10 บทเรียนรักจาก 6 เดทแรกในเรียลลิตี้ Dating Around

10 บทเรียนรักจาก 6 เดทแรกในเรียลลิตี้ Dating Around

เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแค่นั่งดู Dating Around ใน Netflix มองคนเดตกันมันก็เหมือนเราได้ไปเป็นหนึ่งคนในโต๊ะนั้นแล้ว แค่ไม่รู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก หรือเผลอพูดอะไรไม่ควรออกไป เอาเป็นว่า เหมือนได้เป็นกรรมการช่วยตัดสินและลุ้นไปพร้อมๆ กับคนดูทางบ้านจะดีกว่า Dating Around ทำให้เรารู้สึกลุ้นไปด้วยอย่างบอกไม่ถูกว่า คนกลางจะเลือกคนไหนไปเดตด้วยครั้งที่สอง และเชื่อไหมว่าส่วนใหญ่เราดูไม่ออก(ก็มีบางคู่ที่เดาถูกนะจ๊ะ) อาจจะเพราะเราไม่ได้ช่ำชองมองเห็นเคมีของคนสองคนมากเท่าที่พวกเขารู้สึกต่อกัน และเป็นบทเรียนแรกเลยว่า เราอาจจะคิดว่าสองคนนี้เข้ากันดี แต่บางทีเขารู้สึกมากกว่ากับอีกคนก็ได้

 

บาลานซ์ของบทสนทนา

โฟกัสไม่ควรรนยอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าฝ่ายหนึ่งเอาแต่เล่าเรื่องของตัวเอง อีกฝ่ายก็อาจจะรู้สึกเบื่อ หรือฝ่ายที่ถูกถามแต่เรื่องของตัวเองก็อาจจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่อยากเปิดเผยตัวก็เลยโยนโฟกัสมาที่ตน คนจะเริ่มคบกันก็ควรจะค่อยๆ แลกเปลี่ยนเรื่องราวให้กันและกันฟัง นี่เรามาเดทนะ ไม่ได้มาบำบัดจิต

 

กั๊กความเป็นตัวเองเอาไว้ให้น่าค้นหา

การปล่อยหมดเหมือนอยู่กับเพื่อนสนิทเป็นอะไรที่มีเปอร์เซ็นต์พังสูง และถ้าเขาคือคนที่เรารู้สึกว่าใช่ อย่าให้มันเกิดเรื่องแบบนั้น ไม่ได้บอกว่าให้เฟคเป็นคนที่เขา ‘น่าจะ’ ชอบนะ แต่บุคลิกบางอย่างของคนบางคนต้องให้เวลาอีกคนค่อยๆ ปรับตัว แม้แต่คนจะเป็นเพื่อนกันยังค่อยๆ สนิทกันเลย นับประสาอะไรกับตำแหน่งแฟน เพราะตำแหน่งนี้น่ะ มีได้แค่ที่เดียวนะ!

 

Be nice to another person

เราถูกพร่ำสอนกันมาในยุคปัจจุบันว่าตัวตนที่แท้จริงนั้นสำคัญเหลือเกิน ก็จริง ถูกต้องที่สุด แต่บางครั้งหลายคนให้ความสำคัญกับความ ‘ตรง’ มากกว่า ‘มารยาท’ บอกอีกครั้งว่าเราไม่จำเป็นต้องเฟคเพื่อรักษามารยาท เราแค่เป็นตัวเองแบบพอดีๆ และยังคงเป็นคนมีมารยาทกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกได้ เป็นเรื่องดีซะอีก เราทุกคนมีความน่ารักบางอย่าง รู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์

 

ลืมโทรศัพท์ไปได้เลย

เก็บไว้ในกระเป๋าแบบไม่ต้องหยิบมาวางบนโต๊ะเลยนะ เพราะมันทำให้หลายอย่างสะดุด อย่างแรกเลยคือบทสนทนา อย่างที่สองคือความสนใจระหว่างกัน มันเหมือนกับเอาเพื่อนมาเดทด้วย แต่นี่ไม่ใช่แค่เพื่อนคนเดียว โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง = เพื่อนทั้งหมดในเฟสบุ๊ค+อินสตาแกรม+อีเมลล์+phonebook และอื่นๆ อีกมากมายเท่ากับแอปพลิเคชั่นที่มีอยู่ทั้งหมด ถ้ายังไม่พร้อมจะสนใจทำความรู้จักคนตรงหน้า ก็อย่ามาเดทเลยดีกว่า

 

ใช้เสน่ห์แบบผู้หญิงให้เป็น!

