เฟลิร์ตให้รักติดไฟ ฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้! - CLEO Thailand Online Magazine

เฟลิร์ตให้รักติดไฟ ฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้!

 


เบื่อตัวเองเหลือเกิน อุตส่าห์ได้มานั่งแฉล้มท่ามกลางหนุ่มฮอตจัดตั้งหลายคน แต่ชั้นกลับทำได้ดีที่สุดแค่ยิ้มเจื่อนไปกับทุกบทสนทนา ในเวลาที่ควรรู้จักบริหารเสน่ห์ ก็ดันลืมวิธีที่เคยฝึกไว้ไปหมดจากหัว แป้กเว่อร์! รอบหน้าฉันจะวางแผนให้เวิคละ จะจีบหนุ่มให้ได้แบบไม่มีเดดแอร์ คอยดูสิ

 

 

 

อาการแบล็งค์กำเริบ

 

ไอ้เจ้าอาการแบล็งค์ หรือในภาษาอังกฤษว่า Blank มันคือ ภาวะสมองโล่งใสแจ๋ว เนื่องจากความตกใจ ตื่นเต้น ช็อค รน และเสียจริต ตลกมากที่อาการนี้มักจะเกิดกับเราเวลาที่เราต้องเริ่ดกว่าปกติ อย่างเวลาที่คุณเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่ง เห็นหนุ่มหน้าตาดีตรงสเป็คคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงมุมห้อง ถ้าคืนนี้คุณไม่ได้เข้าไปทำความรู้จักเขาไว้ ทุกอย่างก็คงผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทั้งที่คุณก็ไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยขี้อาย คุณเชื่อว่าผู้หญิงสามารถจีบผู้ชายก่อนได้ แต่ไม่รู้ทำไม ขวามันไม่ยอมขยับ ตัวก็ไม่ยอมไป สมองก็คิดอะไรไม่ออก! 

 

 

จริงๆแล้ว ผู้หญิงเราเป็นแบบนี้กันทุกคน ต่อให้ฉลาด เริ่ด แรง แค่ไหน แต่จะมีจุดหนึ่งที่เรานิ่งอึ้งเหมือนโดนไม้ฟาด เพราะอย่างนี้ เราเลยต้องการแพลน แพลนฟังดูน่าเบื่อและเป๊ะเกินไป แต่ถ้าไม่มีแพลน เราก็จะโป๊ะได้ง่าย ถ้าอยากเฟลิร์ตให้ได้ผล ลองจัดระเบียบการสร้างบทสนทนาของคุณเสียก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเขา ทำตามทฤษฎีที่เราจะให้ต่อไปนี้ เชื่อเถอะ ไม่มีอีกแล้ว ปัญหาลิ้นพันกัน 

 

 

•    ปิดปากบ้างเถอะ
 

 

งงใช่มั้ยละ ในช่วงเริ่มต้นของการเข้าหาคนแลกหน้า บทสนทนาดูจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการทำลายความอึดอัดและช่องว่างระหว่างคนสองคน เพราะเกิดเดดแอร์ทีไร ความรู้สึกอยากหนีไปให่ไกลตามมาสะกิดไหล่ทุกที แต่ถ้าเรารู้จักการเว้นช่วง และรู้จักหยุดพูดซะบ้าง น่าจะดีกว่าการพูดมากไปจนน่ารำคาญ

 

“โดยปกติแล้ว เวลาผู้หญิงตื่นเต้นในการเข้าสังคม พวกเธอจะทำผิดพลาดด้วยการพูดไม่หยุด” โค้ชสอนการพูดอย่างมาทิลด์ โคชแมน บอกกับเรา เขาทำหน้าที่ฝึกและพัฒนาการพูดและทักษะในการสนทนาให้กับผู้ที่มีปัญหา “พวกเธอไม่ใข่แค่พูดเพื่อระบายความตื่นเต้น แต่อากัปกิริยาของเธอจะเผยออกมาชัดเจนจนคู่สนทนาจับไต๋ได้ ผู้หญิงจะทั้งพูด ทั้งทำไม้ทำมือ ทั้งโอเวอร์แอ็คติ้ง ไปเรื่อยจนกว่าจะใจเย็นลงและพักหายใจ กว่าจะรู้ตัวเธอก็จ้อไปถึงไหนก็ไม่รู้ เป็นบทสนทนาที่ไม่นำมาซึ่งอะไรเลย นอกจากความว่างเปล่า” 

