ฉันว่าฉันเจอแล้วแหละ! คนๆ นี้ที่พอดีหรือที่เขาเรียกว่า ‘คนที่ใช่’

เขียนโดย Miss P

 

อาจจะเป็นเพราะผิดหวัง(และสมหวัง)ในความรักมาหลายครั้ง ก็เลยทำให้ความรู้สึก ‘เข็ด’ มันจี๊ดขึ้นมาได้ทุกครั้งที่กำลังจะตกหลุมรัก แต่เอาเข้าจริงก็ไม่เคยเข็ดจริงเลยสักครั้ง ทุ่มสุดตัวทั้งที่ในใจก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเขาใช่รึเปล่า แต่เรานี่แหละคือการเรียนรู้ เราจะไม่รู้ได้เลยว่าเราเจอคนที่ใช่ จนกว่าเราจะผ่านคนที่ไม่ใช่มาหลายคน

จนเมื่อหลายวันก่อนที่เพื่อนคนที่กำลังจะมีความรัก หรืออาจจะมีไปแล้วก็ได้นะ มาถามด้วยความคับข้องใจ เธอไม่แน่ใจว่าคนนี้คือคนที่ใช่สำหรับเธอจริงไหม “จะรู้ได้ยังไงว่าคนนี้ ‘ใช่’ วะแก” เราถึงกับอึ้งไปสักพักแล้วจะตอบว่า ถ้าแกเจอคนที่ใช่ แกจะไม่ถามหรอก ก็ฟังดูกวีเกินไปมั๊ย เพื่อนจะไม่เก็ต อย่างเพื่อนเราคงต้องบอกกันตรงๆ

“บางครั้งคนที่ใช่มันก็เช็คจากลิสต์ไม่ได้นะ มันคือความรู้สึก มันคือการทดลอง ใช่ ไม่สามารถมองครั้งเดียวแล้วตัดสินใจ วินาทีแรกเขาอาจจะคือคนที่ใช่ แต่ต่อไปก็ไม่รู้เหมือนกัน นั่นอาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนเลิกกันก็ได้นะ และคนที่ใช่ ก็ไม่ได้ใช่ไปซะทุกอย่าง มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกไหนต่างหาก”

 

ความสัมพันธ์ดีๆ บางทีนะทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติสุดๆ ไม่มีอะไรที่ต้องบังคับให้เกิดขึ้นเลย มันจะเกิดขึ้นเหมือนปลูกต้นไม้ ค่อยๆ โผล่พ้นดินขึ้นมาเอง ความรู้สึกฝั่งเราและเขาจะไม่มีใครบังคับให้มันเกิดขึ้น คนแต่ละคนมีสเปคบางอย่างเอาไว้ในใจอยู่แล้ว จะว่าหน้าตาไม่สำคัญก็ไม่จริงอ่ะ แต่เอารวมๆ บุคลิกไปด้วยจะเห็นภาพชัดกว่า คนเราจะมีบุคลิกและรูปลักษณ์ประมาณหนึ่งที่สะดุดตา และนิสัยบางอย่างที่สะดุดใจ เราตัดสินใจว่าชอบใครใช้เวลาไม่นานหรอก ความรู้สึกบวกๆ ที่เกิดขึ้นก็คือความชอบใจในอะไรบางอย่างของคนๆ นี้ และถ้ามันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนนี้ๆ ก็มีสิทธิ์จะเป็นคนที่เรา “ชอบเป็นพิเศษ” ได้

เขาว่ากันว่าคนเราจะอินกับคนที่มีความสนใจเหมือนกันได้ง่ายๆ ก็ไม่แปลกนะ พอเราอยู่ในสังคมเดียวกัน สนใจเรื่องเดียวกัน เติบโตมาคล้ายๆ กับก็ทำให้เข้าใจกันได้ง่ายกว่า แต่ที่มาก็ไม่สำคัญเท่าที่ไป คู่รักที่มองอนาคตในจุดเดียวกันมันไปด้วยกันได้ง่ายเข้าไปอีก เคยเจอมั๊ย คนนึงอยากมีลูกอีกคนไม่อยาก จบกันแค่นั้นด้วยเหตุผลเหมือนจะเล็ก ก็มี!

 

 

ฉันไม่เคยเจอคนที่ทุกอย่างมันสบายไปหมดเลย จนมาเจอคนที่เหมาะกับเราจริงๆ เขาจะไม่ทำให้เราต้องกังวลเรื่องนั้นเลย พอข้ามเรื่องนั้นไปเราใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ (แต่ไม่ถึงกับเท่าตอนที่อยู่กับตัวเองคนเดียว) แต่ไม่อึดอัด คิดดูนะว่าเราจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เลือกไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เขาควรจะเป็นคนที่เราอยากจะใช้เวลาอยู่กับเขาทำเรื่องธรรมดาอย่างไม่รู้สึกอึดอัด เบื่อได้ แต่ไม่อึดอัด และสบายใจ ที่ใครบอกว่าอยู่กับเขาเราจะรักที่เราเป็นตัวเองมันถูกต้องมากที่สุด เพราะเราเป็นแบบนี้และจะยังเป็นคนนี้ต่อไป เขารักมาแบบนั้นและจะไม่เปลี่ยนให้เรากลายเป็นคนอื่น

