“รักแท้” ทำให้เธอทำได้ทุกอย่างแม้ต้องแต่งหญิงเป็นพริตตี้ - CLEO Thailand Online Magazine

“รักแท้” ทำให้เธอทำได้ทุกอย่างแม้ต้องแต่งหญิงเป็นพริตตี้

เขียนโดย BeamHoneyB

ถ้าใครบอกว่ารักแท้หายาก เราไปเจอคู่รักมา เป็นรักที่มีแค่อุปสรรค์หนักหนา แต่ทั้งคู่ก็ฝ่าฝันกันมาได้ “อุ๋งอิ๋ง กรกช เทพสิทธา (อายุ 28 ปี)” เธอคืออดีตนักร้องจากค่ายแกรมมี่ อุ๋งอิ๋งมีแฟนเป็นสาวสวยชื่อ  “มิ้น กรรณ พชรกิจเจริญ (อายุ 27 ปี)” ซึ่งเป็นเนื้องอกในสมองอยู่ 2 ที่ ทำให้มีอาการสลบ มองไม่เห็น และ บางทีก็ถึงขั้นจำอุ๋งอิ๋งไม่ได้ และเพื่อให้ได้ดูแลกันอย่างใกล้ชิดอุ๋งอิ๋งจึงยอมแต่งหญิงทำงานเป็นพริตตี้คู่กับแฟนสาว ตอนนี้ทั้งคู่คบกันมาเข้าปีที่ 6 ไม่มีสักโมเมนต์ที่จะคิดทิ้งกันไป นี่อาจจะเป็นเพราะทั้งคู่คือ “รักแท้” ของกันและกันละมั้ง

จุดเริ่มต้นของการเจอรักแท้

เมื่อเราถามใครจีบใครก่อน “อุ๋งอิ๋งไม่ได้จีบก่อนแน่นอน” มันเริ่มต้นที่อุ๋งอิ๋งทำงานประจำเป็นนักเขียน ซึ่งก็ทำงานกับเพื่อนของมิ้น ทำให้เธอเคยเห็นรูปของอุ๋งอิ๋งในอินสตาแกรมของเพื่อนอยู่บ้าง แล้วก็ปิ๊งเลย มิ้นบอกชอบอุ๋งอิ๋งโดยการฝากเพื่อนไปบอก “มีเพื่อนคนหนึ่งชอบเธอ แอดเฟสบุ๊คไปหน่อยซิ” อุ๋งอิ๋งก็เลยตัดสินใจแอดมิ้นในเฟสบุ๊คไป หลังจากนั้นก็เลยได้คุยกัน ผ่านไปได้ 2-3 เดือน ก็นัดเจอกัน ยิ่งเจอก็ยิ่งคลิ๊ก อุ๋งอิ๋งรู้สึกชอบมิ้นมากขึ้น แต่ตอนนั้นก็เดทดูใจกันไปสักพักแล้วค่อยเป็นแฟน

 

คบไปได้แค่ 3 เดือนมิ้นก็ขอเลิกซะงั้น

ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะไปได้สวย แต่พอเข้าเดือนที่ 3 อยู่ๆ มิ้นก็เดินเข้ามาบอกอุ๋งอิ๋งว่า “เลิกกันเถอะ” ซึ่งตอนนั้นมิ้นก็ไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงๆ มาเฉลยตอนหลังว่าเพราะมิ้นมีเนื้องอก 2 ก้อนที่สมอง ซึ่งเธอรู้ตั้งแต่ตอนก่อนคบกับอุ๋งอิ๋งแล้ว และที่บ้านของมิ้นก็รู้เรื่องนี้ด้วย มิ้นไม่อยากให้อุ๋งอิ๋งต้องเสียใจ ไม่อยากเป็นภาระ ก็เลยตัดใจบอกเลิกซะเลย โมเมนต์นั้นอุ๋งอิ๋งรู้สึกช็อค แต่ก็ไม่มีความคิดที่จะทิ้งมิ้นเลยสักนิด “ถ้าเป็นแบบนี้มาอยู่กับเรา เดี๋ยวดูแลเอง” มิ้นคือทุกอย่างของเธอ เป็นคนแรกและคนสุดท้ายที่เธออยากเห็นหน้าในแต่ละวัน “ถ้าเขาหายไป ทุกอย่างก็จะหายไป”

