ไปเถอะ…ถ้าคิดว่าแฟนเก่าเธอดีกว่า

Ex Stories bannerความรักก็เหมือนสนามประลองฝีมือใครเจ๋งกว่าก็ถือว่าเป็นผู้ชนะไปมีอะไรดีก็ต้องงัดมาโชว์กันอย่างเต็มที่เรียกว่าเป็นช่วงปราบเซียนเลยทีเดียว ต้องสวมบทนางร้ายในคราบนางเอกถ้าเราอยากได้ผู้ชายสักคนมา ต้องใจกล้าหน้าด้าน มีร้อยแปดเล่มเกวียนก็ต้องจัดมาอย่าได้กลัวคู่แข่ง โดยเฉพาะคู่แข่งที่มีดีกรีเป็นถึงแฟนเก่าของเขา!!!

 

ด้วยประสบการณ์ที่เจอความร้ายกาจของบรรดาแฟนเก่าที่ยังเป็นปลิงทะเลคอยเกาะแกะไม่เลิก หล่อนจะทำตัวเหมือนกองโจรคอยซุ่มดูและวางกับดักเรา ยุคนี้ไม่ต้องใช้กำลังมีแต่สมองก็พอ เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นกับประสบการณ์ตัวเอง เมื่อก่อนเวลาที่เขาพูดถึงแฟนเก่าว่าคนนี้แหละคือรักแรกที่ไม่เคยลืม ก็ไม่ค่อยคิดอะไรมากเขาคงอยากแชร์ให้เราฟัง(ตอนนั้นมองโลกสวยมาก)

 

แต่ข้อดีของการเป็นผู้รับฟังที่ดีก็ทำให้เราเห็นตัวตนเห็นความคิดของเขาและรู้ความลับได้โดยที่ไม่ต้องสืบเลย เขาจะไว้ใจเผลอเล่าโน้นเล่านี่ให้เราฟังไปเรื่อยๆถึงตอนนั้นเราก็ต้องประติดประต่อเอาเอง แต่ที่น่าเจ็บใจอยู่ตรงที่เขาบอกว่าชอบเราเพราะหน้าเหมือนแฟนเก่า (กรี๊ดๆรับไม่ได้ยังไงก็เชื่อว่าตัวเองสวยกว่าไว้ก่อน)

 

จนเวลาผ่านไป ….วันหนึ่งนางมารร้ายก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิต แฟนเราเผลอหลุดปากว่าได้เจอกับแฟนเก่า บอกกับเราว่า “ไม่มีอะไรไม่ต้องคิดมากนะมันจบไปแล้ว” แต่ที่เริ่มผิดสังเกต จากปกติที่เราจะวางของไว้ในรถแบบสบายๆ อ้าวว ก็รถแฟนฉันนี่ ก็ทิ้งขงทิ้งของแสดงตัวตัวไว้ เผื่อสาวไหนมานั่งจะได้รู้ว่าเขามีแฟนแล้วนะ (คิดเอาเองว่าสูตรนี้ได้ผล) บังเอิญวันนั้นเขาไปส่งเราที่ทำงาน เราเอาลิปสติกสีแดงวางไว้ในรถ ตกเย็นมากลับมาเจอลิปอีกสี แต่ของเราดันหายไป!!! ตอนนั้นอยากเหวี่ยงใส่มากว่านี่ของใคร!!! ลิปนี้ไม่ใช่ยี่ห้อที่ฉันใช้นี่ แต่ก็พยายามสงบไว้เพื่อรอสืบให้แน่ใจก่อน

 

เริ่มเห็นความผิดปกติเข้ามาหลายอย่าง เขากลับดึกขึ้น เสาร์อาทิตย์ก็มีนัดบ่อย หลังจากนั้นเลยทดสอบอีกครั้งด้วยการวางรองเท้าส้นสูงไว้ในรถฝั่งคนนั่ง ตกเย็นมีคู่ใหม่มาวางแทน ของๆเรากลับไปซุกไว้หลังรถ นี่มันชัวร์แล้ว นางกำลังจะเล่นเกมกับเราอยู่เลยถามแฟนตรงๆ ว่านี่ของใครเขาตอบว่าด้วยสีหน้านิ่งๆ ว่าไม่มีอะไร จีจี้ (นามสมมุติแฟนเก่าของเขา) ขอติดรถกลับบ้าน แล้วเราก็ถามกลับว่าไม่ใส่รองเท้ากลับหรือไง (จี้จับผิดสุดๆ) “อ๋อเขาเปลี่ยนชุดไปฟิตเนส คงลืมเก็บมั้ง”