เราว่าถ้าผู้หญิงทุกคน(ผู้ชายด้วย) รู้ว่าเสน่ห์ของตัวเองอยู่ตรงไหน แล้วรู้จักใช้มันให้ถูกจังหวะ ไม่ว่าใครเพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็ตกหลุมรักคุณได้ไม่ยาก ผู้หญิงด้วยกันยังสามารถมองเห็นเสน่ห์ของผู้หญิงด้วยกันได้เลย แม้ว่าพวกเธอมักจะเริ่มหรือลงเอยด้วยการอิจฉากันเองก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเธอมองเห็นว่าความดีงามของเธอคนนั้นอย่างง่ายดาย และที่อิจฉาก็ไม่ใช่อะไร พวกเธออยากมีอาวุธแบบนั้นบ้างน่ะสิ

 

อย่าเยอะ

ความจริงแล้วนี่ควรเป็นบทเรียนแรก ก่อนออกจากบ้าน เช็คเลยนะ เสื้อผ้าอย่าให้เวอร์วังเกินทุกวัน อย่าใส่เสื้อตัวใหม่มากๆ สไตล์ใหม่มากๆ เพราะเราอาจจะรับมือกับมันระหว่างวันได้ไม่ดีเท่าไหร่ ใส่ตัวเก่ง หรือทรงเดียวๆ กันกับที่เราคุ้นเคยจะได้ไม่ต้องโฟกัสกับมันแทนคู่สนทนา และอย่าให้ทรงผมกับเมคอัพมาแย่งซีนตัวเราที่แท้จริงได้ แบบว่าปากที่ลอง หรืออายไลเนอร์ที่เยิ้มลงมามันช่างไม่น่ามองเอาซะเลย อย่าแต่งหน้าเยอะเหมือนกับจะถูกสปอตไลท์ 10 ดวงส่อง หรือทรงผมที่ ถ้าพังแล้วเราซ่อมไม่ได้

 

อะไรที่เร็วเกินไป มักจะพลาดง่ายๆ

รุ่นพี่นักเขียนคนที่แนะนำให้ดูเรียลลิตี้นี้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า คู่ไหนที่ได้จูบกันในเดทแรก มักจะไม่ได้ไปต่อ! ซึ่งมันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าเท่านั้น ถ้าคนที่ใช่จริงๆ จูบแรกมันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี …แต่อย่าให้ไปถึงขั้นมีเซ็กส์เลยจะดีที่สุด เก็บความสนุกไว้ให้คนที่ใช่จริงๆ จะดีกว่า

 

ให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย

เดตไม่ใช่กิจกรรมที่มีคนๆ เดียวกำหนดว่าชอบหรือไม่ ใช่หรือไม่ใช่ ทั้งสองต้องตกลงกันว่าเออชอบ ชอบทั้งคู่ อยากไปต่อ ต่อให้เราเป็นตัวเลือกหนึ่งในหลายคนของคนๆ เดียว เราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธถ้ารู้สึกว่ากับคนนี้ไม่คลิกเลย ปล่อยให้เขาไปต่อเถอะอย่ากั๊กไว้ การมีเดตแรกกับหลายๆ คนพร้อมกันมันโอเคแค่กับรายการเรียลลิตี้เท่านั้นแหละ ในความเป็นจริง มันโอเค ถ้าจะเดตแรกกับคนนี้ คนนั้น คนโน้น แต่มีครั้งที่สองสามสี่เมื่อไหร่ แปลความรู้สึกมันควรค่อยๆ ใช่กับคนๆ หนึ่งแล้ว แต่ถ้าแค่อยากเก็บไว้เผื่อเลือกแต่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว อันนั้นไม่โอเคเลย

 

อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่ใช่

ด้วยกฎหลักของเรียลลิตี้ ตัวเอกทุกตอนจะได้ไปออกเดทกับคนอีก 5 คน เพื่อได้เลือกคนที่ใช่ที่สุดไปเจอกันใหม่ในเดทที่สอง แต่บางครั้งเราก็ไม่ต้องเฟ้นหาความใช่ ในคนไม่กี่คนที่เราได้เจอหน้าแค่ครั้งเดียว ถ้ารู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่และทนเขาไม่ได้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว ปฏิเสธกันตรงๆ อย่างมีมารยาท ขอตัวกลับด้วยเหตุผลอะไรก็ได้ที่เขาควรจะเข้าใจ อย่าอธิบายเยอะ แล้วก็ตัดเขาไปซะ หรือถ้า 5 คนนี้ไม่ใช่ทั้งหมด ก็แค่ไม่ต้องไปต่อกับใครเลย ใช้เวลาเลือกให้มากพอจนกว่าเราจะได้เจอคนที่เราคิดว่าแมตช์กับชีวิตเราได้

 

คนที่ใช่จะทำให้เราสบายใจเวลาอยู่ด้วยกัน

เคยไหม นั่งทนหัวเราะแห้งๆ กับมุกที่ไม่ตลกเพียงเพราะเราไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกหน้าแตกหรือบรรยากาศเสีย หรือในใจไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องนี้ออกมาทำไมแล้วทำเอาเรานั่งอ้าปากค้างเพราะไม่รู้จะไปต่อบทสนทนายังไง หรือไม่ก็คือสติไม่อยู่กับตัวให้เปลี่ยนเรื่องได้แล้ว ในใจคือ อยากไปจากตรงนี้ซะที เบื่อจะแย่…แต่กับคนที่คลิกกันมันจะไม่เป็นอย่างนั้นเลย  เคมีระหว่างกัน มันมีอยู่จริง

 

อ่านคอนเทนต์อื่นได้ทาง CleoThailand

HOROSCOPE