รักที่พอดี ชีวิตก็มีความสุข ของ สิงโต นำโชค “ความรักเหมือนดอกไม้ ยิ่งรักกันมากก็จะยิ่งเบ่งบาน”

ต้อนรับวันวาเลนไทน์ด้วยบทนิยามความรักที่แสนเรียบง่าย พอดีๆ ของหนุ่มเสียงเพราะ “สิงโต นำโชค” กับภรรยาชาต่างชาติคนสวย “มาเลีย” กับนิยามความรักในแบบใหม่สเต็ปต่อไปหลังจากมีเจ้าตัวน้อยฝาแฝดเริ่มมา

 

ชีวิตก่อนจะเป็นสิงโต นำโชค

“ผมผ่านอะไรมาเยอะนะ ดูจากรอยตีนกาก็สมบุกสมบันพอสมควร!” ใครๆ ก็เห็นว่า สิงโต นำโชค เป็นคนอารมณ์ดี ตลก เฮฮา แต่ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขาก็ผ่านอะไรมามากเหมือนกัน “ผมเกิดที่บุรีรัมย์ แต่ด้วยความที่พ่อเป็นนักร้องลูกทุ่งก็จะย้ายที่บ่อย ผมก็ย้ายตามพ่อไปด้วยตลอด ก็อยู่ในละแวกอีสานนี่แหละ พอโตขึ้นมาผมก็มางานในกรุงเทพ ทำงานโรงกลึง ทำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกไม่สโลว์ไลฟ์ละ อยู่แต่กับเหล็ก ก็คิดว่าอย่างเราควรจะอยู่กับเสียงดนตรี ก็มาฝึกเล่นดนตรีแล้วเริ่มเล่นดนตรีในผับ มันก็มีความสุขดีนะ ชอบที่ได้เล่นดนตรี ได้ร้องเพลง ผมมาร้องเพลงที่ภูเก็ตแล้วก็ได้เจอกับภรรยานี่แหละ หลังจากนั้นชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้มาทำอัลบัมของตัวเอง” ด้วยความที่พี่สิงโตดูเป็นคนที่ชิลกับชีวิตและมองโลกในแง่บวกมากๆ เราเลยลองถามเขาดูว่าแล้วถ้าตอนนี้ไม่ได้เป็น สิงโต นำโชค ล่ะ! ตอนนี้เขาจะเป็นอะไร? “ถ้าไม่ได้เป็นศิลปิน คิดว่าตอนนี้คงล้างจาน หั่นผักอยู่ที่รัฐแคลิฟอเนียร์ มีเมียฝรั่ง โอ้แฮปปี้! ก็เท่ไปอีกแบบนึง”

ได้แพชชั่นการร้องเพลงมาจากพ่อ

พี่สิงโตเล่าว่าเพราะตอนเด็กๆ พ่อของเขาชอบร้องเพลงให้ฟัง ทำให้เสียงเพลงและดนตรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ “คือเราไม่อยากฟังเขาร้องเท่าไหร่หรอก แต่เขาชอบเขาก็ร้องให้ฟัง มันเลยฝังแล้วก็อยู่กับเรามาตลอด กลายเป็นคนชอบเสียงเพลง คุณพ่อไม่ได้เล่นดนตรีนะ ร้องเพลงอย่างเดียว” หลังจากที่ตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตกับเสียงเพลง เขาเริ่มฝึกเล่นดนตรีด้วยตัวเอง “ตอนนั้นชอบพี่เสกโลโซ ชอบพี่โบสุนิตา ก็เลยฝึกร้องเพลง ฝึกเล่นดนตรี ก็เริ่มเล่นดนตรีมาตลอดตั้งแต่เลิกทำโรงกลึง อันไหนที่เราไม่รู้เราก็ไปโรงเรียนเพื่อเรียนเพิ่มเติม”

นึกถึงสิงโตนำโชค คนจะนึกถึงอูคุเลเล่

ด้วยความที่อัลบัมแรกๆ ของพี่สิงโต ใช้อูคุเลเล่คู่กับการร้องเพลง ทำให้คนจำภาพของเขาเป็นหนุ่มอูคุเลเล่ไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็เล่นเครื่องดนตรีอื่นด้วย “ผมเริ่มเล่นกีต้าก่อนอูคุเลเล่นะ ค่อยเริ่มมาเล่นอูคุเลเล่ตอนที่เขาฮิตตอนนั้น จริงๆ เราก็ร้องเพลงเล่นกีต้านั่นแหละ แต่ตอนนั้นเอาอูคุเลเล่มาใส่ในอัลบัมบวกกับอูคุเลเล่กำลังฮิตพอดี เวลาเราไปไหน เขาก็จะให้เล่นอูคุเลเล่ เลยกลายเป็น คนจะจำภาพ สิงโต นำโชค ว่าคืออูคุเลเล่ จริงๆ มีฝีมือหลายด้าน เล่นได้หลายอย่าง หลายอย่างที่ว่านั่นก็กีต้าแหละครับ นับให้มันเยอะ!”

