“นาว” เครื่องประดับของเธอ ช่วยชาวเขาได้! - CLEO Thailand Online Magazine

“นาว” เครื่องประดับของเธอ ช่วยชาวเขาได้!

เขียนโดย By BeamHoneyB

นาว อายุ 24 ปี คือเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ Norwa แบรนด์ที่หยิบเอาเสน่ห์จากเครื่องเงินแท้ของชาวเขามาปรับแต่งให้เข้ากับคนเมืองมากขึ้น เธอเรียนจบบริหารธุรกิจที่จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย ตอนนี้เธอทำงานกับกองทุนกของอเมริกา เป็นงานที่ตรงกับสิ่งที่เธอเรียนมาเลย แต่ที่จริงแล้วความฝันของนาวคืออยากเป็นนักธุรกิจ อาจจะเพราะโตมากับบ้านที่ทำธุรกิจเครื่องประดับ เธอเลยมุ่งมาสายนี้  แต่ธุรกิจแบบของนาวต้องไม่ธรรมดา เพราะความพิเศษของ Norwa คือความตั้งใจของนาวที่อยากจะช่วยชาวเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

ฝันอยากเป็นนักธุรกิจมาตั้งแต่เด็กๆ
นาวเล่าว่า เธอมีนิสัยชอบขายของตั้งแต่เด็ก ตอนอนุบาลเห็นเพื่อนๆ ซื้อขนมก็เลยไปบอกแม่ว่าให้สอนทำวุ้น แล้วก็เอาวุ้นไปขายที่โรงเรียน “งกมากตั้งแต่เด็ก” พอถึงม.ปลายก็มีขายเคส iPhone เพราะตัวนาวเองก็ชอบชอบเปลี่ยนเคสอยู่บ่อยๆ ให้คุณพ่อพาไปสี่แยกเสื้อป่า ซื้อเคสมาเลย 12 อันในราคาส่งแล้วก็ขายในราคา 3 เท่า ตอนนั้นก็ไม่คิดจะเอากำไร แต่ก็ค้นพบว่า “ขายไปแค่อันเดียวก็ได้ใช้ฟรีแล้ว” ที่เหลือคือกำไรล้วนๆ ตอนนั้นนาวก็เลยคิดจะขายไปเรื่อยๆ เพราะมันเหมือนได้ของแบบไม่ต้องเสียงเงิน หลังจากนั้นก็มีขายต่างหูขนนก ทำบ่อยๆ นาวก็เลยรู้ตัวว่าชอบการขายนี่แหละ!

 

“Aphrodite Gallery” แบรนด์แรกของนาว

ที่บ้านของนาวทำธุรกิจขายเครื่องประดับตั้งแต่เด็กๆ ก็จะไปวิ่งเล่นในออฟฟิส ไปช่วยออกแบบ เธอซึมซับและคุ้นเคยกับธุรกิจด้านนี้มามากพอสมควร พอเข้าปี 1 นาวเลยตัดสินลองทำแบรนด์ของตัวเอง ใช้ชื่อว่า Aphrodite Gallery ขายเครื่องประดับที่เธอออกแบบสิ้นค้ากับโรงงานที่บ้าน แล้วก็ให้โรงงานผลิตออกมาเลย นาวเล่าว่าตอนนั้นท้าทายมาก เพราะอยู่แค่ปี 1 ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง นอกจากการออกแบบก็ต้องดูการผลิต เซลล์ มาร์เก็ตติ้ง ดูแลลูกค้า แต่ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะตอนนั้นเครื่องประดับของนาวขายดีจนเธอมีเงินจ่ายค่าเทอมเป็นของตัวเอง! นาวบอกว่าการทำ Aphrodite Gallery ทำให้เธอรู้สึกสนุกและมั่นใจว่าการขายของคือสิ่งที่เธอรักจริงๆ ซึ่งตอนนี้แบรนด์ Aphrodite Gallery ก็ยังมีอยู่ ขายมา 6-7 ปีแล้ว หลักๆ คือขายผ่านทางไลน์ เฟสบุ๊ค และ Looksi

