รักไม่รอด หรือรักเลิศ เป็นผลมาจากเคมีในสมองเรา! - CLEO Thailand Online Magazine

รักไม่รอด หรือรักเลิศ เป็นผลมาจากเคมีในสมองเรา!

แทบจะตะโกนร้องอ๋อข้ามทวีป ทันทีที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ “เคมีรักระหว่างเรา” เขียนโดย แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ขอกราบขอบพระคุณคุณหมอเลยค่ะ ทำให้พวกหนูเข้าใจความรักมากขึ้นมากๆ และชีวิตเริ่มมีหวังอีกแล้วล่ะค่ะ

 

 

เรื่องวิทยาศาสตร์กับความรักนี่ ความจริงเป็นเรื่องที่เราอ่านมาจากหนังสือของฝรั่งหลายๆ เล่มมาแล้ว แต่คุณหมดได้เมตตานำมารวบรวมด้วยกัน ให้อ่านง่ายมาก ตรงจุด และยังมีโค้วทข้อความเกี่ยวกับความรักเก๋ๆ ให้โรแมนติคขึ้นมาอีก คลีโอขอตัดตอนบางข้อที่คุณหมอเขียน ให้สาวคนอ่านชิมลางเล็กน้อย (ใครอยากอ่านเพิ่ม ลองไปหาเล่มนี้มาอ่านด่วนๆๆๆๆ)  สัญญาเลยว่า เราจะต้องขอไปเจอตัวคุณหมอเป็นๆ แล้วสัมภาษณ์ทุกเม็ดมาให้สาวๆ คลีโอกันอีกครั้งแน่นอน เริ่มเลยนะ คุณหมอบอกไว้ว่า…

 

 

1.    ถ้าเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับใครมาเป็นเวลานาน เราจะมีความพึงพอใจในชีวิตตัวเอง สุขภาพกายและใจจะดี และลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้ การมีใครสักคนเป็นส่วนหนึ่ง จะเป็นแรงผลักให้เราก้าวไปข้างหน้า เป็นที่พักยามเหนื่อยล้า และเป็นจุดมุ่งหมายให้เรามีชีวิตอยู่

 

2.    ผู้ชายมีฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนมากเป็นพิเศษ มีผลต่อสมองส่วนอมิกดาลา ที่ส่งผลเรื่องอารมณ์รัก และอารมณ์เพศ ผู้ชายเลยไวต่อสิ่งกระตุ้นที่เป็นภาพ หนังสือโป๊ คลิปโป๊เลยไวต่อสมองผู้ชายมาก

 

3.    ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนที่สูงนี้ เลยทำให้ผู้ชายไฮเปอร์ อยากได้ กล้าเสี่ยงเวลามีสาวสวยอยู่ใกล้ๆ เขาจึงชอบโชว์ป๋าต่อหน้าเธอ และจีบเธอแบบงัดทุกเม็ด

 

4.    ส่วนผู้หญิงจะมีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจน เทสทอสเทอโรน และโพรเจสเทอโรน และจะขึ้นๆ ลงๆ ตามรอบประจำเดือนด้วย จะมาช่วงก่อนไข่ตก 1 อาทิตย์ ไปจนถึงช่วงไข่ตก ฮอร์โมนนี้จะทำให้ผู้หญิงโหยหารัก มากกว่าผู้ชาย และจะมาช้ากว่าผู้ชาย คือผู้หญิงจะมาช่วงยี่สิบกว่าๆ ส่วนผู้ชายมาตั้งแต่ก่อนยี่สิบ ยิ่งถ้าผู้ชายคนไหนมาจีบสาวตอนเธอไข่ตกล่ะก็ เธอจะเอ่อล้นไปด้วยความโหยหาความรักมากเป็นพิเศษเลย

 

5.    ที่ผู้หญิงเหวี่ยงก็มาจากที่เธอมีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าผู้ชาย คือเป็นฮอร์โมนที่สนองต่อความเครียดได้เร็วกว่า เธอเจออะไรเซนซิทีฟ จะเครียดง่ายเลย 

 

6.    เราใช้เวลาปิ๊งใคร 0.2 วินาที และเราจะไม่รู้ตัวด้วย เพราะสมองที่เป็นกระบวนการตัดสินใจ จะทำงานโดยอัตโนมัติ

 

7.    ทฤษฎีความชอบส่วนตัวมีจริง! เรามักปิ๊งคนที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายๆ เรา พื้นฐานครอบครัว การศึกษา เศรษฐกิจ ฐานะ นักจิตวิทยาเรียกว่าปรากฏการณ์เนื้อคู่หน้าเหมือน หรือ Like attracts like

 

8.    ถ้าเราสบตาใครโดยห้ามพูดอะไรกันเลย เป็นเวลา 4 นาที นักวิทยาศาสตร์ทดสอบมาแล้วว่า คนสองคนสามารถตกหลุมรักกันได้!

 

9.    ผู้ชายเป็นฝ่ายบอกรักก่อน 70% และใช้เวลา 42 วันดูใจกันก่อนบอกรัก 

 

10.    สารโดพามีนในสมอง จะทำให้คนรู้สึกอินเลิฟ โหยหา มีความหวัง มีความสุข และก็ทำให้เรากระฉับกระเฉงผิดปกติ นอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็จะทำให้เราหมกมุ่นเรื่องความรัก อยากโทร.หาเขาตลอดเวลา จะเป็นหนักช่วง 6 เดือนแรก และเมื่อผ่านช่วงนี้ไป หรือที่เราเรียกว่า ช่วงโปรโมชั่น ทุกสิ่งก็จะลดลงมาเหมือนปกติ

HOROSCOPE