 

Try This : เริ่มต้นการสนทนาด้วยการถามเขาเรื่องของตัวเขาเอง แบ่ง 35% สำหรับการพูดคุย ถามนู่นนี่ และอีก 65%  ที่เหลือ ใช้ฟังและค่อยๆเปิดใจให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ “ธรรมชาติของมนุษย์ เราชอบพูดถึงเรื่องตัวเองมากกว่าที่จะฟังเรื่องของคนอื่น ถ้าคุณถามคำถามได้น่าสนใจ หรือให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ผู้ชายก็พร้อมจะเล่าเรื่องของเขาให้คุณฟังอย่างเต็มใจ”

 

 

•    ถามคำถามอย่างชาญฉลาด

 

หลักการนี้ใช้ได้กับทุกการถามตอบ หรือแม้กระทั่งการสัมภาษณ์คน อย่าถามคำถามปลายปิด ที่คู่สนทนาจะตอบได้แค่ ใช่ กับ ไม่ใช่ แต่ให้ถามด้วยคำถามที่ตอบได้กว้าง อาจระบุเฉพาะเจาะจงด้วยการถามความคิดเห็นส่วนตัว ว่าเขาคิดอย่างไรกับเรื่องนั้นนี้ ทำไม เพราะอะไร บลาบลาบลา แต่อย่าเจาะลึกไปถึงเรื่องต้องห้าม เช่น คุณทำมาหากินอะไร? แฟนเก่าคุณเป็นคนอย่างไร? คุณได้รายได้เท่าไหร่? ทำนองนี้ ถ้ายังไม่เดทกันนานพอ อย่าไปถาม ยกเว้นเขาสบายใจที่จะเล่า ก็ปล่อยให้เขาเล่าด้วยตัวเองดีกว่านะ 

 

Try This : ในการพบกันครั้งแรกๆนั้น เราทั้งคู่ยังเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาจำคุณได้ อินกับคุณ รู้สึกคลิก แม้เขาจะมีผู้หญิงคุยด้วยมากมายก็ตาม ลองจับอาการดูจากข้อมูลที่มี รู้ว่าเขาชอบคุยเรื่องอะไร ก็พุ่งเข้าใส่เรื่องนั้นเลย อยากรู้แบบพอประมาณ เขาจะประทับใจคุณมากกว่าชะนีนางอื่น รับรองได้

 

 

•    เก็บรายละเอียดให้ดี

 

นี่ถือว่าเป็นเทคนิคระดับชาติ ต่อให้บทสนทนาดีแค่ไหน ถ้าคุณจับใจความไม่ได้ หาคีย์เวิร์ดไม่เจอ ระวังว่าหลังจากหายไปเข้าห้องน้ำ กลับมาจะแบล็งค์ต่อ อย่างคำถามที่ว่า “คุณมาที่นี่บ่อยมั้ยคะ?” เขาตอบกลับว่า “เพิ่งมาครั้งแรกครับ ผมเพิ่งย้ายมาทำงานแถวนี้” คุณสวนกลับไปทันทีว่า “ฉันมาที่นี่บ่อยมาก วงนี้ดีมากเลยค่ะ” “ครับ” (เงียบ) นี่ไงล่ะ! ตัวอย่างของการหมกมุ่นเรื่องตัวเอง เชื่อไหม ในแต่ละคำตอบที่เขาให้คุณมา คุณสามารถเอาไปต่อยอดแตกกิ่งก้านสาขาได้เยอะมาก แต่เพราะความกังวล และต้องคิดตลอดว่าจะตอบอะไรกลับไปดี ทำให้บทสนทนาจืดและไม่เป็นธรรมชาติ โอกาสทองจึงลอยผ่านไปต่อหน้าต่อตา 

 

