เขาดัง หล่อ & รวย ไม่มีใครเชื่อว่าเขาคือเทพบุตรตัวปลอมที่ร้ายตัวพ่อ - CLEO Thailand Online Magazine

เขาดัง หล่อ & รวย ไม่มีใครเชื่อว่าเขาคือเทพบุตรตัวปลอมที่ร้ายตัวพ่อ

 

คนเรารู้หน้าไม่รู้ไปถึงหัวใจ โดยเฉพาะตอนที่รักกัน เขามักเป็นคนที่ดีกว่าใครๆ

ก็ใครจะเชื่อล่ะ ผู้ชายหน้าตาดี เป็นหนุ่มสังคม คุยกับใครก็สุภาพน่ารัก จะเป็นคนเลวที่เธอรักได้ขนาดนี้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ขึ้นอยู่ว่าจะหนักเบาต่างกันแค่ไหน แต่สำหรับ “พี่โบว์” ผู้หญิงสวย เปรี้ยว เฉี่ยว เดิ้นคนนี้ ถ้าจัดระดับความหนักแล้ว คงต้องเรียกว่าหนักเอาการ เพราะผู้ชายที่เธอรัก ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูก…เขาแอบไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ในวันที่เธอคลอดลูก และยังฟ้องว่าเธอยักยอกเงินอีก!!!

 

ชีวิตนี้มีคนดี แต่เธอไม่รัก

จากผู้หญิงคนหนึ่งที่สุดโต่ง เที่ยว เปรี้ยว ซิ่ง ทำอะไรขอทำเต็มที่ ไม่มีตรงกลาง ไม่มีประนีประนอม ไม่เว้นแม้เรื่องความรัก ที่ผ่านมาพี่โบว์ถือว่ามีความรักไม่เคยขาด แต่ส่วนมากจะมีคนมารักมากกว่าคนที่จะทำให้เธอรักได้จริงๆ ถึงจะเคยตามง้อรักกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่เขาดีจัดแต่เธอทำดีไม่พอ เขาเลยขอเลิกไป “เราร้องไห้เสียใจมาก ตามไปง้อเขาที่บ้าน จนวันหนึ่งเขาโทรศัพท์มาว่า ขอร้องเถอะหยุดตามเขาสักทีได้มั้ย อย่าให้ต้องไล่ได้มั้ย เราเลยรู้ว่าเขาคงไม่ต้องการเราจริงๆ แล้ว ก็พอเลย ฉันขอเป็นคนสวยๆ มีศักดิ์ศรี ไม่รักก็ไม่รักไม่ง้ออีกต่อไป” ซึ่งตอนนั้นเธอรู้ว่าต่อให้ดีสักเท่าไร มันก็สายเกินไปแล้ว แต่ก็นะ…จะให้ง้อกว่านี้พี่โบว์บอกว่า ไม่มีทาง ขอสวยๆ เริ่ดๆ เชิดอย่างมีศักดิ์ศรีดีกว่า

 

เจอคนใหม่…ผู้หญิงคนไหนเจอลูกจีบแบบนี้ก็ต้องยอม

จากความรักครั้งก่อน ทำให้เธอต้องมาทบทวนตัวเองใหม่ ขอแก้ตัวอีกครั้ง บอกกับตัวเองถ้ามีแฟน จะดีกับแฟนให้มากๆ แล้วก็ได้เจอจริงๆ ครั้งแรกที่เจอผู้ชายคนนี้ ความรู้สึกแวบแรกบอกตัวเองเลยว่า ผู้ชายคนนี้ร้ายนะ แต่ก็ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เขาเป็นผู้ชายที่เหมือนหลุดมาจากแม็กกาซีน ที่เราเคยคิดอยากรู้จัก พอเขามาจีบเรา ยิ่งตื่นเต้น เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก สถานะเราต่างกันมาก เขาแก่กว่าเรา 11 ปี ดูอบอุ่น มีอะไรน่ารักๆ มาจีบเราตลอด มาชวนดูหนัง มารับไปกินข้าว มารับไปส่งบ้าน หรือบางทีทำงานอยู่เราก็แอบเห็นรถคันหนึ่งมาแอบดูเราอยู่เป็นชั่วโมงๆ เขาเหนือชั้นเลยนะ วิทยายุทธ์เราว่าเยอะแล้ว แต่เทียบกัน เราเหมือนเด็กน้อยไปเลย ใช่…เจอลูกตื้อ ลูกจีบแค่ระลอกแรก จากที่ว่าจะไม่ พี่โบว์ก็ตกหลุมรักไปเต็มๆ

