ความรักไม่ได้อยู่ที่เพศ อยู่ที่ว่าเรารักใคร

มาฟังคู่รักแสนธรรมดาๆ ที่เปลี่ยนสถานะจากแฟนคลับ กลายมาเป็นแฟนเธอ ของ พี่นิว – พี่น้อยหน่า คู่รักของผู้หญิงสองคนที่ดูแลและอยู่ด้วยกันทุกช่วงเวลา ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ถึงตอนนี้ความห่างและหน้าที่จะแยกทั้งคู่ให้ไกลกัน แต่พวกเขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าระยะทางเป็นเพียงเส้นสาย แต่ไม่อาจยาวเท่าเส้นด้ายที่ผูกใจคนสองคนไว้ด้วยกัน

 

จากแฟนคลับ สู่แฟนเธอ

ทั้งคู่รู้จักกันจากที่ช่วง cover dance กำลังเป็นที่นิยม พี่นิวชอบดู cover dance ตามดูวง SNSD(Girls generation) ซึ่งก็เป็นช่วงที่พี่น้อยหน่าทำวง cover dance วง SNSD กับเพื่อนพอดี ชื่อวงว่า เพอเซพโฟนี่ (Persephoniiz)

พี่นิวกลายมาเป็นแฟนตัวยงของวงเพอเซพฟานี่ เริ่มตามมาดูผลงานเรื่อยๆ และได้พูดคุยกันจากในแชทรวมของ msn มากขึ้น จนเริ่มประทับใจพี่น้อยหน่าจากความขี้เล่นของเธอ “เรารู้จักเขาจากวงเพอเซพฯ ในตอนแรก เริ่มประทับใจในภาพรวมก่อนว่าน้องวงนี้น่ารัก มีสัมมาคาราวะ เป็นเด็กดี พี่คนที่พาเราเข้ามารู้จักวงนี้เขาสนิทกับน้อยหน่าสุด พี่ก็จะได้คุยกับหน่าเยอะสุด ในขณะที่คนอื่นๆ ในวงคุยกับพี่แบบธรรมดาแต่กับน้อยหน่าเนี่ย รู้สึกว่าไอ้นี่มันกวนตีนดี กล้าคุยกล้าต่อมุข บ้าดี” ด้วยความที่ต้องเจอ ต้องคุยกันบ่อยๆ ทำให้ความรู้สึกพี่ของพี่นิวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ “พี่เป็นคนที่ไปชอบเขาก่อน แต่ตอนนั้นก็ยังคุยรวมๆ กันนั่นแหละ พอคุยไปสักพักเริ่มรู้ว่า เออ! คงชอบแล้วแหละ”

พี่น้อยหน่าเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเริ่มชอบพี่นิวตอนไหน เพราะเจ้าตัวเอาแต่คิดว่าที่พี่นิวให้ความพิเศษกับตัวเอง เพราะเธอ cover เป็นศิลปินที่พี่นิวชอบหรือเปล่า “พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกชอบคนๆ นี้ไปตอนไหน เรายังไม่แน่ใจว่าที่เขามีความพิเศษกับเราเพราะเรา cover เป็นแทยอนด้วยหรือเปล่า ก็แอบเดาๆ อยู่ว่าเขาน่าจะรู้สึกอะไรกับเรามากกว่าน้อง แต่ในตอนนั้นพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรนะ พอคุยมาเรื่อยๆ ได้เจอกันบ่อยๆ ก็ค่อยเริ่มเอะใจ” ด้วยความที่พี่น้อยหน่าไม่ได้เป็นคนที่รู้สึกชอบก่อน เธอเลยบอกไม่ได้ว่าก่อนคบกันเธอประทับใจอะไรในตัวพี่นิว “พี่เป็นคนแกล้งพี่นิวให้พี่นิวบอกชอบออกมาให้ได้ เราลองคบดูก็ไม่ได้เสียหายอะไร เขาเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่ก่อนคบยันหลังคบ เลยประทับใจเขาในเรื่องนี้”

