He’s just not that into you ถ้าดูแล้วเก็ทจะไม่ตั้งคำถามกับเขาอีกแล้ว

He’s just not that into you เป็นหนังเก่าม๊ากกกตั้งแต่เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว เนื้อหาสร้างเบสมาจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ใครไม่ชอบอ่านหนังสือไปดูหนังจะเข้าใจง่ายกว่าเหมือนเป็นเส้นทางลัด

ในหนังจะเป็นความสัมพันธ์อยู่เยอะมากแบบที่ไม่แน่ใจว่าจะนับยังไง เพราะตัวละครบางตัวที่มีความสัมพันธ์กับตัวนี้ก็ไปมีกับอีกตัวที่มีอยู่กับอีกตัวก่อนแล้ว สับสนใช่มั๊ยล่ะ เราก็สับสนจนเล่าไม่ถูกแล้วเหมือนกัน! เอาเป็นว่าเราโฟกัสคู่ที่ The Exception กับ The Rules มากที่สุด 

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า จีจี้เป็นผู้หญิงที่เดทกับผู้ชายมาก็หลายคน แต่ไม่เก็ทสัญญาณที่พวกเขาส่งมาให้สักที ว่าที่หายหน้าหายตาไปหลังจากเดทกันครั้งแรกมันคืออะไร เขาไม่ว่าง เขาติดต่อไม่ได้ หรือเขาทำเบอร์เราหายไปแล้วกันแน่ เธอเลยใช้ความพยายามที่เธอมีทั้งหมดของชีวิต ขุดหาเขาให้เจอให้ได้ แล้วผลสุดท้ายคือ บ๊าย! เขาหายไปตลอดกาล แหนะ เหมือนกับที่ใครบางคนกำลังเจอเลยใช่มั๊ยล่ะ นั่นแหละ The Rules เรื่องมันก็จะเป็นแบบนี้ วนไปแบบนี้จนกว่าเราจะเข้าใจ

เมื่อจีจี้ไปเดทกับคอร์เนอร์หนุ่มขายบ้านที่เพื่อนแนะนำให้ แล้วเขาหายไปเล้ย ไม่ติดต่อ ฝากข้อความไว้ก็ไม่โทรกลับ เธอเลยทำเป็นบังเอิญอยากเอาปากกาไปคืนเขาที่บาร์นึงที่เขาไปประจำ ดันไปเจอกับเพื่อนเขาชื่ออเล็กซ์ที่คงเป็นผจกบาร์ล่ะมั้ง เพื่อนก็เลยถึงบางอ้อ เอาจีจี้มาอบรมบ่มนิสัยให้เคลียร์ ว่า พฤติกรรมอย่างนี้ มันบอกได้ว่า ทำไม

 

เราอยากจะบอกผู้อ่านทุกคนก็คือ มันจริง! จริงมากที่เขาบอกว่า ถ้าผู้ชายเขาทำเป็นไม่สนใจ นั่นก็แปลว่าเขาไม่สนใจ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยซักนิดเดียว แต่ถ้าเขาสนใจ ต่อให้อุปสรรคเป็นมหาสมุทรหรือเทือกเขาหิมาลัย เขาก็จะข้ามมันไปเพื่อให้ได้มาเจอหน้าเรา

อย่างที่จีจี้เจอ แม้จะเป็นหนัง แม้จะเป็นการเขียนบทมาแล้วแต่ทุกอย่างมันมาจากชีวิตเรานี่แหละ เธอคิดว่าอเล็กซ์น่าจะสนใจเธอถึงกับกระโจนใส่เขาบนโซฟา แต่ก็โดนปฏิเสธมาต่อหน้าจนหน้าเธอชาไปเลย เธอเลยไปออกเดทกับเพื่อนของเขาที่เขาเคยบอกจะแนะนำให้เมื่อนานมากแล้ว จนอเล็กซ์เองนั่นแหละ ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหยุดคิดถึงเธอไม่ได้ เขาเฝ้าโทรฝากข้อความ แต่แล้วสุดท้าย สิ่งที่เขาทำ ก็คือขับรถไปหาเธอที่บ้านยามดึกเพื่อเอาปากกาไปคืน …คุ้นๆ มั๊ย

 

หนังมันก็เก่าแล้ว แต่ก็ยังเอามาเล่าเพราะเราแค่อยากให้สาวๆ คลีโอฮึดขึ้นมาเห็นค่าของตัวเอง ถ้าเขาไม่แม้แต่พยายามจะทำอะไรบางอย่างให้เรารู้สึกถึงความต้องการที่จะยืนอยู่ข้างเรา ซักนิดเดียว ก็ถอยเถอะ อยากให้เชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีคนที่พร้อมจะทำเพื่อคนที่เขาเห็นค่ามากจนเราไม่อาจจินตนาการถึงเลย เริ่มจากเห็นค่าของตัวเราเองซะก่อน

เราชอบประโยคสุดท้ายที่จีจี้พูดซะยืดยาวก่อนหนังจะจบว่า  “maybe a happy ending doesn’t include a wonderful guy, maybe… it’s you, on your own, picking up the pieces and starting over, freeing yourself up for something better in the future. Maybe the happy ending is… just… moving on. Or maybe the happy ending is this, knowing after all the unreturned phone calls, broken-hearts, through the blunders and misread signals, through all the pain and embarrassment you never gave up hope.”

 

บางทีตอนจบแบบมีความสุขอาจจะไม่มีผู้ชายสุดวิเศษอยู่ในนั้น บางทีก็แค่ ‘เรา’ ด้วยตัวเราเอง ที่ค่อยๆ รวบรวมสติและเริ่มใหม่อีกครั้ง ให้โอกาสตัวเองได้เจอสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต บางทีตอนจบแบบมีความสุขคือการก้าวต่อไป หรือบางทีก็คือการได้เข้าใจว่าไม่ว่าจะผ่านโทรศัพท์ที่ไม่รับสาย ทำหัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี เข้าใจความผิดพลาดในการอ่านสัญญาณต่างๆ ผ่านความเจ็บปวดและความลำบากใจมามากแค่ไหนก็ตาม เรายังไม่ทิ้งความหวังในความรักดีๆ

 

YOU ALL DESERVE TO BE HAPPY.