และด้วยความสบายใจมันเลยทำให้ฉันเลิกตั้งคำถามที่มันละเอียดยิบเกินความจำเป็น ทำไมเขาทำอย่างนั้น ทำไมเขาพูดอย่างนี้ อะไรที่เคยมโน เคยจินตนาการเอาไว้เกินจริงว่าเขาจะทำให้เราไม่ไว้ใจเราจะไม่มีตรงนั้น จำได้ว่าเมื่อก่อนอะไรนิดอะไรหน่อยเราจะไลน์ไปหาเพื่อนเลยทันที “แกๆ เขาทำแบบนี้ แกว่ายังไง” แต่ตอนนี้เพื่อนจะไม่ได้ยินเรื่องแบบนั้น เพราะมันเป็นสิ่งเราควบคุมได้และไม่ไปให้ค่ากับจินตนาการที่ไม่เกิดขึ้นจริง ความสัมพันธ์ที่มันไม่ซับซ้อนมันมีอยู่จริงและมันคุ้มค่าที่จะอดทนรอมากๆ เมื่อก่อนเคยต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนเรื่องแฟนเก่า กิ๊กเขา ต่างๆ นานา น่าเบื่อค่ะแบบนั้น เท!

 

และอีกเรื่องที่เหมือนจะมองข้ามได้ แต่ติดอยู่ในใจทุกครั้งเลยคือเรื่องของ ข้อความ …อ่านไม่ตอบ ไลน์ไปไม่อ่าน อ่านแล้วตอบว่า ‘อืม’!!! จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรจริงๆ นะ มันถูกแล้วที่อย่าไปใส่ใจใครที่อ่านแล้วไม่ตอบแต่นั่นก็หมายถึงว่าคนๆ นี้ไม่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญ คนที่เขาอินกับเราเขาจะตอบโดยที่ไม่คิดถึงเลยว่าใครทักก่อน ต้องทิ้งไว้เป็นชั่วโมงเพื่อเล่นตัว แล้วเราก็จะไม่ทำอะไรแบบนั้น ความคิดจะเล่นตัวแบบนั้นมันไม่อยู่ในสมองเลยเพราะทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติมาก

นอกเหนือจากข้อความคือโทรศัพท์ ยุคนี้แล้วใครๆ ก็คิดว่าการโทรหากันมันเป็นความไม่จำเป็นแม้แต่คนที่เราให้ความสำคัญมากหน่อย ก็ไลน์หาสิ ง่ายกว่า! แต่บอกเลยว่าถ้าเจอคนๆ นึงที่ให้ค่ากับการโทรหาแล้วได้ยินเสียงรองจากการไปหาเพื่อให้เจอหน้าแล้วเราจะเปลี่ยนความคิดไปเลย มันน่ารักกว่ามั๊ย ถ้าจะมีคนโทรหาให้ได้ทำเสียงสอง สาม สี่ ตามลำดับความน่ารักมันคือความพิเศษอ่ะ จะไม่ทำกับคนอื่น เพราะคนอื่นก็ไลน์หาไง เวลาไลน์คุยกับคนเราคุยได้ทีละหลายคน แต่โทรหากันทำได้ทีละคนนะจะบอกให้

 

สิ่งที่ยากสุดๆ คือระงับความโกรธเมื่อไม่พอใจและมันจะทำให้เราเกิดการทะเลาะกัน ที่ทะเลาะ ถกเถียงกันบ้างไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ไม่ใช่กับทุกเรื่องเพราะมันบั่นทอนความรู้สึกของกันและกันเหมือนกันนั่นแหละ คนสองคนที่เติบโตมาจากคนละครอบครัว (พี่น้องยังทะเลาะกันเลยจะเอาอะไรกับคู่รัก) มีอยู่แล้วที่จะไม่เห็นด้วยในบางเรื่องและหลายๆ เรื่อง แต่เราเป็นคนรักกันเราบอกกันได้ ฟังกันได้ เราจะยอมรับและค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความคิดบางอย่างเพื่ออีกคนถ้าเขามีค่าสำหรับเรามากพอ หรือถ้าเราเถียงกันก็เพื่อให้เข้าใจ ไม่ใช่เอาชนะ  เราไม่ได้อยากชนะคนที่เรารักซะหน่อย ไม่แม้แต่จะอยากเสียงดังใส่อารมณ์ใส่กัน มันไม่ได้อะไรนอกจากความรู้สึกที่รุนแรง

สุดท้ายที่อยากบอกคือ เวลาเราเจอคนที่ใช่ เราจะไว้ใจเขา ซึ่งมันก็คู่ควรนะ เราว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปตั้งข้อสงสัยกับคนที่ยังไม่เคยทำอะไรให้เราต้องตั้งคำถามอ่ะ หรืออย่างน้อยถ้าเขาตอบมันได้ ให้ความกระจ่างเราได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องรู้ทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องบางเรื่องปล่อยให้เขาบอกเราด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์จะเหนื่อยมาก ต่างคนต่างไม่มีความสุข คนหนึ่งตั้งคำถาม อีกคนต้องหาคำตอบมาให้ตลอด นี่ไม่ใช่ความรัก รักต้องเหมือนตีปิงปอง เราตีลูกส่งหากันเพื่อให้เกมส์ดำเนินไปเรื่อยๆ ตีปิงปองกับเพื่อนแล้วลูกไม่ตกเลย สนุกมั๊ยล่ะ?

แต่ถ้าลูกตกจากโต๊ะ ก็เก็บขึ้นมาตีใหม่ ก็แค่นั้น.

HOROSCOPE