันเป็นไป ถ้าถามว่าสุดท้ายอยากแต่งงานกับคนนี้มั้ย? เราอยากแต่งนะ แต่เราไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง ก็คงต้องยอมรับมัน ไม่ได้คิดว่าจะเอาพิธีแต่งงานมาผูกมัดว่าสุดท้ายจะได้อยู่กับคนนี้ ถ้าเทียบกันในมุมที่คนอื่นคิดว่าเราจะต้องรีบแต่งงานเพราะว่าฉันอยากอยู่กับคนนี้สำหรับพี่มันอาจจะไม่ใช่ มันก็มีหลายคู่ที่ใช้วิธีนี้ สุดท้ายก็เลิกกัน ความไว้ใจก็คือความไว้ใจ พิธีแต่งงานไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ความไว้ใจ”

พี่บอลมองว่าการแต่งงานเป็นแค่พิธีนึงที่จริงๆ แล้วจะไม่แต่งงานอยู่กันไปเลยก็ได้ มันเป็นธรรมเนียมที่ให้ทางผู้ใหญ่รับรู้เท่านั้น “ค่านิยมที่จะแต่งงานต้องจัดงานนู้นนี้ ต้องประกาศให้โลกรู้ว่านี่แหละเราแต่งงานกับคนนี้ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวเลยว่าจำเป็นมั้ย การแต่งงานค่าใช้จ่ายเยอะ บางคนเขาเห็นค่าว่าเราเอาเงินไปทำอะไรได้มากกว่า บางทีสังคมไทยด้วยเรื่องหน้าตา หรืออะไรก็ตามมันเลยบังคับให้เราต้องจัดงานแต่งขึ้นมา เราก็คิดนะว่าถ้าจะจัดงานจริงๆ เราจะจัดแบบไหน แต่คิดว่ามันก็ยังไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น”

 

เรากดดันมั้ยที่ใครๆ ก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่แต่ง?

พี่บอลตอบทันทีเลยว่าไม่กดดัน ใครก็กดดันเราไม่ได้นอกจากตัวเราเอง “โดยปกติเราก็เป็นคนหัวดื้อด้วย เราฟังนะแต่ว่าท้ายที่สุดเราต้องเป้นคนตัดสินใจเอง เราจะไปฟังคนอื่นแล้วให้เขามาตัดสินชีวิตเราไม่ได้ นี่คือ 1 กับ 2 เรื่องของเราสองคน 3 – 4 ไม่เกี่ยว การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน คนรอบข้างจะมาบังคับเราไม่ได้”

 

เราไม่ได้แต่งงานกันและไม่ได้อยู่ด้วยกัน

พี่บอลกับพี่โบว์เล่าว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ต่างคนต่างอยู่กับครอบครัวของกันและกัน จะเจอกันแค่วันธรรมดาหรือนัดเจอกัน “เราคิดว่าระยะห่างที่เรามีทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายกว่า ถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วถ้าเราทำงานดึก ไปทำงานต่างจังหวัด เขาก็ต้องอยู่คนเดียว เรามันจะดีกว่ามั้ยถ้าเขาอยู่กับครอบครัวเขา ไม่ต้องมานั่งรอว่าเราจะถึงบ้านกี่โมง ไม่ต้องมาเป็นห่วงกันไปมา มีคนคอยดูแลเขาน่าจะดีกว่า”

 

ไม่เคยทดลองอยู่ด้วยกัน และไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหา

ทั้งสองคนพูดกันเป็นเสียงเดียวเลยว่าไม่เคยได้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย มาสุดก็คืออการไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันเท่านั้น ซึ่งพี่บอลบอกว่า ในช่วงระยะเวลาที่เที่ยวกัน อยู่ด้วยกันในระยะสั้นๆ ก็พอจะทำให้รู้ว่าทั้งคู่เป็นคนยังไงอยู่แล้ว ไม่ต้องทดลองอยู่ด้วยกันก็ได้ “ต่อให้เราแต่งงานกันไปมันก็เปลี่ยนชีวิตเราไม่ได้ เราอาจจะมีปรับบ้าง แต่เราไปเปลี่ยนนิสัยของคนอื่นไม่ได้ ต่อให้บังคับแต่มันคือตัวเรา สุดท้ายก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม คู่รักที่คบกัน รักกัน ย้ายไปอยู่ด้วยกัน เขาพยายามที่จะเปลี่ยนอีกคนให้เป็นไปในแบบที่เขาชอบสุดท้ายก็ไม่ใช่อยู่ดี เขาใช้ชีวิตของเขามา 20 กว่าปี จะให้เขามาเปลี่ยนชีวิตใหม่หลังแต่งงานภายในไม่กี่วันมันก็ไม่ได้….”

“…เรานัดเจอกัน 3-4 วันต่ออาทิตย์ เรากำหนดวันที่จะเจอ สำหรับคนอื่นเขาอาจจะมองแค่ว่าเขากำหนดเพื่อให้เจอกันแต่สำหรับคู่ของเรามันคือการกำหนดเพื่อที่จะได้รู้ว่าเราจะมีเวลาส่วนตัวของเราวันไหน ตลกมะ?”