Try This : ในกรณีนี้ คำตอบที่ว่า “เพิ่งมาครั้งแรกครับ ผมเพิ่งย้ายมาทำงานแถวนี้” คุณจะต้องจับคีย์เวิร์ดให้ได้ นั่นคือ เพิ่งย้ายมาทำงานแถวนี้ เพราะฉะนั้น ใส่แหลกไปเลย “อ้าว ย้ายมาทำอะไรคะ?” “เมื่อก่อนทำแถวไหน?” “ย้ายมานานรึยัง?” “ชั้นก็เคยไปคุยงานแถวนั้น มีร้านอาหารตรงโน้นนี้ บลาๆๆ คุณเคยไปทานมั้ยคะ?” ยาวเลยมั้ยล่ะ แถมยังลื่นไหลไปได้อีกนาน ส่วนใจความแรกที่เขาเพิ่งเคยมาที่นี่ คุณก็สามารถแนะนำร้านอื่นในสไตล์เดียวกันให้เขาได้ ถ้าคืนนี้จบลงด้วยดี ชวนเขาไปเดทที่นั่นเลยก็ยังไหว 

 

Try Harder : เพื่อให้ได้ผลที่ดียิ่งขึ้น คุณจะต้องปล่อยวาง ฟังให้มากกว่าพูด อย่าคิดเยอะว่าจะต่อบทสนทนาด้วยอะไร เพราะนี่ไม่ใช่การเล่นครอสเวิร์ด จำไว้ว่า ผู้ฟังที่ดีจะถูกมองว่าเป็นผู้ร่วมทางชีวิตที่ดีเช่นกัน การที่เราฟังเขา ทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษ และสำคัญ ขยันถามในเรื่องที่เขาดูจะอยากเล่า หรือปูทางมาให้คุณถามแล้ว เช่น “คืนวันเสาร์ผมชอบดูฟุตบอลที่บ้าน” คุณรู้แล้วไงว่าเขาชอบฟุตบอล ชอบอยู่บ้านวันหยุด หยิบประเด็นนี้มาใช้ต่อไปได้เลยยาวๆ และถึงแม้คุณจะไม่สนใจในเรื่องที่เขาชอบเลย แต่ขอให้เออออไปกับเขาก่อน ทำตัวสนใจในสิ่งที่เขาเล่า เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารักที่แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร นอกจากความกระตือรือร้นและตั้งใจจริง

 

 

•    ลิงค์ความเหมือนกันให้ได้

 

แม้ขั้วบวกลบจะดึงดูดกัน แต่บางครั้ง การคลิกกันก็ต้องต้องความเหมือนหรือความคล้าย ความเข้ากันได้ดี ไม่ว่าหลังจากนี้ คุณสองคนจะไปเจอความต่างระหว่างทางกันมากแค่ไหน แต่ในช่วงแรก จะดีกว่าถ้าทั้งคู่รู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน “เวลาที่มีใครสักคนเห็นว่าคุณมองสิ่งต่างๆในแบบเดียวกันกับเขา มันจะนำไปสู่สองทาง หนุ่ง เขารู้สึกดีต่อตัวเขาเอง และสอง เขารู้สึกสบายใจในการพูดคุยกับคุณ เพราะรู้ว่าคุณจะเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น” คำยืนยันจาก ทันยา สตีเฟนส์ ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์

 

Try This : คำพูดที่ช่วยคอนเฟิร์มว่าคุณและเขามีประสบการณ์ร่วมกัน อาจไม่ต้องจริงๆจังขนาดเห็นด้วยกับเขาไปทุกอย่าง เพราะนั่นก็เว่อร์ไป แต่แค่พูดตอบเขาในเชิงซัพพอร์ท เห็นด้วยแบบสมเหตุสมผล เช่น ถ้าเขาบอกว่าเพิ่งไปเที่ยวยุโรปปลายปีที่ผ่านมา ไม่อยากกลับบ้านเลย คุณก็สามารถดึงเอาประสบการของตัวเองมาใช้ได้ เช่น ใช่เลย ฉันไปฝรั่งเศสมาเมื่อสองปีก่อน มีความสุขมาก ได้ไปตรงนั้นตรงนี้ คุณชอบที่นั่นมั้ย หรือถ้าคุณไม่เคยไป ก็สามารถอยู่ดีด้วยการตอบว่า ดีจัง ฉันชอบยุโรปมาก อยากไปอิตาลีซักครั้ง คุณได้ไปที่นั่นมามั้ย ไหนเล่าซิ เป็นยังไง เหรอๆ สวยใช่มั้ยคะ? … อะไรทำนองนี้