หลังคบที่คบกันแล้ว พี่นิวแอบฟ้องว่าพี่น้อยหน่ายังมีความบ้าบอแบบเดิม และเขาก็สบายใจมากเวลาอยู่กับพี่น้อยหน่าเพราะได้เป็นตัวเอง และนิสัยเข้ากันได้หมด “มันคล้ายกันจนรู้สึกว่าไม่ต้องพูดอะไร บางทีเราพูดออกมาตรงกับที่อีกฝ่ายคิดพอดี”

 

ความรักไม่ได้อยู่ที่คนสองคน ไม่ใช่เพศ

พี่น้อยหน่าสารภาพว่าตัวเธอเองก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงตั้งแต่แรก แต่เธอรู้สึกแค่ว่า เมื่อรักและสบายใจที่จะอยู่คนนี้ ก็แค่ปล่อยไปตามหัวใจ “ถ้าพี่จะเลือกเขา มันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย ชายหญิงเลิกกันก็มีเยอะแยะ บางคนแต่งงานไปแล้วเลิกก็มีเยอะถมไป ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าความรักแบบไหนมันจะยั่งยืน มันอยู่ที่คนสองคน มันอยู่ที่ความศรัทธาในความรักของแต่ละคนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นใครคบกับใครก็ตาม”

พี่นิวเล่าว่าเธอก็ไม่ต่างจากพี่น้อยหน่า ถ้าพี่นิวเจอผู้ชายที่เขาชอบ เขาก็คงคบเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเขาดันรักพี่น้อยหน่าไปซะแล้ว “มันไม่เกี่ยวหรอกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราจะรักใครก็ได้ มันไม่เห็นต้องสนเลย”

 

ความรักดึงเราให้กลับมาหากัน

พอถึงเวลาที่ไม่เข้าใจกันจนทำให้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป แต่สุดท้าย ความรักและความผูกพันธ์ก็พาทั้งคู่กลับมารักกันอีกจนได้ พี่ไม่เคยมองพี่นิวว่าเป็นแฟนที่เลิกไปก็จะไปเป็นคนอื่น เขาเข้ามาในช่วงที่กำลังหัวเลี้ยวหัวต่อพอดี เข้ามาเป็นทั้งครอบครัว แฟน เพื่อนสนิท เขาเป็นทุกอย่างจนทุกคนก็คิดเหมือนกันว่าถ้าพี่ไม่มีพี่นิวในตอนนั้น ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีพี่ที่มีชวิตที่ดีในวันนี้มั้ย เขาเป็นความผูกพันและความรักที่มันมากกว่าแฟน เราเป็นทุกอย่างของกันและกัน มันเลยดึงเรากลับมาหากัน”

พี่นิวเล่าว่าหลังจากที่รักๆ เลิกๆ กันมาหลายครั้ง ทำให้เขาเลิกสนใจอดีต แต่สนใจแค่ปัจจุบัน และเลิกคาดหวังอนาคต รักให้ดีที่สุดเมื่ออยากจะรัก “อะไรหลายๆ อย่างทำให้เราไปไหนไม่ได้ ต้องกลับมาหากัน เคยนึกนะว่าถ้าไม่มีเขาในวันนี้จะเป็นยังไง เวลาไปเจออะไรก็จะนึกถึงเขาตลอด ถึงจะเลิกกันแล้ว มันยังมีความรู้สึกที่เราไม่อยากสูญเสียกันไปอยู่มาก พอกลับมาเราก็มาปรับตัวไปเรื่อยๆ ถ้าใจยังไหว ก็คงไปได้เรื่อยๆ”

