แค่เรียนรู้ก็ Moving on ได้ “ถ้าหาก” ไม่อยากให้ชีวิตอยู่กับที่ - CLEO Thailand Online Magazine

แค่เรียนรู้ก็ Moving on ได้ “ถ้าหาก” ไม่อยากให้ชีวิตอยู่กับที่

“ถ้าหาก…” คำนี้อยู่กับเรามากี่ปี กี่วันแล้วนะ

หนึ่งในคำขึ้นต้นประโยคฮิตติดปากทำลายชีวิตมาน๊านนาน ไม่ต่างจากคำว่า ทำไม และ ไม่ เลย แล้วถึงจะรู้ว่าประโยคเหล่านี้ไม่ช่วยแก้ปัญหา (อะไรเลย) ก็ยังเป็นคำพูดที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หาย แต่ก็ใช่ว่าจะสลัดออกไม่หลุด ขอแค่รู้จักมันให้มากพอ ดีพอ

 

ถ้าหาก… คำขึ้นต้นที่ไม่ช่วยให้ ‘อะไร’ เกิดขึ้น

ถ้าหากคือคำขึ้นต้นของสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ และไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ด้วย เพราะมันคือคำที่บอกว่าเราแค่ ‘คิด’ แต่ยังไม่เคยลงมือทำ คิดว่าคงดีถ้าเกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ขึ้นเท่านั้นเอง เชื่อเถอะว่าน้อยครั้งที่มันพาให้เราได้เริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง ถ้าคิดแล้วทำเลยก็ว่าไปอย่าง

 

ถ้าหาก…กับอดีตเปลี่ยนไม่ได้

Past is just the past. ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายแฟนตาซีที่จะย้อนกลับมาเปลี่ยนแปลงอดีต แก้ให้เป็นอย่างใจหวัง เหมือนกับที่ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเป็นยังไง ทุกอย่างมีผลลัพธ์ในตัวเอง เป็นเหมือนหนังเรื่อง ‘Butterfly Effect’ การทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดเหตุการณ์หนึ่งตามมา และทุกการตัดสินใจให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น พอใจกับทุกอย่างที่ตัวเองเคยก้าวผ่านมาเถอะ เพราะสิ่งที่ทำลงไปเมื่อวานไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้กลายเป็นคนที่เป็น อยู่ คือตัวเราในวันนี้

‘ถ้าหากวันนั้นเลือกเรียน…’ ‘ถ้าหากเลือกเดินอีกทาง’ ‘ถ้าหากทำแบบนั้น วันนี้คงดีกว่า’ การมัวแต่นั่งคิดอยากเปลี่ยนอดีตไม่ช่วยแก้ปัจจุบันให้ดีขึ้นเลย ไม่ว่าวันนี้จะดี หรือไม่ดีอย่างที่คาดหวัง แต่ฉันเลือกแล้ว ชีวิตมีแค่วันนี้ และอนาคตให้นึกถึงเท่านั้น ส่วนอดีตเก็บไว้ให้คิดถึงก็พอ

via GIPHY

 

ถ้าหาก… ต้องตั้งคำถามกับตัวเองไปเรื่อยๆ

‘ถ้าหากฉัน…กว่านี้’

ไม่มีใครมีความสุขกับการตั้งคำถาม และสงสัยในความสามารถของตัวเองไปตลอดได้หรอก วันหนึ่งเราต้องหยุดเพื่อกลับมาพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น การเฝ้าถามตัวเองว่าฉันดีพอรึยัง จะทำได้รึเปล่า อนาคตจะเป็นยังไง ไม่เคยช่วยอะไร มีแต่ทำให้ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเอง ในขณะเดียวกันก็พยายามปิดกั้นทุกหนทางเพื่อจะพัฒนาตัว เพราะมัวแต่คิดลบกับชีวิต มันเป็นการดูถูก ลดความเชื่อมั่น และไม่รักตัวเองแบบสุดๆ เลย