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเรามาเรื่อยๆ

แม้ว่าตอนมหาลัยทั้งคู่จะได้เจอกัน อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่พอโตขึ้น ต้องไปทำงาน มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ก็เริ่มมีทะเลาะกันบ้างในเรื่องการให้เวลาแก่กัน “เพราะตอนนั้นเราก็ยังเด็กกัน เราก็ยังมองถึงการครอบครองซึ่งกันและกัน ก็จะมีคำถามว่าทำไมมาเจอไม่ได้ ทำไมต้องทำอันนี้ พอการเดินทางเราเดินทางมาเรื่อยๆ ประสบการณ์ก็สอนเราให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นแบบนี้ เราก็ยอมรับซึ่งกันและกันดีกว่า เราเป็นเหมือนกันกับคู่รักทุกคู่ที่จะผ่านจุดนั้นมาเหมือนกัน”

 

เพราะเรายังสม่ำเสมอต่อกันเหมือนเดิม

พี่บอลยอมรับว่าตัวเขาเองไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติก แต่ก็เขาก็ไม่ได้ละเลยพี่โบว์เลยแม้แต่น้อย “ถึงคู่เราจะห่างกัน แต่พฤติกรรมของเราก็เท่าเดิม แต่มีความสม่ำเสมอที่ใกล้เคียงกันเท่าเดิม ถึงไม่ได้เจอเราก็ใส่ใจกันเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเราไม่เจอกันเราจะไม่เทคแคร์เขาก็ไม่ใช่ วันพิเศษก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็แล้วแต่โอกาส ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกันมากกว่า” ขณะเดียวกันพี่โบว์ก็ยืนยันในสิ่งที่พี่บอลพูด และเธอเองก็พอใจกับสิ่งที่เธอได้รับมาตลอด “เขาจะไม่ใช่โรแมนติกเหมือนผู้ชายทั่วไป มีให้ดอกไม้บ้าง แต่ไม่ได้มีความเว่อร์วังวาเลนไทน์ดอกไม้ช่อโต ลูกโป่ง 100 ลูก แต่สิ่งที่เขาทำอยู่มันก็ถูกจุด คือมีดอกไม้บ้างนิดหน่อยให้เราชื่นใจ ส่วนเราเป็นคนชอบเที่ยวซึ่งเขาก็จะรู้ จากให้ดอกไม้ก็พาไปเที่ยวแทน เราก็รู้สึกว่าตัวเราก็ไม่ได้ต้องการความเว่อร์นั้น เอาแค่พอดี แค่พอให้รู้ว่าเขายังจำได้ก็พอใจ”

 

เคล็ดลับของความรัก คือความรักและความอดทน

พี่บอลเล่าถึงเคล็ดลับความรักของเขาทั้งคู่ ว่าสิ่งที่ต้องทำเสมอๆ คือความอดทนและความเข้าใจ “อดทนในสิ่งที่เราไม่ชอบในตัวเขา มันไม่มีหรอกคนที่เราจะชอบทุกอย่างในตัวเขา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราแค่มองข้ามมันไป แค่ทำความเข้าใจว่านี่คือตัวเขาและเรารับได้ ให้ระยะห่างเขา พื้นส่วนตัวของเขาให้เขาเป็นตัวเอง อดทนเวลาที่ไม่เจอกัน เราต้องเชื่อใจแล้วก็จะเข้าสู่ความเข้าใจ มันจะไปควบคู่กัน ถึงจะมีเหตุการณอะไรให้ทำชีววิตเหมือนเพลง I won’t give up ชีวิตควรจะเป็นแบบนั้น แต่ก็ต้องจำไว้เสมอว่าจะรักใครก็ต้องรักตัวเองก่อน ถ้าเราไปให้เขาเยอะก็กลายเป็นเราไม่รักตัวเอง เราก็จะแย่ มันต้องพอดีๆ” ในขณะที่พี่บอลพูดจบ ตัวพี่โบว์เองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือเพื่อเซิร์ทหาเนื้อเพลง I won’t give up เพราะตัวเธอเองเคยฟังเพลงแต่ไม่เคยได้รับรู้ใจความของเพลงเลยสักที เธอยิ้ม แล้วมองมือถือสลับกับมองพี่บอลเล็กน้อยก่อนจะเล่าเคล็ดลับของเธอบ้าง “สำหรับโบว์ไม่มีเคล็ดลับหรอก มีอย่างเดียวเวลาที่เจออะไรเข้ามา สิ่งที่เป็นจุดสำคัญอย่างเดียวคือความรัก คิดเป็นเช็คลิสต์มาว่าเขามีดี 100 ข้อ แต่ ณ โมเม้นต์นั้นเขาอาจจะเสียไปแล้วข้อนึงแต่ยังเหลืออีกตั้ง 99 ข้อ ลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว 99 มันก็เยอะกว่า 1 นะ ก็แค่ช่างมันเถอะ พอเรารู้สึกรัก เราจะรู้สึกว่าโอเค ชั่งน้ำหนักแล้วมันโอเค”

 

HOROSCOPE