เฟลิร์ตคนอื่นมันผิดมากไหม ในเมื่อเรามีแฟนอยู่แล้ว - CLEO Thailand Online Magazine

เฟลิร์ตคนอื่นมันผิดมากไหม ในเมื่อเรามีแฟนอยู่แล้ว

เขียนโดย MissP

เราอยากบอกชาวคนมีคู่ว่า เราเข้าใจดีกับการที่บางคนเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีมากมาย ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีแฟนใครๆ ต่างก็ชอบพูดถึงเธอว่า นี่อ่อยอยู่รึเปล่า เชื่อไหม!? คนบางคนอ่อยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย เหมือนเป็นตัวตนเป็นธรรมชาติของเขา และก็มีบางคนที่ไม่ได้อ่อยแต่ใครๆ ก็เข้าใจผิด ทำให้ชีวิตเดือดร้อนเหลือเกิน

แต่คนโสดจะอ่อยใครก็ไม่ถูกตราหน้าหาว่าเจ้าชู้หนักเท่ากับคนมีคู่หรอก มีแฟนแล้วทำอะไรก็ต้องระวังเพราะเรื่องบางเรื่องขอบเขตมันเป็นเส้นที่บางยิ่งกว่าเส้นเอ็นร้อยลูกปัดอีก แต่เส้นนี้ก็ดันแข็งแรง เอาไปขึงไว้กับต้นไม้ ผ่านเร็วๆ ก็มีตายได้เหมือนกัน

แล้วคนมีคู่คือจะต้องนิ่งเสมือนถือศีลแบบนั้นเลยหรอ ไม่ใช่สิ ชีวิตชีวาขาดหายไปหมด ในความเห็นเราใครก็เฟลิร์ตได้ ต่อเมื่อเรารู้ลิมิตไม่ทำให้ใครเข้าใจผิด แค่แสดงคาแรคเตอร์ความเป็นคนขี้เล่นออกมาแค่ไหนไม่มีสานต่อใดๆ …อ่านแบบนี้หลายคนคงคิด จะบ้าหรอ! ถ้าแฟนฉันไปเฟลิร์ตกับคนอื่นนะ ตายสถานเดียว!

 

ข้อหนึ่งเลย มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะความสัมพันธ์เป็นแบบไหน ความดึงดูดทางเพศไม่ได้จะหายไปเมื่อสวมแหวนแล้ว และเราก็ไม่ได้ผิดอะไร แค่เราเองก็มีขอบเขตของเรา มองฉันได้ แต่อย่าชอบ

ข้อสองคือ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องปิดหูปิดตาแล้วปฏิเสธกับตัวเองว่า ทุกคนในโลกเป็นเยลลี่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เดี๋ยวสิ! เจอคนน่าสนใจ มีเสน่ห์เราก็ยังสามารถยอมรับกับตัวเองได้ คนนี้ดีนะ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันตามงานปาร์ตี้ แล้วจบ! ไม่ได้มีสานต่อ

และสุดท้าย คนมีคู่ทุกคนเราต่างมีสายใยสัมพันธ์บางอย่างระหว่างเรากับคนรักที่แน่นแฟ้นร้อนแรงเกินกว่าใครจะแทรกซึมได้ แต่ยอมรับเถอะว่าเราสามารถมีสายสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับคนอื่นมากมายได้เหมือนกัน และมันก็เป็นเรื่องที่ดี อยากเป็นเพื่อนกับใคร ถ้าเธอไม่น่าสนใจไม่เป็นที่รัก ใครจะอยากผูกมิตรด้วย

 

เข้าใจคำว่า “เฟลิร์ต” ก่อนว่า การหว่านเสน่ห์ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะเข้าไปจีบคนอื่น แล้วก็แอบคุยกันลับหลับแฟน อันนั้นเรียกว่านอกใจ หว่านเสน่ห์ในที่นี้คือก็เป็นตัวเองที่น่าสนใจ ไม่ได้ปิดกั้นการมีผูกมิตร เราหว่านเสน่ห์ได้ทั้งกับเพศเดียวกันและเพศอื่นๆ บนโลก ทำตัวให้น่ารัก คนอื่นก็จะรักเราในแบบที่เขาเข้าใจตรงกันว่ารักกันแบบมิตรเท่านั้นแหละ และบอกเลยว่าการเฟลิร์ตเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะ

เฟลิร์ต เพื่อ???