Do it : พยายามออกไปเผชิญโลก พึ่งพาตัวเอง ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำมาก่อน แหกกฏซะบ้าง แล้วจะรู้ว่าฉันทำอะไรได้อีกตั้งหลายอย่าง ไม่มัวนั่งคิดลบ ดูถูกว่าเราทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อย่าลืมเติมพลังใจ วันหนึ่งเราจะได้เจอตัวเอง ในแบบที่รู้ว่าแม้จะไม่เพอร์เฟค แม้จะพลั้งพลาด ทำนู่นนี่ไม่ได้บ้าง ถึงยังไงก็ยังภูมิใจกับความ “Perfectly imperfect”

 

ถ้าหาก… เจ็บแล้วจำ

คำพูดจากคนอื่นก็อย่าเก็บเอามาใส่ใจ จากประสบการณ์ตรงที่เคยโดนมา เมื่อสมัยยังเป็นนักเรียนมัธยม (ทุกคนมียุคมืดของตัวเองล่ะหน่า จริงไหม?) เคยมีเพื่อนผู้ชายพูดกับเราว่า ‘ถ้าหาก.. แกน่ารักกว่านี้ เราคงจีบแกไปแล้ว’ ตอนนั้นมีหลายความคิดตีกันอยู่ในหัว ทั้งเสียใจที่ได้ยินแบบนั้น กับ ‘ถ้าฉันสวย ฉันคงไม่มองเธอเหมือนกัน’ เก็บคำพูดไว้ แล้วเอามาใช้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้คนนั้นมาจีบหรอก แต่เพื่อตัวเองล้วนๆ ฉันเลยได้เรียนรู้ว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัว และหัวใจ อยู่ที่เราว่าจะเป็นคนแบบไหน พัฒนาตัวเองไปในทิศทางใด

หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดทำร้ายน้ำใจ เสียดสี นินทา ขอให้เรียนรู้ มากกว่ามัวนั่งเสียใจกับคำพูดของคนอื่น เก็บคำพูดเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาไปข้างหน้า คุ้มกว่ากันเยอะ

via GIPHY

 

ถ้าหาก…ฉันเรียนรู้

ไม่มีใครเติบโตขึ้นมาได้โดยที่ไม่เคยทำผิดพลาด เพราะถ้าจะมีคนแบบนั้น เขาคงไม่เคยทำอะไรเลย เปลี่ยนจากการมัวแต่ตั้งคำถาม คิดถึงแต่อดีต และคิดแต่ไม่ลงมือทำ มาเป็นคิดแล้วทำ ลด ละ เลิกคิดถึงแต่อดีต แล้วมีความสุขกับปัจจุบันก็พอ

ทำให้เรานึกถึง ฟอเรสต์ กั๊มป์ ในหนังเรื่อง Forest Gump เขาไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองเลยสักครั้งว่าตัวเองจะทำได้รึเปล่า เส้นทางชีวิตพาไปตรงไหนก็มีความสุขอยู่กับตรงนั้น ทำด้วยความตั้งใจ มีความสุขกับทุกจังหวะชีวิต เขาไม่เคยเก็บคำพูดดูถูกดูแคลนจากคนอื่นมาเป็นตัวกั้นไม่ให้ไปถึงจุดหมายเลย เรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านเข้ามา แล้วไม่ทำซ้ำ ไม่มีข้อแม้ให้ชีวิตดีกว่า

 

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ คำพูดสะท้อนทัศนคติและมุมมองชีวิตของคนพูด เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังยึดติดอยู่กับ Toxic Phrases ก็ไม่มีทางที่จะก้าวต่อ ค่อยๆ ปรับ เปลี่ยน ปลดล็อคตัวเองไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราจะเข้าใจว่า คำพูดเหล่านี้ไม่เคยช่วยอะไร แล้วเปลี่ยนมาเป็นทำทุกวันให้เป็นวันที่ดีที่สุด จนไม่อยากกลับไปแก้ไขอะไรอีกเลย

HOROSCOPE