 

คนนี้…ใครบอกว่าเลว ไม่เคยเชื่อ เพราะคิดว่าเขา คือคนที่ “ใช่”

มีคนเคยบอกว่าคนเราถ้าดีจะมีกระแสความดีออกมา คนไม่ดีก็คงเช่นกัน พี่โบว์บอกว่า พอเริ่มคบกันพี่สาวก็โกรธมาก เพราะทั้งพี่สาวและพี่ชายเราเกลียดเขามาก ซึ่งเราก็ไม่สน เพราะคิดว่าเราจริงใจต่อกัน และเขาก็ไม่ทำร้ายเราหรอก

 

เพราะความเชื่อ และความตั้งใจของเธอที่จะให้รักครั้งนี้ดีที่สุด ชดเชยกับความผิดที่เคยทำที่ผ่านมา “เราเลยตั้งปณิธานไว้เลยว่า แฟนฉันคนนี้ ฉันจะดี จะรัก จะภักดีกับเขา ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร เพราะฉะนั้นใครบอกอะไรก็ไม่เชื่อทั้งนั้น”

 

และที่สุดแล้ว เขาได้ขอร้องให้เธอไปทำงานด้วยกัน ไปช่วยงานบริษัทของเขาด้วยกัน ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่แรง แต่หมายถึงพกทุนไปร่วมด้วย “ที่ตัดสินใจไปช่วย เพราะเรารักเขา อยากทำให้ดีที่สุด”

 

ยิ่งคบยิ่งรู้ ยิ่งเจอผู้หญิงมากมาย และเจอลูก!!

            เวลาเรารักใครมากๆ เรามักจะมองเห็นแต่ข้อดี เราก็จะเชื่อง่าย และเชื่อไปหมด อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนที่ตกอยู่ในความรักจริงๆ ระดับพี่โบว์ ถือว่าเป็นหนักด้วยสิ พี่โบว์บอกว่า “บอกอะไรมาพี่ก็เชื่อหมดเลย เจออะไรก็ให้อภัยหมด แต่เจอเยอะมากจนเราเริ่มเบลอ ยิ่งตอนไปทำงานกับเขา อยู่ใกล้กัน ทำให้เรารู้ว่าเขามีผู้หญิงวนเวียนอยุ่เยอะมาก บางคนก็นึกถึงว่าจะไม่ใช่ แต่ก็ใช่ มีทั้งจริงๆ เล่นๆ บางทีไปเจอหมอนรูปหัวใจบนรถเขา เขียนว่าจากแอร์ฯ รุ่นแม่ ก็งงๆ ละ พออีกหน่อย ก็เจอใบเสร็จหาหมอ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง สืบไปมา เลยรู้ว่านั่นน่ะใบเสร็จหาหมอของลูกสาวเขา เขามีลูกสาวกับผู้หญิงคนที่เป็นแอร์นั่นล่ะ แต่เลิกกันแล้ว เขาบอกว่าแค่ดูแลลูก ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน พอเรารู้เรื่องลูก หลังๆ เขาก็พาลูกมาเที่ยวกับเราด้วย หรือบางทีก็บอกว่าไม่ว่างไปหาลูก ตอนนั้นรักเขามาก บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร รับทุกอย่างที่เขาเป็นให้ได้ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เจอเรื่องแบบนี้บ่อยมาก จนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ขอลาออกจากงานเถอะ ไม่ช่วยทำแล้วดีกว่า แต่ก็ตัดใจไม่ได้ซะที ลาแล้วเข้าใหม่ไป 2 รอบ จนที่สุดแล้วก็ไม่ไหว ขอลาออกจากบริษัทจริงๆ”

 