หัวใจยังเป็นอิสระ

รู้ไหมว่ากว่า 90% ของคนมีคู่ พอตกลงเป็นแฟนกับใครสักคนปุ๊บเขาจะตามมาด้วยความรู้สึกต้องรับผิดชอบ แต่ก็ไม่หนักเท่าคนที่แต่งงาน ทั้งๆ ที่ความจริงใจความสำคัญของมันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เราไม่อยากให้สาวคลีโอเข้าใจว่า มีคู่ = ถูกกักบริเวณ จะไปไหนก็ต้องบอกก่อน และไม่อยากให้รู้สึกแบบนั้นคูณสอง

เวลาเราเจอคนที่ดึงดูดแล้วดันไปพยายามปิดกั้นตัวเองเอาไว้ด้วยการปฏิเสธว่าคนๆ นี้ไม่น่าสนใจหรอก มันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า กรงที่ขังเอาไว้ หนาแน่นมากขึ้นไปอีก ลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตที่ถูกขังอย่างนานแน่น แหกคุกไงคะ! เราไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้น และเราก็ไม่ได้อยากให้เกิดการนอกใจด้วย เพราะฉะนั้นหว่านเสน่ห์กับคนทั่วไปแต่พอดีก็เพื่อให้ความสัมพันธ์ของเรายังแข็งแรง

 

จิตวิทยาชัดชัด

ถ้าได้พูดคุยกับใครสักคนที่เราคิดว่าน่าสนใจ หลังบทสนทนาไม่ว่าเขาจะน่าสนใจจริงๆ หรือไม่ เราจะรู้สึกถูกดึงดูดน้อยลง เพราะความรู้สึกแต่แรกที่เราเชื่อว่ามีแฟนแล้วจะต้องไม่พูด ไม่เฟลิร์ต และไม่นั่งพูดคุยกับใครที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง หืมมม ขังตัวเองไว้ที่บ้านดีกว่าอย่างนั้น และด้วยความรู้สึกที่เราเชื่อว่าอยากจะได้สิ่งที่ไม่มีวันจะได้ อาการนอกใจก็มักจะเกิดเมื่อเราอยากจะแหกคุกนั่นแหละ

ทางแก้ก็แค่เฟลิร์ตกับคนอื่นทั่วไปที่เราคิดว่าเขาน่าสนใจ คนอื่นจะคิดยังไงกับเราก็ช่างเขาเถอะ เราเข้าใจตัวเองที่สุด ตราบใดที่จุดหมายไม่ใช่การมีกิ๊กเพิ่มอีกคนและเราชัดเจนพอ เราทำได้ถ้าใจสตรองพอ

 

เราทุกคนคือปัจเจกบุคคล

ความจริงแล้วที่ต้องยอมรับก่อนเลยคือถ้าคนจะนอกใจ กฎหมายก็ไม่ได้ช่วยรั้งใครเอาไว้ได้ เราเห็นกันชัดๆ ในสังคมโลก เราทุกคนไม่มีสิทธิ์จะไปกะเกณฑ์ควบคุมชีวิตใครได้ แต่เราทำได้กับตัวเรา นั่นคือชีวิตคู่ ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้วเราจะแฮปปี้ไม่ห่วงพะวงกับคนอื่นเลยเพราะเรารู้จักตัวเราดีที่สุดและเชื่อในคนที่เรารักด้วย ให้เกียรติตัวเองมากพอที่จะไม่ข้ามเส้นการหว่านเสน่ห์ไปสู่การนอกใจ

