ถ้าจะกลัวว่าแฟนไม่มี… กลัวมีแฟนไม่ดี ดีกว่าไหม?

เมื่อไม่นานมานี้ได้วนกลับมาจับเข่าคุยกับเพื่อนคนสนิทเรื่องที่เจ้าหล่อนคาราคาซังกับแฟน ประเด็นที่ ไม่รักเท่าแต่ก่อน แต่ก็ไม่อยากจะเลิกเพราะไม่พร้อมจะอยู่คนเดียว ถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่ แล้วอยากจะหันไปตบหัวมันอีกสักที พอเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมเวลาไล่ให้ไปเลิก นางก็ไม่ยอมเลิก ปล่อยให้เพื่อนเห่าโฮ่งๆ กลับมาทุกที เพราะนางกลัวว่าแฟนจะไม่มี มากกว่ากลัวมีแฟนไม่ดีเสียอีก ว่าแล้วก็กุมขมับ…

 

ความเคยชิน เป็นเรื่องปกติ

ไม่แปลกใจที่บางครั้งเราจะเคยชินกับการมีใครสักคนให้รับฟังปัญหา นอนข้างๆ ในคืนที่เงียบที่สุด หรือมีคนไปกินข้าวด้วยหลังเลิกงาน จนถึงกับไม่อยากจะตัดช่วงชีวิตนั้นออก แต่ยอมแลกกับการทนทะเลาะกัน ทนหงุดหงิดเวลาเขาไม่ตอบไลน์ หรือตัดโอกาสตัวเองจะได้ไปเดทกับใครสักคนที่เราก็ชอบเขาอยู่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งคงอาจจะลืมไปว่าก่อนจะมีใครสักคนเข้ามานั่งข้างๆ ที่ผ่านมา เราก็ตัวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เกิด (ถ้าไม่นับพี่น้องฝาแฝดที่คลานตามกันมา) ก็เคยอยู่คนเดียวได้นี่ ทำไม่คราวนี้จะเป็นจะตายล่ะ? ไม่เข้าใจเลย

 

อย่าทนเสียเวลา เพราะว่ากลัวการอยู่คนเดียว

อยากให้ลองชั่งใจสักนิดหน่อย ว่าบางทีถ้าความสัมพันธ์มันไม่เสถียรอีกต่อไป การออกมาพักแล้วอยู่กับตัวเองเพื่อทบทวนอะไรหลายๆ อย่างมันก็ไม่ได้แย่นักหรอก อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เราต้องมาเสียเวลากับความสัมพันธ์ที่มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความรักแต่เป็นความเคยชิน ความอดทน และการไม่มีทางเลือกเพราะไม่อยากอยู่คนเดียว บางเคสก็หาคนใหม่รอไว้เลย เลิกปั๊บ มีใหม่ปุ๊บ! มันจะดูใจร้อนไปไหมล่ะ แค่รอคนที่ใช่ คนที่ดีสักคน บางคนรอมาทั้งชีวิตแล้วเจอเลยมันก็มี ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ?

 

ความรักเหมือนการอ่านหนังสือ

การคบกับใครสักคน คือการหยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่าน อย่ามองว่าการมีแฟนมาหลายคนจะดูเป็นคนเจ้าชู้ มองตรงประสบการณ์และบทเรียนที่ได้จากแฟนแต่ละคนดีกว่า คิดได้แค่ไหนหลังจากเลิกกับคนนี้ เก็บอะไรมาใช้ มาแก้ไขให้ความรักดีขึ้นบ้าง? บทเรียน เนื้อความที่อ่านมาจากหนังสือหลายๆ เล่ม สอนอะไรเราบ้าง? กับบางเล่มที่อ่านไม่จบ บางเล่มที่อ่านจบและประทับใจ บางเล่มที่เป็นบทเรียนบทใหญ่ในชีวิต มันคือการเรียนรู้ความรักจากคนรัก ถ้าเล่มนี้ไม่เวิร์กแล้ว จะทนอ่านให้จบเพียงเพราะเสียดายที่ซื้อมางั้นหรือ? อาจจะถึงเวลาที่ต้องพักสายตาจากการอ่านแล้ว เผื่อว่าสักวันที่เจอหนังสือเล่มใหม่ที่ถูกใจ จะได้ไม่มัวสับสนเนื้อหา เอาเรื่องเก่ามาปนกับเรื่องใหม่ไง

 

จะมีแฟนทั้งที เลือกดีๆ ไปเลยไหม?

จนถึงทุกวันนี้ ใครหลายคน เลือกที่จะปล่อยให้เวลาทำหน้าที่หาใครสักคนที่ดี และใช่มาให้ มากกว่าที่จะรีบหาจิ๊กซอตัวที่พอจะวางทาบบนช่องว่างได้ แต่ไม่สบพอดีกับช่องว่างมาเติมเต็ม ถ้าท้อใจที่จะรอ ให้คิดแค่ว่า “จะมีแฟนทั้งที… ก็มีดีๆ ไปเลย” จะได้ไม่ต้องเหนื่อยประคองความสัมพันธ์เหมือนที่แล้วมา

ยิ่งโตขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้น เรื่องเหนื่อยๆ มากขึ้น เราควรจะเลือกหาคนที่เราอยู่ด้วยแล้วไม่เหนื่อย มองหาคนที่ช่วยแก้ปัญหาไม่ใช่ช่วยสร้างปัญหา ถ้ามีแฟนแล้ว ชีวิตไม่มีอะไรดีขึ้น หรือดีไม่เท่าอยู่คนเดียว ก็อย่ามีดีกว่า… เหงาใจแต่ไม่เหนื่อยใจ ยังไงก็ดีกว่ากันเยอะ

 

ตามสบาย ฉันไม่รีบ…

ถ้าใครถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนอีกครั้ง ก็แค่ยิ้มสวยๆ แล้วเอียงคอ ตอบแบบธรรมดาๆ ว่า ไม่รีบ” หัดเป็นคนที่เลือกเยอะขึ้นมาสักสเต็ป เลือกคนที่ภาพรวมโอเค ไปกันรอด ไปกันได้ ไม่ใช่เลือกคนที่ผ่านมาพอดี เวลาจะซื้อของยังต้องเลือกให้ดี เลือกสีที่ชอบ เลือกไซร์ที่ใช่ จะเลือกแฟนดีๆ สักคนคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอก ว่ามั้ย?

 

ท้ายที่สุดคือ… อยากให้กลับมารักตัวเอง

สิ่งที่อยากจะบอกคือจงรักตัวเองให้มากกว่าที่ผ่านมา เลิกถามหาความรักจากคนอื่นทั้งๆ ที่ยังไม่เคยรักตัวเองเลย ใช้ช่องว่างที่เราเว้นไว้นี้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ สนุกให้สุดเหวี่ยงกับชีวิตของเราแบบไม่ต้องเกรงใจว่าใครจะมาคอยหึงหวง มาคอยห้าม คิดถึงว่าวันนี้จะกินอะไรมากกว่าคิดถึงว่าป่านนี้เขาจะทำอะไร คิดถึงเรารึเปล่า? เดินหน้าได้แล้ว ก็ย่ำอยู่กับที่มานานจนลืมว่าชีวิตมันสนุกแค่ไหน และมีอะไรที่อยากทำอีกตั้งเยอะ

เชื่อเถอะ คนที่ใช่ ที่เข้าใจและรักในตัวตนเราจะเข้ามาเอง… สักวันแหละ!

HOROSCOPE