ถึงตัวจะไกล แต่ใจอยู่ใกล้กันตลอด

พี่น้อยหน่าได้งานเป็นแอร์โฮสเตส และต้องย้ายไปอยู่ที่ดูไบ ส่วนพี่นิวเปิดธุรกิจส่วนตัวที่ลาว ทำให้ทั้งคู่ต้องถึงช่วงที่ต้องห่างกัน “คนเราอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วต้องมาห่างกันแบบนี้ ตอนถึงที่ดูไบก็รู้สึกคิดถึง มีร้องไห้บ้าง ใจมันหวิวๆ อยากให้มาอยู่ด้วยกัน” ถึงตอนนี้เธอจะไปอยู่ดูไบมา 3 ปีแล้ว และระหว่างนั้นก็มาเจอกันบ้างตอนเธอกลับมาไทย เธอก็ยังรู้สึกคิดถึงอยู่ตลอด “หลายๆ ที่ที่เราได้ไปเห็นเราอยากให้เขามาเห็นด้วย อยากให้เขามาสัมผัส มาอยู่ด้วยกันทุกวันแบบเดิม แต่ทำได้แค่ถ่ายรูปส่งไปบอก ให้เขารู้ว่าเราคิดถึง พยายาม keep in touch อยู่ตลอดเวลา ให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ห่างกัน พิมพ์ทิ้งไว้ให้อย่างน้อยอีกคนนึงตื่นมาแล้วได้อ่านข้อความของเรา”

 

ส่วนพี่นิวค่อนข้างเชียร์ และสนับสนุนให้พี่น้อยหน่าเป็นแอร์ฯอยู่แล้ว พอรู้ว่าพี่น้อยหน่าได้เป็นแอร์ฯเขาก็ยินดีด้วย “มองว่ามันเป็นเรื่องความก้าวหน้าในชีวิตของเขา เราต้องยินดี ดีใจกับเขา พอห่างกันไปเรื่อยๆ มันก็คิดถึง อารมณ์เดียวกันแหละ คิดถึง…”

ความรัก = ลมใต้ปีก

พี่น้อยหน่าเชื่อว่า ถ้าคนยังอยู่ด้วยกันนานขนาดนี้ แสดงว่าศีล บุญ กรรมของคนคงเท่ากัน และนอกเหนือจากความรักของคนสองคนที่มีให้กัน มันต้องส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้นด้วย “พี่นิวเป็นเหมือน ลมใต้ปีก ที่ช่วยพนยุงกันไป พี่มีทุกวันนี้ได้ เพราะพี่นิวเป็นส่วนใหญ่ที่ซัพพอร์ต ตั้งแต่พาไปสมัครงาน ซื้อเสื้อผ้า ถ่ายรูป สมัครสอบ เขาอยู่ในทุกขึ้นตอนและช่วงชีวิตของพี่ อยู่ด้วยตอนเจอปัญหา ดูแลเป็นที่พึ่งให้ ตั้งแต่คบกันจนถึงตอนนี้ เขาอยู่ตลอด”

พี่นิวเล่าว่าตัวเขาเป็นคนชอบดูแลคนอื่น พอมีแฟนแล้วก็อยากดูแลดีๆ ทำอะไรดีๆ ให้ “แค่ดูแลเอาใจใส่กัน มันไม่ใช่เรื่องยากเย็น ลำบากอะไร พี่ทำจนมันเป็นกิจวัตรไปแล้ว”

 

จริงอยู่ว่าในแง่ของการดูแล พี่นิวดูแลพี่น้อยหน่าเสียมากกว่า แต่ในส่วนของพี่น้อยหน่า เธอจะดูแลในส่วนที่คอยซัพพอร์ตเวลาที่พี่นิวเกิดปัญหาขึ้นมาเหมือนกัน “อาจจะช่วยเรื่องการเงิน หรือธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้อยากให้มองว่าเป็นสายเปย์ แต่ก่อนหน้านี้ก่อนที่พี่จะทำงาน พี่นิวเขาก็ดูแลพี่ทุกอย่าง พอพี่เริ่มมีบ้างพี่ก็อยากจะดูแลเขาคืน พาเขาไปกินอะไรอร่อยๆ บ้าง เลือกของเลือกเสื้อให้ ไปไหนเจออะไรที่เหมาะกับเขาก็ซื้อมาให้ เมื่อวันไหนที่คนนึงไม่มี อีกคนก็ทำให้ สลับกันดูแลกันไป”

HOROSCOPE