 

กว่าอุ๋งอิ๋งจะเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงปกติแบบนี้ได้ ต้องร้องไห้มาไม่รู้กี่รอบ

ชีวิตรักของคู่นี้เขาดราม่ากันมาหลายตลบมาก ช่วงนั้นเข้าช่วงเบญจเพศของมิ้นพอดี นอกจากเนื้องอกก็มีเรื่องปัญหาที่บ้าน โดนรถชน แล้วก็ออกจากงาน ชีวิตหนักอยู่พอควร ช่วงนั้นอุ๋งอิ๋งก็ออกจากงานเหมือนกัน ก็เลยพากันไปขายของที่เจเจกรีนตอนดึกๆ ซึ่งอาการของมิ้นก็หนักมาก นั่งๆ ขายของอยู่ก็สลบไป มิ้นจะหลับแบบไม่รู้ตัวอยู่บ่อยๆ ถ้าเครียด เนื้อสมองก็จะบวม มีความดันสูงขึ้น คนทั่วไปอาจจะแค่ปวดหัว เป็นไมเกรน แต่พอมีเนื้องอก เวลาสมองบวมมันก็จะไปกดโดนเนื้องอก ทำให้หลับได้ ซึ่งอุ๋งอิ๋งเล่าให้ฟังว่าพอมีอาการก็จะทำอะไรไม่ได้ เลยต้องปล่อยให้มิ้นหลับไป บางทีถ้ามีเกร็งก็ต้องนวดๆ ให้หายเกร็ง แต่อาการไม่หนักขนาดต้องส่งโรงพยาบาล

มองไม่เห็น จำอุ๋งอิ๋งไม่ได้

หลังจากนั้นมิ้นก็อาการเริ่มหนักขึ้น อยู่ดีๆ ก็มองไม่เห็นบ้าง เห็นภาพเป็นสีขาวดำบ้าง เพราะเนื้องอกไปกดทับเส้นประสาทเกี่ยวกับการมองเห็น อุ๋งอิ๋งตัดสินใจพามิ้นมานอนที่บ้าน จะได้ดูแลกันได้ใกล้ชิดขึ้น พอได้อยู่ด้วยกันอุ๋งอิ๋งถึงได้รู้ว่าตอนกลางคืนมิ้นจะชัก จะเกร็ง ซึ่งตอนแรกมันก็ทำให้อุ๋งอิ๋งตกใจจนร้องไห้  แต่หลังๆ “กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว” แต่ความดราม่าไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะบางทีมิ้นก็จะจำอุ๋งอิ๋งไม่ได้ เนื้องอกไปกดเส้นประสาทความจำระยะสั้น เรื่องย้อนหลังไป 3 วันมิ้นจะจำไม่ได้เลย แต่ไม่นานก็จะหาย พอได้ยินเรื่องเราแอบนึกถึงหนังเรื่อง “The Vow” หรือ “50 First Dates ”  ซึ่งอุ๋งอิ๋งบอกว่าเป็นแบบในหนังเลย นอนๆ ด้วยกันอยู่ ตื่นมาจำกันไม่ได้ ร้องห่มร้องไห้ก็มี ล่าสุดวันก่อนสัมภาษณ์ก็พึ่งเป็นไปเอง แต่ก็อาการดีขึ้นแล้ว

 

 

ตัดสินใจทำงานพริตตี้

อาการมิ้นหนักขนาดนี้อุ๋งอิ๋งก็เลยรู้สึกว่าจะต้องคอยดูแลมิ้นอย่างติดตัวตลอดเวลา เพราะก็ไม่รู้อาการจะเกิดขึ้นตอนไหน แถมอุ๋งอิ๋งกับมิ้นก็ใช้กระเป๋าสตางค์เดียวกันมาตั้งแต่คบกันเข้าปีที่ 2 ซึ่งอุ๋งอิ๋งบอกว่าก็ค่อนข้างจะจนมากๆ ต้องเหนื่อยกับการทำงานที่เจเจกรีนแล้วก็ทำงานที่อื่นด้วย พอมีคนเดินเข้ามาชวนไปทำงานพริตตี้ก็เลยสนใจ “น้องสองคนนี้ทำงานใช้หน้าตาได้เลยนะ” ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจลองทำดู เพราะเงินก็ดีมากๆ แถมอุ๋งอิ๋งก็อยากหางานที่สามารถทำด้วยกันได้สองคนพอดี จะได้คอยดูแลมิ้นแบบใกล้ชิด ส่วนใหญ่ก็เลยจะได้งานคู่

