รักตัวเองบ้างเถอะ ทุกวันต่อจากนี้ทำให้เป็นนิสัยและเราจะหายใจโล่งขึ้น

เขียนโดย MissP

“นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่” เคยรู้สึกไหมว่าเราอยู่ในจุดที่ ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหน ของชีวิต จะสุขก็สุขไม่สุด จะทุกข์ก็ไม่ได้ทุกข์ขนาดนั้น แค่มีเรื่องให้ต้องบ่นและไม่พอใจในทุกวัน แต่ก็ยังออกไปจากมันไม่ได้ ถ้าเรายังตัดสินใจอะไรไม่ได้เด็ดขาดลองเปลี่ยนมุมมองดู และก็เปลี่ยนความคิดของตัวเอง พฤติกรรมต่างๆ ทีละเล็ก ทีละน้อย แล้วอีกสองเดือนต่อจากนี้มาคุยกันใหม่ รับรองว่าเธอต้องยิ้มได้มากกว่าเดิมแน่นอน

 

อะไรที่ ‘ต้องทำ หรือ ควรทำ’ มันไม่มีอยู่จริง

หลายครั้งที่เราทำอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าอยากทำจริงไหม แค่เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่ทำ เราจะผิด จะถูกต่อว่า แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เสียหายอะไรมากขนาดนั้นหรอก ถ้าไม่ได้ส่งผลต่อใครนอกจากตัวเรา ยากไปกว่านั้นคือเรายอมเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราเพราะสิ่งที่สังคมกำหนดให้เป็นไปตามนั้น ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่า ถ้าไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็ไม่ต้องเดินตามทางที่คนส่วนใหญ่เดินก็ได้ เพื่อนมีแฟนทั้งกลุ่ม เรายังไม่เจอคนที่ใช่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องคบใครสักคนเพื่อไม่ให้รู้สึกเหงา ตัวตนของเรา เรากำหนด ไม่ใช่พฤติกรรมคนรอบตัวกำหนด

 

ปฏิเสธให้เป็น

เราเป็นคนหนึ่งที่ปฏิเสธคนไม่เก่งเลย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีความรู้สึกผิดอยู่ทุกครั้งที่ say no ซึ่งคนถูกปฏิเสธบางคนอาจจะไม่คิดอะไรต่อเลย โอเค ไม่ก็ไม่ แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป แต่ตัวเรากลับมานั่งคิดถึงการปฏิเสธนั้นในบางครั้ง กลัวจะทำให้คนอื่นเสียความรู้สึก ไม่ว่าจะงาน หรือชีวิตส่วนตัวก็ตาม โดยที่ลืมไปเลยว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์นั้น สิทธิ์ที่จะตัดเรื่องที่เราอึดอัดใจ ลำบากใจที่จะทำออกไปจากชีวิต และก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่ใครสักคนจะบอกว่า ‘ไม่’ ในเรื่องที่เขารู้สึกว่ามัน ‘ไม่ใช่’ จริงๆ

 

ตามใจตัวเองบ้าง

งานก็ต้องทำ นอนก็ต้องนอน ใช่ค่ะ คนมีความรับผิดชอบจะเลือกงาน แต่คนรักตัวเองและรู้ว่าไหวแค่ไหนจะเลือกนอน ถ้าเราแบ่งเวลาไม่ได้อยากรับทุกอย่างเข้ามาไว้กับตัว ขอบอกเลยว่าไม่เวิร์คและมีคนเสียโอกาสในระยะยาวไปหลายคนเพราะรักตัวเองไม่มากพอ เราทุกคนควรมีพื้นที่ความสุขที่ได้เข้าไปใช้ในทุกวัน ปล่อยให้ตัวเองหลับตาฝันถึง Happy Place คือช่วงที่ไม่ต้องคิดอะไรที่ทำให้ใจเครียด พื้นที่เล็กๆ ที่เราจะยังได้เป็นเด็กคนเดิม