Norwa แบรนด์เครื่องประดับที่ช่วยให้ชีวิตชาวเขาดีขึ้น

หลังจากทำ Arphrodite Gallery มาสักพัก ตอนนาวขึ้นปี 2 เธอมีโอกาสไปค่ายกับมหาวิทยาลัย ไปช่วยเด็กและชุมชนที่ลพบุรี ตอนนั้นก็รู้สึกดีที่ได้ช่วยเด็ก มีอยู่วันหนึ่งเธอกับเพื่อนมานั่งรำลึกถึงค่ายนั้น แล้วก็ปิ๊งเลยว่าทำไมเธอช่วยเขาได้ปีละครั้ง มันไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ค่อยสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร นาวอยากจะทำอะไรที่ช่วยเขาได้ตลอด แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไง หลังจากนั้น 2-3 เดือนนาวไปทำบุญบนดอยกับที่บ้าน เธอเจอกลุ่มคนบนดอยซึ่งที่บ้านของนาวจะบริจาคเงินให้เขาปีละครั้ง ตอนนั้นก็ไปเห็นกะเหรี่ยงมีเครื่องเงินสวยๆ แล้วก็ปิ๊งเลยว่า “นี่มันก็เครื่องประดับนิ แล้วเราก็ขายอยู่ด้วย เราเอามาขายได้มั้ย?”  ก็เลยตัดสินใจเอามาขาย แต่มันก็คนละลุคกับแบรนด์ Arphrodite Gallery ที่ทำอยู่  นาวเลยตัดสินแตกแบรนด์ออกมาเป็น Norwa แบรนด์ที่ทำขึ้นเพื่อช่วยชาวเขาโดยเฉพาะ

แปลงร่างเป็นสาวบู้ ลุยหาข้อมูลในพื้นที่จริง!!!

นาวเล่าว่ากว่าจะได้เครื่องประดับมาขายต้องขึ้นไปบนดอยหลายที่เพื่อ ไปหาของ ต้องรีเสิร์ชหนักมาก นาวไปทำความรู้จักกับครูใหญ่ที่โรงเรียนในตำบลที่นาวหาของมาขาย เขาจะเป็นคนประสานงานให้ เพราะเธอไม่รู้เขาซื้อกันที่ไหน ขายกันยังไง ต้องขึ้นไปบนดอยแล้วคอยถาม “บ้านไหนทำบ้าง พาไปหน่อย”

นาวเล่าว่าเธอมีโอกาสได้คุยกับคนที่ทำเครื่องเงิน เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้คนทำเครื่องเงินน้อยมาก “มีคนหลายคนเลิกทำอาชีพนี่ เข้ามาในเมืองทั้งครอบครัว พ่อมาขับแท๊กซี่ แม่ขายส้มตำ ส่วนลูกไปเต้นอาโกโก้” พอไม่มีคนซื้อ คนที่ทำก็โดนกดราคาค่าแรง ตอนนั้นนาวก็เลยคิดได้ว่าตัวเองถนัด e-commerce ก็เลยอยากจะเอาเครื่องเงินมาขายออนไลน์ เพราะยุคนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านแล้ว

การทำงานกับชาวเขา ต้องทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วมกับเครื่องประดับทุกชิ้น

นาวตั้งใจเข้าถึงชาวเขาให้มากที่สุด สร้างแรงจูงใจให้เขาตลอดเวลา ให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาออกแบบมันมาเป็นโปรดัคท์ที่สามารถขายได้จริงๆ ให้เขาได้รู้สึกว่ามีส่วนร่วม เธอไปนั้งคุยกับชาวเขา ถามเขาว่าทำไมถึงดีไซน์แบบนี้เพราะเธอไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเป็นลูกจ้าง “อยากให้เขาเสนอดีไซน์ใหม่ๆ ตลอด เพราะดีไซน์จากเขามักจะมีความเป็นพื้นเมืองกว่า แทนความเป็นชาวดอยได้มากกว่า เพราะเขาจะจินตนการจากธรรมชาติและสิ่งรอบตัว ไม่ได้เอามาจากอินเตอร์เน็ต มีความยูนีคกว่าการที่เราออกแบบโดยไปจำภาพมาจากอินเตอร์เน็ต” เครื่องประดับของน้องนาวก็จะมีความเป็นพื้นเมืองอยู่สูง แต่น้องนาวจะปรับรายละเอียดบางอย่างให้คนทั่วไปใส่ได้

 

สำหรับอนาคตของแบรนด์ Norwa นาวตั้งใจว่า “อยากให้พูดถึงเมืองไทยแล้ว Norwa ดัง พูดถึงแบรนด์เราแล้วนึกถึงประเทศไทย เป็นการโปรโมทประเทศไปด้วย” เธอบอกว่าจริงๆ แล้วแบรนด์ของเธอไม่ได้รายได้ดีขนาดนั้น  แต่ก็อยู่ได้ นาวคิดว่ามันได้อย่างอื่นมากกว่า มันเป็นธุรกิจ ได้กำไรแต่ก็ยังช่วยคนอื่นได้ นาวเชือว่าการบริจาคเหมือนไม่ใช่การช่วยเหลือแบบจริงๆ “เป็นเหมือนการดีเลย์ความจนเขาออกไป……อาจจะทำให้เขาแย่ลง เพราะทุกๆ วันเขาไม่ได้พัฒนาอะไรเลย รอเงินจากเราอย่างเดียว อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นรู้ว่าเขาสามารถช่วยคนอื่นได้” นาวบอกว่าความอิ่มใจในการช่วยเหลือแบบนี้  แค่เธอเห็นชาวบ้านหิ้ว แตงโม ข้าวสาร มาให้ เพราะเขาไม่มีรู้จะให้อะไร ก็เป็นความประทับใจของนาวแล้ว

Follow us: @cleothailand
HOROSCOPE