เพียงเสี้ยววินาที… ที่ตกหลุมรัก

เขียนโดย Korakot Unphanit

เคยอยากรู้มั้ย เวลาที่ผู้ชายสักคนเขาเกิดอาการ “ตกหลุมรัก” เขาจัดการยังไงกับมัน แล้วเขาปล่อยให้หัวใจทำหน้าที่ของมันต่อยังไง เดือนนี้เราเลยบอกเล่าผ่าน อาร์ม นักเขียนหนุ่มที่ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งรัก เราว่าเขาเข้าใจและถ่ายทอดมันออกมาได้แบบว่า…แอบโรแมนติกและเซ็กซี่ทีเดียว

 

“In Love แล้วกัน”

น้ำเสียงผู้หญิงปลายสายบรีฟสั้นๆ ให้ผมเขียนเรื่องนี้

“ได้ค่ะ” ผมตอบสั้นกว่า ยอมรับตามตรงว่าผมสนใจน้ำเสียงเซ็กซี่ (แบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ฟังได้ไม่รู้เบื่อ) ของผู้หญิงปลายสายมากกว่าที่จะคิดตีความว่าจะเขียน ‘อินเลิฟ’ ออกมาในมุมไหน

ไม่ต้องตกใจครับ ผมเป็นผู้ชายแท้ที่ใช้คำว่า ‘ค่ะ’ กับผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น นั่นคือคนรักของผมเอง

ว่าแต่ ‘อินเลิฟ’ หรือการตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก มันคืออะไร ผมคิดไม่ออกเลย

“เขียนแบบง่ายๆ ก็พอนะที่รัก” เธอกำชับในอีกหลายวันต่อมาเมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าว่าจะเขียนต้นฉบับนี้ออกมาได้สักที

จะพูดยังไงดีล่ะครับ ผมไม่ใช่นักเขียนใหญ่อย่างคาลิล ยิบราน ที่เขียนหนังสือเรื่อง ‘ปรัชญาชีวิต’ และอธิบาย ‘ความรัก’ (ในทัศนะของเขา) เอาไว้อย่างลึกซึ้ง สละสลวยเหมือนบทกวี ประหยัดคำแต่ตีความได้ไม่รู้จบ

เมื่อมองย้อนมาที่ตัวเอง ผมคือผู้ชายอายุ 27 ปีที่กำลังพยายามเขียนชีวิตตัวเองให้น่าอ่าน (หรืออย่างน้อยก็เขียนเอง อ่านเองได้โดยไม่อายตัวเองมากนัก) หลังใช้น้ำหมึกแลกเงินมา 3 ปี พบว่า ‘การเขียน’ กับ ‘ความรัก’ นั้นมีบางสิ่งที่คล้ายกัน คือไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ มันไม่การันตีว่ายิ่งทำ ยิ่งเก่ง และกว่าจะรู้ว่าตกหลุมรัก ก็รักไปแล้ว

ความรัก บทจะมา ก็มาเร็ว แล้วรักเลย

การเขียนก็ไม่ต่าง 5 วันที่ผ่านมา ทุกเช้าผมตั้งใจว่าจะคั้นทุกความรู้สึกที่ตกหลุมรักออกมา แต่ที่ทำได้คือนั่งจ้องเคอร์เซอร์ที่กระพริบ (เร็วกว่าจังหวะหัวใจ) บนหน้าจอขาวๆ อยู่นานจนกาแฟหมดไปสองแล้ว และแก้วที่สามกำลังพร่อง ตัวหนังสือก็ยังไม่ออกมาทักทาย

แต่พอ ‘คลิ๊ก’ เท่านั้นแหละ รู้อีกทีก็เขียนเสร็จไปแล้ว

อย่างที่สองคือ มันไม่การันตีว่ายิ่งทำ ยิ่งเก่ง

รักมากี่ครั้ง อกหักมากี่หน คุณมั่นใจหรอว่าความรักครั้งต่อไปจะดีกว่าครั้งเก่า?

โอเค คุณอาจเอาบทเรียนจากรักครั้งเก่ามาปรับใช้ แต่ถามจริง มันจะได้สักแค่ไหนกันเชียว อย่าลืมว่าคู่รักคุณเป็นคนใหม่ที่ต่อให้คล้ายคนเก่า แต่ยังไงมนุษย์ก็ไม่เหมือนกัน

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมเห็นด้วยกับคำของมูราคามิ (ยกตัวอย่างนักเขียนซะแมสเลย) นอกจากนวนิยายเหนือจริงที่หมกมุ่นอยู่กับโลกคู่ขนาน ความเหงา และแมวแล้ว เฮียมูยังเคยเขียน non-fiction เรื่อง Underground: The Tokyo Gas Attack and the Japanese Psyche ว่าด้วยเหตุการณ์ที่ลัทธิโอมชินริเกียวปล่อยแก๊ศซารินในรถไฟใต้ดินโตเกียว เฮียลงพื้นที่จริงเพื่อสัมภาษณ์เหยื่อด้วยตัวเอง มีคนเคยถามแกว่า คุณได้อะไรจากการเขียนหนังสือเล่มนี้ ผมจำคำพูดเป๊ะๆ ที่เฮียแกตอบไม่ได้ แต่ประมาณว่า ผมได้เรียนรู้ว่า ที่คนบอกกันว่า “ผมเข้าใจคุณนะ” เวลาได้ยินใครก็ตามกำลังพูดเรื่องเศร้าของตัวเอง จริงๆ แล้ว คุณไม่มีทางเข้าใจเขาหรอก เพราะคุณไม่ได้ประสบเหตุการณ์ตรงแบบเขา พูดง่ายๆ คือคุณไม่สามารถใช้ความเศร้าของตัวคุณมาทำความเข้าใจความเศร้าของคนอื่นได้ แต่สิ่งที่คุณพอจะทำได้คือ ‘พยายาม’ เข้าใจความรู้สึกของเขา แค่นั้นเอง