 

Try Harder : บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงความเหมือนกันเสมอไป แต่อยากให้คุณแสดงตัวว่าเป็นผู้หญิงที่มีฝัน มีไฟ ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะเสี่ยงและยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ นี่ฟังดูเฟคใช่มั้ย? ก็ใช่ แต่เราไม่ได้เฟคเพื่อผู้ชายอย่างเดียว เพราะผู้หญิงแบบนี้ เป็นต้นแบบที่ควรจะเป็น และถ้าเป็นได้ก็จะดีมาก 

 

 

•    ท็อปปิคต้องห้าม

 

เวลาที่คุณคุยกับคนที่คุณไม่สนิทด้วย อย่า!บ่นหรือตำหนิอะไรก็ตามแต่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นงานของคุณ แฟนเก่า เพื่อนที่คุณไม่ชอบ หรือแม้กระทั่งท็อปปิตหนักๆอย่างเศรษฐกิจการเมือง เพราะถ้าคิดเห็นไม่ตรงกันล่ะก็ หนาวแน่ๆ ท็อปปิคเหล่านี้จะทำให้เขาเบื่อ ถ้ายังไม่สนิทกันจริง หรือยังรู้จักกันไม่ดีพอ อย่าเพิ่งแย็บเข้าไปในโซนอันตรายนี้ดีกว่า รวมไปถึงการเล่นมุขพร่ำเพรื่อ เพราะพวกคุณยังหน้าใหม่ต่อกัน มุขแป้กๆจะยิ่งชวนเจื่อนเข้าไปใหญ่

 

Try This : เรื่องที่ควรยกมาคุย ก็อย่างที่บอกไป ความชอบของเขา ความสนใจของคุณ สิ่งดีๆในโลกมีตั้งเยอะให้หยิบมาเป็นเรื่องหลักในบทสนทนา ไลฟ์สไตล์น่าจะเป็นสิ่งที่เซฟที่สุดในการพูดคุยกัน แต่อย่ามัวแต่ถามเขาจนลืมโชว์ความเป็นผู้หญิงเจ๋งๆในตัวคุณออกมาล่ะ ถามเขาแล้ว ฟังเขาแล้ว ก็หาช่วงจังหวะดีๆ เล่าเรื่องเด็ดในชีวิตคุณ เช่น ฉันเคยไปดูคอนเสิร์ตวงร็อคในตำนานที่ฮ่องกง ดีมากเลย หมือนได้ปลดปล่อยเต็มที่ คุณชอบเพลงวงนี้มั้ยคะ? 

 

 

การที่คุณเปรยๆข้อมูลของตัวเองออกไปบ้าง สามารถบอกอะไรได้อีกอย่าง คือ ถ้าเขาเองก็อยากสานต่อกับคุณ เขาจะหยิบเรื่องเล็กๆนี้มาเป็นประเด็นคำถามที่จะถามคุณต่อเช่นเดียวกัน หรือถ้าคุณทั้งคู่มีความชอบและไลฟ์สไตล์ตรงกัน จะสามารถชิทแชทกันได้ยาว รู้แบบนี้แล้วจะรออะไรล่ะ? เลิกแบล็งค์แล้วบุกได้แล้วจ้า ก่อนที่จะมีนางอื่นจัดการตัดหน้าไปซะก่อน!

 

 

ถามไปสิ!
ถามเขาไปตามนี้ แล้วเขาจะตะลึงตึงตึง

 

“ขอโทษที่ชั้นดูง่วงนะคะ พอดีเมื่อคืนนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับเควนติน ทารันติโน่จนถึงเช้า ชอบมากเลย คุณคิดยังไงเกี่ยวกับหนังของเขาคะ?”