จริงจัง แต่ไม่รู้ว่าเขาไม่จริงใจ จนมีลูกด้วยกัน

แต่การลาออกไม่ได้หมายความว่าจะเลิกกัน พี่โบว์ยังรักเขาเหมือนเดิม และดูจะจริงจังกันมากขึ้น “เขาเคยชวนเราว่า ไปจดทะเบียนสมรสกันนะ แต่ก็ติดโน่นติดนี่ แล้วก็ไม่แน่ใจ รู้สึกว่ายังไมพร้อม ไปๆ มาๆ ก็ไม่ได้แต่งงานสักที” แต่ช่วงที่ไม่พร้อมนี่ล่ะ ก็เจอแจคพ็อตจนได้ “เราท้องค่ะ วันแรกที่บอกเขาว่าเรามีลูก เขาอึ้งมาก สติแตกไปเลย โวยวายว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ แต่อีกวันก็โทรมาบอกว่าโอเค ตั้งสติได้ จะจัดงานแต่งงานให้ ซึ่งมันเป็นแค่คำพูดให้ดูสวยหรูเท่านั้นล่ะค่ะ เพราะสุดท้ายก็ไม่ได้จัด  แค่มาขอขมาเฉยๆ แล้วพอเรามีลูกก็เริ่มมาหาบ้าง ไม่มาบ้าง เพราะอ้างว่าติดธุระเยอะ ต้องดูแลลูกทางโน้นด้วย แล้วเขากลัวเป็นข่าว พี่สาวเราก็เกลียดขี้หน้าเขาด้วย ซึ่งเราก็สงสารเขานะ ก็เข้าใจ แต่เขาก็เขามาจัดการค่ารักษาพยาบาล แล้วก็ไปๆ มาๆ ไม่ได้มาอยู่ด้วยตลอด เพราะมีลูกอีกบ้านนึงด้วย”

 

เธอเลี้ยงลูก เขาแอบหนีไปแต่งงาน!!!

“ช่วงที่เราจะคลอดเขาก็เริ่มหายไป แต่เราก็ยังไม่เอะใจ แต่เราสนิทกับพี่น้องในบ้านเขา ทุกคนรักเราดี แล้ววันที่เราคลอดลูก แม่เขาก็มาบอกความจริงที่แทบช็อคไปเลยว่า เขากำลังเตรียมตัวจะแต่งงาน แต่งกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เราเคยเจอตอนทำงาน คนที่ไปไหนเขาก็พาไปด้วย คนที่เขาบอกว่าเป็นแค่ที่ปรึกษาทางการเงิน ไม่มีอะไรกัน ซึ่งตอนนั้นเราก็เชื่อ เพราะคิดว่าไม่มีอะไรจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเรียบๆ เรียกว่าไม่สวยเลย ดูแล้วไม่ใช่สเป็คเขาแน่ๆ พอมารู้ว่าเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้วันที่เราเพิ่งคลอดลูก มันจุกแน่นมาถึงหน้าอกเลย ช็อคว่าเขาทำกับเราอย่างนี้ได้ยังไง เหมือนหลอกกันมาตลอด”

 

เป็นใครๆ ใครก็ต้องช็อค เมื่อจู่ๆ ผู้ชายคนที่เป็นพ่อของลูก สามีของเราจะไปแต่งงานกับหญิงอื่น ระดับช็อคของพี่โบว์ช่วงนั้นคงเข้าระดับสิบ เครียดจัดขนาดว่าไม่มีน้ำนมให้ลูกกินเลยทีเดียว

 

ยังๆ ยังไม่หมด เลวระดับเทพยังทำได้อีก

“โกหก ด่าหยาบๆ ดราม่าสุดๆ ผู้ชายคนนี้ทำได้” ความน่ากลัวของผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่คนเลว แต่เป็นเลวหลบใน และปลดปล่อยความร้ายกาจอย่างไม่มีวันสิ้นสุด “ตอนคลอดลูกสาวคนนี้แล้ว เขาเคยบอกโบว์ว่าอยากมีลูกชายกับโบว์อีกคน แต่พอไปข้างนอก เขาพูดกับคนอื่นๆ ตลอดเวลาว่า นี่ ไม่ใช่ลูกเขา!! สุดท้ายเธอทนไม่ไหวต้องเลิกกับเขา”

 

แต่เรื่องไม่ได้จบแค่เลิกกัน ไม่รักกันจนเรื่องก้าวขยับไปถึงศาล “ก่อนหน้านั้นเขาก็หยุดส่งค่าเลี้ยงดูมาพักใหญ่แล้วดื้อๆ แล้วพอดีมีปัญหาเรื่องเงินในบริษัทมาเกี่ยวข้องกันด้วย เขาฟ้องศาล ฟ้องเรา มีหมายศาลมาแขวนที่หน้าบ้าน กระบวนศาลก็ไต่สวนกันไป ซึ่งก็นานตามกระบวนการ”