ผมไม่ปฏิเสธว่านั่นคือคำปลอบโยนที่มีค่ายามเพื่อนกลืนน้ำตาไปแล้วเกือบครึ่งลิตร “ผมเข้าใจคุณนะ” แต่ก็เห็นด้วยเหมือนกันว่าต่อให้อกหักมากี่ครั้ง แล้วเริ่มความรักครั้งใหม่ ก็ไม่ได้การันตีว่าความรักครั้งนี้จะดีกว่าเก่า เหมือนกันกับเวลาเขียนหนังสือ แดนอรัญ แสงทอง (นักเขียนซีไรต์ปี 2557 จากรวมเรื่องสั้น ‘อสรพิษ’)ต่อให้หนังสือของเขาหลายเล่มได้รับการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่เขายังเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเสน่ห์ของอาชีพนี้คือ คุณยังเป็นนักเขียนฝึกหัดอยู่วันยังค่ำ (และดูเหมือนว่าเขาก็มีความสุขกับมัน) เพราะทุกครั้งที่เริ่มเขียนงานใหม่ แม้แต่คนเขียนเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันจะรอดไหม

ต่างกับความรักตรงไหน? คุณยังคงเป็นนักรักมือสมัครเล่นอยู่ดี ที่พอจะทำได้คือ ทุกครั้งที่เลิกรา เราเรียนรู้อะไรเพื่อเริ่มใหม่ และทำความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด แค่นั้นเอง

สุดท้าย  ป็อป ปองกูล เคยร้องว่า “ต้องติดอยู่ในฤดูอกหัก ตกอยู่ในห้วงความรักที่มันเลวร้าย” ผมเห็นด้วย แต่ขอให้อดทนกับฤดูอกหักสักพัก เมื่อเจอคนที่ใช่ คุณจะเห็นด้วยกับวง Klear ที่บอกว่า “รักไม่ต้องการเวลา”

ความรัก หรือการจะตกหลุมรักใครสักคน เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่สุดในโลก

เชื่อไหม ผมเคยสัมภาษณ์คุณหมอชัชพล เกียรติขจรธาดา ผู้เขียนหนังสือเบสเซลเลอร์อย่าง ‘500 ล้านปีของความรัก’ และถามเขาว่า “หมอครับ ผมเจอผู้หญิงเป็นร้อยต่อวัน ทำไมถึงสะดุดใจกับคนๆ นั้นเป็นพิเศษ” ถ้าเป็นพี่เบิร์ด ธงไชยคงร้องว่า “ทำไมต้องเธอ ไม่เข้าใจ”

หรือชีวิตต้องมาเปลี่ยนไป เพราะรักเธอครับหมอ?

หมอเกาหัว และร่ายเหตุผลร้อยแปด สรุปได้ว่า ถ้ามันคลิ๊กกัน ก็จบเกม (จริงๆ เกมเพิ่งเริ่มต่างหาก)

แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าเค้าคือคนที่ใช่?

ต้องใช้เวลาแค่ไหนวะ?

ทั้งเพื่อนผม และเพื่อนแฟน ที่ยัง (ไม่เคย) มีแฟนมักถามแบบนั้นในวงเหล้า

ผมว่าต้องลองคบดู ถึงจะรู้ว่าใช่หรือไม่

ส่วนการตกหลุมรักจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน อันนี้ผมไม่รู้

อาจเป็นเสี้ยววินาทีที่เห็นผู้หญิงสวมยีนส์ฟองซีดกับเสื้อกล้ามสีเทาใส่รองเท้าแตะเดินเข้ามา (หน้าไม่แต่ง หรือแต่งก็น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่รู้ตัวว่ากำลังจะต้องมา 72 Courtyard) แล้วผมก็สะดุดใจว่า เออ เธอน่าสนใจ

หลังจากคืนนั้น เราก็เริ่มคุยกัน รู้ตัวอีกทีคือผมนั่งอยู่ในรถ MG สีดำที่จอดอยู่ใต้คอนโดของเธอ

เธออยู่ในที่นั่งคนขับ ผมนั่งข้าง

ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าห้วงของความรักที่ผมกำลังโดนสะกดอยู่ตอนนี้ เกิดจากเสี้ยววินาทีในคืนนั้นหรือไม่

เหมือนกันกับที่ผมไม่รู้ว่าเสี้ยววินาทีนั้นจะเร็วหรือสั้นกว่าเสี้ยววินาทีที่ผมตัดสินใจโน้มตัวไปจูบเธอถึงเบาะคนขับ

เพราะรู้ตัวอีกที ริมฝีปากผมก็แตะริมฝีปากเธอซะแล้ว

HOROSCOPE