แก้ความอึดอัด หายใจไม่ทั่วท้อง เวลาไปเดทกับคนที่ไม่สนิทใจ - CLEO Thailand Online Magazine

แก้ความอึดอัด หายใจไม่ทั่วท้อง เวลาไปเดทกับคนที่ไม่สนิทใจ

By Miss P

ไปเดท ไปเดท ไปเดท ถ้าเมื่อไหร่ใช้คำว่าเดทแปลว่าสถานะยังอยู่ในภาวะ ‘ไม่รู้จะยังไงดี’ อยู่ระหว่างกัน หรือที่เรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็คิดว่าเขาน่าจะดีแต่คิดอีกทีเราก็ไม่ได้ชอบเขาขนาดนั้น บ่นให้เพื่อนกี่คนฟังทุกคนก็ตอบเหมือนกันคือ ไม่ลองก็ไม่รู้ แต่ฉันอยากได้ทางออกที่สว่างกว่านั้น!

 

ใครจ่าย???

ปัญหาโลกแตกที่ไขยังไงก็ไม่ออกซะที ฝั่งหนึ่งก็พูดกันว่า “ผู้ชายสิ สุภาพบุรุษไม่ควรให้ผู้หญิงต้องมายุ่งเรื่องเงินๆ ทองๆ นะ” ส่วนผู้หญิงที่รักในความเท่าเทียมและผู้ชายบางส่วนก็คิดว่าการแชร์กันเป็นความยุติธรรมที่รับได้ หรือไม่ก็ผลัดกันจ่าย จะได้ผลัดกันไปนานๆ

ความจริงแล้วมันก็ไม่ผิดถ้าผู้หญิงจะคาดหวังและผู้ชายจะเสนอตัวขอเป็นคนจัดการจ่ายเอง มันอาจจะฟังเป็นความคิดหัวโบราณที่คนยุคใหม่ไม่อินแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร แต่การแชร์กันคนละครึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงไม่น่าสนใจและผู้ชายไม่แมน ทางที่ดีถ้าไม่อยากอึดอัด ทางเราเปลี่ยนทัศนคติเสนอตัวแบ่งจ่ายกันไปคนละครึ่งเลยดีกว่า ถ้าเขาต้องการจะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ก็อย่าลืมขอบคุณและออกตัวอย่างน่ารักว่า คราวหน้าขอเป็นคนเลี้ยงเธอบ้างนะ

 

คนที่ชอบ ‘หาย ไลน์ไม่ตอบ’

ยิ่งกว่าโลกแตกเลยล่ะปัญหานี้ “เขาหายไปไหน บอกจะไปอาบน้ำแล้วหายไปเลย” การไม่ได้รับคำตอบหรือไม่มีคำอธิบายไม่เคยทำให้ใครรู้สึกดี และแทบไม่มีใครไม่เคยเจอ ครั้งแรกๆ เราต่างแก้ปัญหาด้วยวิธีเดียวกันทั้งสิ้นนั่นก็คือกระหน่ำโทรและส่งข้อความไปจนกว่าจะเหนื่อยไปเอง ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ ถ้าถูกเทบ่อยครั้งจะรู้ทันแล้วเราจะกล้าเผชิญหน้ากับมันอย่างแมนๆ (ยิ่งเร็วยิ่งดี)

บางครั้งความสัมพันธ์ทั้งที่ยังไม่ก่อตัวหรือแม้จะเป็นรูปร่างแล้วก็จบลงคล้ายๆ กันคือไม่มีคำอธิบายหรือสัญญาณอะไรบอกล่วงหน้า และนั่นก็คือคำอธิบายที่ดีที่สุด เราไม่จำเป็นต้อง ‘เคลียร์กันครั้งสุดท้าย’ หรอก มันไม่มีจริง

 

เราเองเป็นฝ่ายไม่อิน

ใช่ บางทีเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นเหมือนกัน เราเองที่ไม่อินกับเขาเท่าไหร่ และถ้าไม่ได้เป็นการหลงตัวเองมากเกินไป เขานั่นแหละเป็นฝ่ายที่ชอบเรามากกว่าซะจนเรารู้สึกอึดอัด ถ้าการถูกเทแบบหายหน้าไปเลยนั้นทำร้ายความรู้สึกเรา ก็ลองนึกดูว่าเขาเองคงจะรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน อย่าทำสิ่งที่ถ้าเราโดนแล้วจะรู้สึกแย่ พูดกับเขาตรงๆ ก็ได้ไม่เสียหาย