 

ความรักทำให้ชีวิตดีขึ้น

“ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม เหมือนดอกไม้ ยิ่งรักกันมากก็จะยิ่งเบ่งบาน มีลูกมีเต้าออกมา” พี่สิงโตเล่าว่าตัวเขาผ่านอะไรมาเยอะ และความรักก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีวันนี้ ไม่ว่าจะความรักในเสียงเพลง หรือความรักของภรรยา “ผมเกิดที่บุรีรัมย์ พอโตขึ้นมาผมก็มางานในกรุงเทพ ทำงานโรงกลึง ทำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกไม่ใช่ คิดว่าอย่างเราควรจะอยู่กับเสียงดนตรี ก็มาฝึกเล่นดนตรี เริ่มเล่นดนตรีในผับ ก็มีความสุขดีนะ ผมมาร้องเพลงที่ภูเก็ตแล้วก็ได้เจอกับภรรยานี่แหละ หลังจากนั้นชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้มาทำอัลบัมของตัวเอง”

ภรรยาของพี่สิงโตเป็นคนอเมริกา มีญาติพี่น้องอยู่ที่ฮาวาย แต่จุดเริ่มต้นความรักของเขากับภรรยาเริ่มต้นที่ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต “ผมไปเล่นดนตรี ส่วนเขาไปเที่ยว ผมใช้วิธีการจีบเขาแบบค่อยๆ ซึมเข้าไป สับขาหลอกไปสับขาหลอกมา รู้ตัวอีกทีก็ลูก 3 แล้วครับ” ความต่างของภาษาและวัฒนธรรมไม่ค่อยเป็นปัญหาของทั้งคู่เลยในช่วงแรก แต่เป็นปัญหามากในช่วงหลัง เอ๊ะ? “ช่วงแรกๆ อันไหนที่ฟังไม่เข้าใจเราก็จะพยายามเข้าใจ หลังๆ นี้ อะไรที่เราเข้าใจจะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจแทน ห๊ะ! อะไรนะ?”

มีเสน่ห์กับเจ้าชู้ไม่เหมือนกัน

ด้วยความที่ว่าภาพที่คนมองมักจะมองว่านักดนตรีเจ้าชู้เพราะมีแรงดึงดูด มีเสน่ห์ ทำให้เราต้องถามพี่สิงโตนิดนึงว่าเขาเจ้าชู้หรือเปล่า? “ไม่ครับผมไม่เจ้าชู้เลย มีเสน่ห์กับเจ้าชู้ไม่เหมือนกันนะ มีสเน่ห์คือดึงดูดให้คนวิ่งเข้าหา ส่วนเจ้าชู้นี่คือไปวิ่งหาเขา” แล้วพี่สิงโตเป็นคนน่าดึงดูดมั้ยคะ? “ผมดึงดูดภรรยาอย่างเดียว สำหรับภรรยาผมหล่อมากนะ โลกเขาจะแคบนิดนึงนะ(ขำ) ผมก็พยายามพาเขาออกไปเจอคนแบบอื่นเหมือนกันนะว่ามีหล่อแบบอื่นด้วย แต่สุดท้ายผมก็ยังเป็นนำเบอร์วันอยู่”

ความรักที่ไม่ต้องหวือหวา แต่พอดี

พี่สิงโตสารภาพว่าเขาไม่ได้นับว่าแต่งงานกันมากี่ปีแล้ว แต่ถ้านับตั้งแต่วันที่เจอกัน ก็ถือได้ว่าความรักของเขาเบ่งบานมาประมาณ 10 ปีแล้ว “ผมเป็นคนไม่ค่อยโรแมนติกมาก ไม่ค่อยบอกว่ารักเขาเท่าไหร่ แต่แสดงความรักด้วยการแสดงออกว่าเราห่วงใยเขา ให้ความสำคัญกับเขาซะมากกว่า หลังจากมาเป็นศิลปินเขาก็ช่วยซัพพอร์ตเราในเรื่องลูก ดูแลลูกให้เต็มเวลาให้เราทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องลูก”

ครอบครัวของพี่สิงโตมีเจ้าตัวเล็กทั้งหมด 3 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด เลยทำให้เขาต้องเริ่มวางแผนอะไรสักอย่างในชีวิตครอบครัวมากขึ้น “อย่างแรกเลยคือจะซื้อประกัน(ขำ) เพราะผมยังไม่สามารถวางแผนอะไรไว้ได้มากตอนนี้ ส่วนการใช้ชีวิตก็คงต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เรามีไปก่อน เช่น เด็ก 3 ขวบเราควรเป็นพ่อแบบไหน เด็ก 5 ขวบเราควรต้องดุขึ้นมั้ย ต้องใช้ไม้เรียวเมื่อไหร่ นั่นแหละ ลูกจะค่อยๆ สอนเราเอง ตอนนี้ก็มีความสุขดี พอดีกับสิ่งที่เรามี แค่นี้ก็พอแล้ว”

 

HOROSCOPE