 

ถึงจะเป็นช่วงเวลาร้ายที่สุดในชีวิต แต่ก็ไม่เชิงว่าจะร้ายซะทีเดียว เพราะเป็นช่วงเวลาที่พี่โบว์เห็นความจริงของผู้ชายคนนี้อย่างที่สุด "นี่ล่ะเนื้อแท้ของเขาจริงๆ เวลาไปศาลก่อนจะเข้าห้องพิจารณาคดี เขาเดินผ่านหน้าเราและลูกไปแบบหน้ายังไม่อยากจะมอง แต่พอไปถึงหน้าบัลลังก์ศาล เขาร้องไห้บอกว่าคิดถึงลูก อยากกอดลูกสักครั้งได้มั้ย แต่เขากลับบอกทนายว่าไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้เป็นลูกเขาหรือเปล่า เขาขอตรวจดีเอ็นเอ เพื่อจะเอาเรื่องนี้มาดิสเครดิต ส่วนค่าเลี้ยงดูลูก เขาบอกเราว่าไงรู้มั้ย ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา"

 

วันนี้เชื่อแล้ว…ต้องมั่นใจสัญชาตญาณตัวเอง

จากผู้หญิงมั่นๆ สวยแบบไม่แคร์ใคร กลายเป็นซิงเกิ้ลมัม เลี้ยงลูกคนเดียว พี่โบว์บอกเลยว่า ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ถ้าย้อนเวลาได้ คงเชื่อลางสังหรณ์แรกของตัวเอง “ถ้าเรารู้สึกอะไร อย่าหลอกตัวเอง ต้องเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง เวลาคบกับใคร เราใกล้ชิดคนนั้น เราก็จะรับรู้ได้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ถ้าเขาเลว เราก็รู้สึกล่ะว่าเขาเลว แต่เรามักจะไม่เชื่อในความคิดของเรา เพราะเรามักจะคิด ไม่หรอก…เขาไม่ทำกับฉันหรอก แต่ความจริงคือ คุณเป็นใครล่ะ…? ทำไมเขาถึงจะไม่ทำกับคุณ? เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะฟังเสียงของตัวเอง”

 

“ทุกวันนี้โบว์มีสติมากขึ้น สวดมนต์นั่งสมาธิ ลูกจะเป็นยังไง อยู่ที่เรามากกว่า โบว์ไม่เคยไปป่าวประกาศว่าใครเป็นพ่อของลูก ไม่ได้ภูมิใจ แต่ก็ไม่เสียใจ แล้วถ้าวันหนึ่ง ถ้าเขาถามว่าทำไมหนูไม่มีพ่อ ก็จะตอบว่า หนูมีพ่อนะลูก พ่อหนูเป็นคนดี คนเก่ง หน้าตาดีด้วย”

 

ถ้าเจอแบบนี้ จะรับมืออย่างไร?

มีสติและอยู่กับปัจจุบัน

สัญชาตญาณอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าเขาเลว หรือดีได้ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะอาจจะมีการประเมินพลาด มีการเข้าข้างตัวเอง แต่ถ้าเมื่อไรชะตาชีวิตทำให้ต้องมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในชีวิตคุณ สิ่งแรกที่ต้องทำ…

  1. ตั้งสติ บอกตัวเองว่า “ฉันยังมีชีวิตอยู่ ยังมีลมหายใจ ยังมีสิ่งดีๆ ที่มีค่า มีคนรักอยู่อีกมากมาย”
  2. หยุดตีโพยพายกับโชคชะตา เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ความซวย แต่ให้มองว่าถูกหวย แค่คราวนี้เราเป็นเจ้ามือเท่านั้น
  3. อย่าลืมคุณค่าในตัวเอง เจอคนเลวไม่ได้หมายความคุณจะกลายเป็นคนไร้ค่า ชีวิตต่ำตม พลาดไปแล้ว ให้มันแล้วไป ลุกขึ้นใหม่อย่างมีกำลัง
HOROSCOPE