 

“เสื้อของคุณสวยมากเลยค่ะ คุณซื้อที่ไหนเหรอคะ พอดีฉันกำลังหาของขวัญให้น้องชายอยู่พอดี อยากได้ไอเดียสักหน่อย”

 

“เพื่อนของชั้นเคยบอกว่า ผู้หญิงน่ะ เวลาคิดอะไรจะเปล่งออร่าออกมาชัดเจน แต่ชั้นไม่ค่อยเชื่อหรอกนะ คุณลองทายมาซิว่าชั้นคิดอะไรอยู่ ถ้าทายถูก ชั้นเลี้ยงเครื่องดื่มเลย”

 

“เพลงของนิกกิ มินาจ ติดอยู่ในหัวชั้นตลอดเวลาเลย  ทั้งที่ชั้นก็ไม่ได้ชอบเธอเท่าไหร่นะ คุณล่ะคิดว่าเพลงของเธอเป็นยังไงบ้างคะ?”

 

“ชั้นว่าจะหาโอกาสไปเที่ยวอังกฤษซักครั้งในช่วงปีหน้าค่ะ คุณเคยไปมั้ยคะ (ถ้าเคย)คุณไปที่ไหนบ้าง มีสถานที่แนะนำมั้ยคะ?” 

 

“ได้ดูหนังเรื่องล่าสุดของคริสโตเฟอร์ โนแลนรึเปล่าคะ? ชั้นชอบผู้กำกับคนนี้มาก ชอบเรื่อง Momento คุณชอบเรื่องไหนคะ?”

 

“ถึงไม่สนใจเรื่องดวงชะตา แต่ชั้นสามารถบอกได้นะว่า คุณเป็นคนรักสุนัข เพราะสุนัขน่ะซื่อสัตว์กว่าแมว จริงมั้ยคะ?

 

 


เรื่องน่าเบื่อที่ผู้ชายไม่อยากรู้

 

เขาพร้อมจะหลับใส่คุณ ไม่ก็เดินหนีไปทันทีที่คุณเอ่ยถึงท็อปปิคเหล่านี้

 

•    เรื่องเม้าท์ดารา : ใครจะคบใคร เดทกับใคร เลิกกับใครในแวดวงบันเทิง เขาไม่สนใจหรอก จริงๆนะ

 

•    นิสัยแย่ของเพื่อนคุณ : นอกจากจะเป็นท็อปปิคน่าเบื่อแล้ว ยังสื่อให้เห็นถึงความเป็นคนขี้เม้าท์และไม่น่าคบหาของคุณอีกต่างหาก

 

•    วันแย่ๆในการทำงาน : เก็บเรื่องงานเอาไว้ที่ออฟฟิศ เขาไม่รู้จักคนเหล่านั้นที่คุณพูดถึงหรอก อย่าเพิ่งบ่นตั้งแต่วันแรกสิ

 

•    ราศีของเขาบอกอะไรได้บ้าง : ผู้ชายเขาไม่สนหรอกว่าตัวเขาเกิดวันไหน กรุ๊ปเลือดอะไร ส่งผลอย่างไรกับชีวิต ถ้าอยากพูดประเด็นนี้ รอให้ได้คบกันก่อนดีมั้ย

 

•    การไดเอ็ทของคุณ : ไม่ว่าตัวคุณจะหมกมุ่นกับการไดเอ็ทแค่ไหน แต่อย่าเพิ่งเผยตัวตนตั้งแต่วันแรกๆ ผ่อนปรนตัวเองหน่อย ถ้าไม่อยากให้เขาวิ่งหนีตั้งแต่เริ่มต้น

 

•    แฟนเก่าคุณสร้างเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง : บ้าไปแล้ว แม้แฟนเก่าคุณจะแย่แค่ไหน ไม่ต้องไปเล่าให้คนอื่นฟังก็ได้มั้ง เขาไม่อยากรู้หรอก และพูดไปยิ่งทำให้คุณดูเพ้อเจ้อไม่สิ้นสุด

 

 

 

 

Follow us: @cleothailand
HOROSCOPE