อุ๋งอิ๋งเล่าว่าบางทีเวลาทำงานอยู่ๆ มิ้นก็จะมีอาการไม่มีสติเหมือนเด็ก แล้วก็โวยวาย “ตอนนั้นอยู่ๆ เขาก็ยืนนิ่งสักพักใหญ่ แล้วก็โยนโบรชัวร์ทิ้ง วิ่งไปรอบเลย” แต่ตัวมิ้นเองจำไม่ได้เลยว่าทำอะไรลงไปบ้าง อุ๋งอิ๋งเล่าว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ถ้าสนิทๆ ก็จะรู้ว่ามิ้นมีอาการแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหา แค่ต้องบอกเขาว่ามันไม่ได้ทำให้งานเสียนะ มีข้อแม้เล็กน้อยว่าต้องทำงานคู่กันเพราะ “ถ้าทำงานด้วยกันสองคนเราคุมให้ได้”

ความอึดอัดใจของอุ๋งอิ๋งในการแต่งหญิง

“มากเลยคะ” คือคำตอบที่เราได้รับหลังจากที่ถามอุ๋งอิ๋งไปว่ารู้สึกอึดอัดมั้ยที่ต้องแต่งหญิง “ทำไมเขาต้องให้ผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้เพื่อที่จะขาย แล้วมันขายได้มั้ย ถ้าแต่งตัวแบบนี้เขาก็ไม่ได้มาดูโปรดัคท์หรือเปล่า เขามาดูคน” แต่เพื่อปากท้องเธอก็เลยต้องทำ เป็นพริตตี้มันก็ต้องแต่งตัว ก็ต้องไปซื้อแฮร์พีซ ซื้อบรา ตอนนั้นอุ๋งอิ๋งก็ให้มิ้นดูแลหมดเลย เพราะมิ้นเคยเป็นแอร์ ก็จะแต่งหน้าทำผมเก่ง จัดเมคโอเวอร์ให้อุ๋งอิ๋งจนสวย “เวลาไปทำงานถ้าไม่มีมิ้นนี่ตายเลย”  เพราะอุ๋งอิ๋งแต่งหน้าแต่งตัวไม่เป็นเลยสักนิด เพิ่งไม่นานมานี้ที่แต่งหน้าเองได้แล้ว

 

“หาคนที่เราตดใสหน้าเขาได้ แล้วเขาไม่โกรธเรา คนแหละคนที่ใช่แล้ว” แค่ประโยคตลกๆ เกรียนๆ ของอุ๋งอิ๋งแค่นี้ก็สัมผัสได้ถึงความสบายใจ และความรักที่ทั้งคู่มีให้กันแล้ว เราแอบนับถือในความสตรองของทั้งคู่ พวกเขาเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยน้ำเสียงสดใส เหมือนกับไม่เคยต้องช่วยกันปาดน้ำตามาก่อน ตอนนี้ทั้งสองคนไม่ได้ทำงานพริตตี้แล้ว เลิกมา 2 ปี อุ๋งอิ๋งเป็นนักร้อง มิ้นเป็นเซลให้คลีนิค แถมทั้งคู่ยังเป็น wedding planner ช่วยกันทำ ซึ่งก็ได้คอนเนคชั่นจากการเป็นพริตตี้มาเยอะมาก ตอนนี้ก็แฮปปี้กันดี ส่วนเรื่องสุขภาพของมิ้นแม้จะยังมีอาการจากเนื้องอกบ้าง แต่อาการขอมิ้นก็ดีขึ้นมาก เดี๋ยวนี้ก็แค่ต้องไปตรวจเช็คปีละครั้งว่าเนื้องอกโตมั้ย ไม่ได้มีรักษาอะไรแล้ว ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อคอนโดร่วมกัน น่าจะสร้างเสร็จ ได้อยู่ดูแลกันในช่วงปีหน้าแล้วจ้า

 

HOROSCOPE