ต่อให้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง บนโลกนี้ก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับเราได้ตลอดเวลาหรอก แม้แต่คนเลี้ยงหมายังเข้าใจในเรื่องนี้ (เรารู้กันดีกว่าหมาซื่อสัตย์และชอบอยู่กับคนมากแค่ไหน) แต่เรามีคนบนโลกนี้อีกก็หลายล้านคนล่ะ ใช้เวลาทำความรู้จักพวกเขาซะ คนเหล่านี้จะสามารถเพิ่มระดับความมั่นใจให้กับเราได้จริงๆ

ความเป็นอิสระคือหัวใจสำคัญของการมีความสัมพันธ์ ฟังดูย้อนแย้งนะ แต่ทำความเข้าใจดีๆ ถ้าเราไม่สามารถรักษาความอิสระในความสัมพันธ์ของเราได้ ก็อย่าเอาตัวเองไปผูกมัดกับใครให้เสียเวลา

 

บททดสอบที่ไม่แกร่งอย่าทำ

เฟลิร์ตคนอื่นมันทำให้เราเห็นคุณค่าของเขาเพิ่มมากขึ้นเหมือนกันนะ ซึ่งไม่แปลกที่คนบางคนเห็นค่าของคนรักอยู่แล้ว และก็ไม่แปลกที่บางคนจะลืมเลือนไปว่าอะไรทำให้ฉันมาคบคนนี้แต่แรก การหว่านเสน่ห์เป็นแบบทดสอบทางอ้อมที่จะทำให้เรารู้ใจเราว่ายังผูกอยู่กับคนๆ นี้หรือไม่ ซึ่งถ้าทำเพื่อทดสอบความจริงแล้วไม่แนะนำ เพราะถ้ารู้สึกไม่ผูกกันแล้วมาค้นพบด้วยวิธีนี้จะง่ายมากที่จะสานต่อไปสู่การนอกใจ

แต่จริงๆ แล้วการหว่านเสน่ห์แบบไม่ได้ตั้งใจมันแค่ทำให้เรารู้สึกไขว้เขวได้แค่แปปเดียวเท่านั้นแหละ

 

หว่านเสน่ห์ หว่านสนุก

ก็บอกแล้วว่าเธอไม่ได้อยู่ในกรงขังซะหน่อย จำได้ไหมว่าตอนที่เจอคนรักเราช่วงแรกๆ มันเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น เราเดาใจกันไม่ถูก เราหยอกกันไปมา ซึ่งช่วงเวลาแบบนั้นมันไม่นานหรอกไม่ว่าจะกับคู่ไหน สุดท้ายแล้วก็จะไปสู่อีกสเต็ปความสัมพันธ์ที่คงที่ ราบเรียบ แต่มั่นคง

แต่ฉันยังมีเสน่ห์เหล่านั้นอยู่และหว่านมันได้ถ้าอยากทำ ONLY ถ้าอยากทำเท่านั้น เราไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ทุกคนต้องทำนะ แค่จะบอกว่าทำได้ถ้าเธอมีขอบเขตที่ชัดเจน สังเกตสิว่าจะย้ำหลายครั้งมากถึงการรู้ตัวเสมอ เพราะคนเราห้ามใจกันยากเย็น ก็นั่นแหละมันไม่ผิดถ้าไม่ได้จะคิดไม่ซื่อ

 

รู้กันแค่นี้นะ อย่าไปบอกใคร ความจริงแล้วเราเองก็ลองจินตนาการแล้วล่ะว่า ถ้าแฟนฉันไปเฟลิร์ตกับผู้หญิงคนอื่นฉันจะหึงไหมนะ คำตอบคือ ใครไม่หึงก็แย่แล้ว! แต่มันไม่ใช่หึงแบบอยากจะกระชากยัยคนนั้นออกมาจากเขา เพราะรู้ขอบเขตของการเฟลิร์ตว่ามันไม่ใช่การไปสานต่อลับหลัง มันทำให้เขาดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นมาอีก และ spice up ความสัมพันธ์ของเราได้อีกเลเวลนึงเลย

อ้อ แล้วก็อย่าลืมว่า! คนที่น่าเฟลิร์ตด้วยมากที่สุดและไม่ต้องมีขอบเขตอะไรเลย ก็คือ แฟนเธอไงล่ะ!

HOROSCOPE