 

ตอนนั้นโกรธมากนะ แต่พยายามเชื่อใจแฟนตัวเองไว้ก่อน ต้องหนักแน่น นานเข้ากลับมีของใช้ส่วนตัวของหล่อนมากขึ้นทำเหมือนเราไม่มีตัวตน ทนไม่ได้เริ่มทะเลาะกับแฟนมากขึ้น จ้องจับผิดจนตัวเองเหมือนคนบ้าไม่มีความสุข และนางก็เริ่มปฎิบัติการแผนชั่วร้ายอีกด้วยการให้สร้อยที่มีอักษรย่อตัวเองให้แฟนเราใส่ เราขอให้เขาถอดแรกๆ ก็มีอึดอัดบ่นว่า เราไม่เข้าใจเขา หึงเขามากไป เป็นเพื่อนกันไม่มีอะไร

 

เราพยายามให้โอกาสเขาเสมอ ไม่ชวนเขาทะเลาะอีกดูแลเขามากขึ้นไม่ถามถึงเรื่องจีจี้อีก ทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้น วันหนึ่งเหมือนฟ้าผ่าเขาบอกเราว่า “อยากกลับไปดูแลจีจี้” เราปล่อยโฮเกาะขาเขาไว้เรียกร้องอ้อนวอนทุกอย่าง เขาใจร้ายมากสะบัดขาเหมือนเตะเราออก เราร้องเรียกชื่อเขา ไม่มีแม้แต่จะหันมามอง เสียใจมากแต่ความพยายามยังไม่หยุด เราวิ่งไปขวางรถเขาไว้ เขาไม่สน พุ่งรถเหมือนจะชนเรา เรานั่งทรุดร้องไห้อย่างไม่อายใคร กินไม่ได้นอนไม่หลับร่วม 3 เดือน เข้าใจแล้วว่าอกหักมันเป็นยังไง นอนกอดรูปเขาทุกวัน อยู่คนเดียวปิดตายสังคมไปเลย โทรไปเขาตัดสายทิ้ง อยู่กับความเสียใจจนมันเหมือนเป็นเพื่อนตาย ไม่อยากเป็นแบบนี้เลยมันทรมานมาก

 

พยายามบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง ลุกขึ้นมาปฎิวัติตัวเองใหม่ เปิดใจใหม่ เอาหัวใจส่วนที่เหลืออยู่มองชีวิตตัวเองใหม่ หาจุดมุ่งหมายให้กับตัวเอง เลิกเอาเขามาติดในสมองตัวเองอีก ไม่อยากเหนื่อยอีกแล้ว ตอนเรามองตัวเองในกระจก เราเห็นแต่ผู้หญิงหม่นหมอง พยายามหาทางออกด้วยการแต่คิดเรื่องดีๆ คิดให้ทุกวันจนความเข้มแข็งเข้ามาแทนความอ่อนแอ ทำอย่างนี้ทุกๆวันจนมีสติมากขึ้น

 

เราเริ่มใช้ชีวิตอย่างมีประโยชน์ทำในสิ่งที่อยากทำแบบสุดพลัง ให้อภัยเขา วันไหนที่กลับไปคิดเรื่องเขาอีกก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิดบอกกับตัวเองว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรั้ง เขาอยากไป ให้เขาไป และอย่าตั้งคำถามว่าเขาจะกลับมาไหม ทุกอย่างต้องปล่อยไปตามเวลา อย่าคาดหวังแต่ให้มีหวังเสมอ ทำเพื่อตัวเองให้มากที่สุด โชว์พลังประกาศก้องความสุข กลับมาเป็นสาวเปรี้ยวอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

HOROSCOPE