เราอาจจะเรียกมันว่า Italy Moment และเมื่อมันเป็นโมเมนต์ มันควรเกิดขึ้นทุกวัน เรามีอิตาลีโมเมนต์ส่วนตัวได้และไม่จำเป็นต้องซ้ำกันทุกวัน แต่มันต้องมีตั้งแต่ซื้อทริปทัวร์ยุโรป ไปจนถึงขอกินไอศครีมหวานเย็นสักแท่งหลังเลิกงาน อะไรก็ได้ที่เราอยากทำ สิ่งที่เป็นรอยยิ้มของวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ก็มีใหม่

 

ฝันไกล แต่ไปถึง

เราไม่สามารถทำตามฝันได้ภายในวันเดียว นอกจากว่าฝันของเราจะเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น ทาเล็บสีแดง แต่แทบไม่มีใครมีความฝันแบบนั้นในระยะยาว เราอาจจะฝันอยากเป็นนักแข่งรถระดับโลก แต่เราจะแข่งทุกสนามในวันเดียวได้ยังไง มันต้องค่อยเป็นค่อยไปไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ไหนจะผ่านการฝึกฝน ล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน จนต้องเลิกล้มมันไป แต่ใจยังคิดถึงการซ้อมแข่งรถในทุกวัน ก็ให้เวลากับมันบ้างสิ หนึ่งครั้งต่ออาทิตย์ ช้าหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทำไม่ได้นะ

 

รู้ความเจ๋งของตัวเอง

เราเจ๋ง เราเก่ง เราจะหลงตัวเองบ้างมันประหลาดอะไร รู้ว่าเก่งแต่ไม่ใช่มันให้เป็นประโยชน์สิแปลกคูณสิบ! ถ้ายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ลองลิสต์ลงกระดาษ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขียนให้หมด อย่างเช่น ล้างจาน ทำอาหาร ถักไหมพรม คัดลายมือ ตัดกิ่งเพาะชำ ตัดต่อวีดิโอ ตีลังกา บลาบลาบลา เห็นไหมว่ามันเยอะแยะไปหมด แล้วค่อยๆ ตัดออกทีละข้อ เหลือข้อที่ทำแล้วใจเต้นแรง ทำแล้วภูมิใจ ทำได้ดีกว่าคนอื่น แล้วก็หาประโยชน์จากมัน

ประโยชน์อย่างน้อยที่สุดจากความเจ๋งของเรานะ มันคือการทำให้เรารู้สึกว่าเราภูมิใจในตัวเรามากเลยหวะ โดยที่เราไม่ได้อยากป่าวประกาศให้ใครรู้ แค่อยากจะทำมันต่อไป ทำด้วยใจ ซึ่งแค่นี้มันก็คุ้มมากแล้วที่จะมีเรื่องที่เจ๋งของตัวเองสักหนึ่งเรื่องในชีวิต

 

วางมือจากเทคโนโลยี

อ่านคอนเทนต์นี้จบ แล้วลองเอาความธรรมชาติเข้ามาสู่ตัวเองให้มากขึ้นสักวันละหนึ่งชั่วโมง แล้วค่อยๆ เพิ่มมันมากขึ้นตามความสบายใจ เทคโนโลยีนี้หมายถึงตั้งแต่ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ ไอแพด กล้อง อะไรพวกนั้นที่ใช้บ่อยๆ อยากหาความรู้ใส่ตัวหรอ หยิบหนังสือสิ เหงา อยากคุยกับใครสักคน ก็คนในครอบครัวหรือคนข้างบ้านหรือเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงนั้น อุตส่าห์นัดกันมาเจออย่างยากเย็นทั้งที บินไกลเป็น 10 ชั่วโมง ชื่นชมวิวที่อยู่ตรงนั้นดีกว่าจอโทรศัพท์เครื่องเดิม หรือเลนส์กล้องที่เล็กกว่าตาจริงจะเห็นภาพได้

 

อ่านกันมาถึงตรงนี้แปลว่าเธอก็มีความตั้งใจที่ดีเหมือนกันนะ เราไม่ใช่คนที่มีวิกฤตชีวิตคนเดียวแล้ว เราทีมเดียวกัน มาเพิ่มรอยยิ้มให้ชีวิตแบบถาวรไปด้วยกันนะ 🙂

HOROSCOPE