ตรงๆ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีน้ำเสียงห้วน สีหน้าเฉยชา หรือว่าอ่อนหวานมากเกินปกติ คุยกันสบายๆ เหมือนเพื่อนทั่วไปแต่ทุกถ้อยคำต้องมีความหมายชัดเจน ไม่กั๊ก หรือทำให้เขาเข้าใจผิดไปว่าให้รอหน่อยแล้วกัน ตอนนี้ไม่ใช่ก็อย่าไปคาดหวังว่าอนาคตอาจจะเปลี่ยนใจและอยากให้เขาอยู่ตรงนี้ ถ้าอินกับเขาขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่เขาไม่อยู่รอ ก็แปลว่า ผิดที่ ผิดเวลา มีอยู่จริง

 

มันเร็วเกินไป

ความรู้สึกของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไปมันเป็นเพราะเราก้าวไปคนละจังหวะกัน คนหนึ่งรู้สึกว่าใช่มากเลยอยากจะเร่งสปีดเต็มที่ อีกคนก็คิดว่าใช่แต่อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป ก้าวทีละก้าว แต่รู้สึกใช่ทั้งสองคน ความไปไม่พร้อมกันนี่แหละที่จะทำให้ใช่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นไม่ใช่ไปทีละนิด

เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่ามันเร็วเกินไป เราเหยียบเบรคได้เสมอ แค่ระวังหัวทิ่มก็พอ บางครั้งไม่ต้องถึงกับหยุดพักไปเลยแต่ชะลอความเร็วเป็นอีกทางออกที่ร่วมกันทำได้ จับมือเขาแล้วบอกตรงๆ ว่ารู้สึกยังไง ฉันไปเร็วขนาดนั้นไม่ไหวหรอก เธอจะปรับตัวให้กันได้ไหม ช้าลงหน่อยไม่เห็นต้องรีบอะไรเราไม่ได้กำลังแข่งกับใครอยู่แล้ว

 

ใกล้กันได้แค่ไหนในแต่ละระยะ

ก็ในเมื่อเราเดทกันอยู่ สเตจการเดทนั้นการจับมือกันมันมากไปหรือเปล่า อยู่ดีๆ เขาคว้ามือฉันไปจับทั้งที่ยังไม่เป็นอะไรกัน แต่มันก็รู้สึกดีมากกว่าแย่นะ แล้วถ้าเขาก้าวหน้าไปมากกว่านี้ทั้งที่ฉันยังไม่พร้อมล่ะ โอ๊ยยย! โลกแตกอีกครั้ง ฟังนะ ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบไหนเราจะก้าวไปแค่ไหนก็ได้ตราบใดที่ทั้งสองยังรู้สึกดีเท่าๆ กัน

แล้วถ้าความใกล้ชิดจะต้องไปถึงขั้นหลับนอนกัน มันก็อยู่ที่คนสองคนต่างหาก เปิดอกคุยกันไปเลยว่า ฉันจะยังไม่มีอะไรกับใครที่ไม่ได้คบเป็นแฟน หรือ ฉันโอเคที่จะมีอะไรกันก่อนเป็นแฟน คนสองคนโอเคจับมือตกลงกันอย่างเข้าใจก็ไม่มีใครไปตัดสินว่าเธอกำลังทำผิดธรรมเนียมประเพณีใดๆ ได้ (นอกจากว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งนั่นผิดกฎหมาย) แต่ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อนก็พอ

 

ไม่ว่าจะในขั้นเพิ่งเดทกันหรือแต่งงานอยู่กินกันไปเป็นสิบปีไม่มีคู่ไหนที่มีความรักราบเรียบ แต่ละวันไม่มีปัญหาต้องขุ่นข้องหมองใจ ทุกคู่ต่างต้องมีผิดใจ ทะเลาะเบาะแว้ง และปรับความเข้าใจกันอยู่ในทุกระยะ และนั้นคือสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ราบเรียบนิ่งสนิทเป็นกราฟเส้นตรง แบบนั้นถือเป็นความสัมพันธ์ที่หมดลมหายใจไปแล้ว

HOROSCOPE