Girls run the world! ผู้หญิงสตรองกับยุคเฟมินิสต์ที่เป็นจริง

รู้รึเปล่าว่าผู้หญิงเป็นได้มากกว่าที่คิด เราทำได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ทั้งโลกกำลังสนใจเรื่องสิทธิสตรีกันหนักหน่วง เริ่มมีสัญญาณดีๆ ออกมาให้เห็นแล้วว่าทั้งโลกกำลังเปิดใจให้มือเล็กๆ อย่างเราเอื้อมเข้าไปจับ โอกาสมาถึงแล้ว

 

ในปี 2017 มีการรณรงค์เรื่องสิทธิสตรี เดินขบวนเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ สิ่งที่ได้กลับมาคือ เราสามารถเปลี่ยนทัศนคติของหลายๆ คนไปได้เยอะอยู่เหมือนกัน ผู้หญิงทั่วโลกออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี และเสรีภาพ อย่างในนิตยสาร TIME ที่เลือกให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็น Person of the year ในเล่มเดือนธันวาคม ในนั้นมีหัวข้อใหญ่อย่าง Silence Breakers ที่มีรายชื่อคนดังรวมอยู่ด้วยทั้ง Taylor Swift, Ashley Juss, Susan Fowler, Adama Iwu และควีนอย่าง Beyonce ที่เคยครองอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับเซเลบริตี้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก จากนิตยสาร Forbes

สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยคือ โลกเริ่มเปลี่ยนความคิด มุมมอง และลงความเห็นแล้วว่าผู้หญิงเป็นอะไรได้มากกว่าที่คิด แถมยังอิทธิพลล้นมือ ไม่ใช่แค่เซเลปเท่านั้น แต่คนธรรมดาอย่างเราก็เป็นได้ มีการศึกษาหนึ่งที่บอกว่าผู้หญิงเราครองอิทธิพลในการใช้จ่ายกว่า 85% ในโลกยุคนี้ นั่นก็แปลว่าเรานี่แหละที่เป็นคนเลือก และโลกอยู่ในกำมือเราแล้ว

 

Fem-Nomics ทุกคนใช้ ผู้หญิงจ่าย

ถ้าเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ต้องยกให้สายเปย์ที่แท้อย่างเรา แทบจะควบคุมเศรษฐกิจ การเงินของทั้งโลก จนมีคำใหม่ๆ อย่าง Sheconomy หรือ Womanomics เรากลายเป็นคนตัดสินใจจะซื้อหรือไม่ซื้อ ควบคุมเงินในบ้าน มีข้อมูลจาก Ernst & Young เผยว่าผู้หญิงครองอันดับเป็นคนการใช้จ่ายเงินสามในสี่ส่วนของโลก

นอกจากจะช้อปปิ้งส่วนของตัวเองแล้ว เรายังเข้าไปวิ่งเล่นพร้อมกับบัตรเครดิตในเซคชั่นของผู้ชายด้วย เราจ่ายเงินกว่า 50% ในแผนกของใช้อิเลคทรอนิกส์ และโชว์รูมซื้อรถ Leigh Bignell หัวหน้าฝ่ายบริการของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่อย่าง Ogilvy ถึงขั้นออกมาพูดว่า ผู้หญิงเราเป็นแกนนำ คนตัดสินใจซื้อรถเลยก็ว่าได้ (งานนี้บริษัททั้งหลายคงต้องตื่นตัว ทำการตลาดเอาใจผู้หญิง) Bignell ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ตอนนี้บริษัทจำหน่ายรถรู้แล้วว่า ถ้าจะขายรถให้ออก ต้องพาผู้หญิงเข้าไปดู เพราะพวกเธอคือคนที่จะตัดสินใจซื้อ และพวกเธอไม่ใช่แค่ซื้อรถให้ตัวเอง แต่ยังเป็นคนตัดสินใจซื้อรถครอบครัวด้วย”

พวกเราไม่ใช่แค่คนที่กำหนดเทรนด์แฟชั่น แต่เป็นคนกำหนดด้วยว่าโลกจะไปทิศทางไหน

 

via GIPHY

Girl Boss

ถ้าอยากมีตำแหน่งใหญ่ๆ เป็นหัวหน้า ตำแหน่งเท่าผู้ชาย ต้องในบริษัทมีเดียเฮ้าส์ Media Prima ของประเทศมาเลเซีย ที่ FlyFM มีหัวหน้าแผนกผู้หญิงกว่า 14 คนในจำนวน 23 คน เรียกว่าครึ่งๆ กันเลย Shiva Ruppeni หัวหน้าโปรแกรมมิ่งที่ FlyFM ให้สัมภาษณ์ว่า “การบริหารงานจะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณจ้างคนที่ใช่ เพื่อทำงานในสิ่งที่เขาชอบ คนที่มีแพชชั่น และแรงผลักดัน โดยที่ไม่ใช้เพศมาเป็นข้อจำกัด”

ตอนที่เธอเข้ามาทำงานครั้งแรก ตอนนั้นเธออายุ 21 ปี เธอเคยเป็นคนที่กลัวเวลาต้องดีลงานกับคนที่อายุมากกว่า “แต่การมีเจ้านายเป็นผู้หญิงก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนยังพอมีทาง มีกำลังใจมากขึ้น ฉันได้รับการสนับสนุน และเธอทำให้บรรยากาศในที่ทำงานเต็มไปด้วยการเรียนรู้และเติบโต”

via GIPHY

ผู้หญิงคืออนาคต

ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้หญิงจะยังไม่เท่าเทียมกับผู้ชายอย่างที่เราหวัง แต่ Shiva Ruppeni ก็ยังเชื่อมั่นว่าสักวันจะเป็นจริง “เป้ามายของฉันคือการมองหา และสร้างความสามารถ โดยไม่เอาเรื่องเพศมาเป็นอุปสรรค ตอนที่เราทำ  #Fludol2017 คนดูกว่า 95% เป็นผู้หญิง และ 10 คนที่ได้เป็น Top 10 ก็เป็นผู้หญิงหมด มีหลายๆ คอมเม้นท์จากคนดูที่บอกว่าเราเลือกแต่ผู้หญิงมาเพราะอยากเรียกเรตติ้ง แต่ความจริงคือ พวกเธอคือผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถที่สุด และพวกเธอสมควรได้รับมัน สุดท้ายแล้วฉันยังอยากเห็นผู้หญิงออกมาจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง และวิ่งไล่ตามความฝัน สิ่งนี้จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ไกลยิ่งขึ้น”

 

สุดท้ายแล้ว ถึงโลกเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไป แต่จุดที่ชายและหญิงจะเท่าเทียมกันก็ยังอยู่อีกไกล แต่ตอนนี้ผู้หญิงเราก็ได้เริ่มได้เป็นผู้นำบ้างแล้ว เราเป็นคนตัดสินใจเรื่องเงิน ผู้หญิงเริ่มทำงานในบริษัท เริ่มเห็นผู้หญิงออกมารณรงค์การคุกคามทางเพศ เราทำมันได้แล้ว และเราจะทำมันต่อไป

ตำแหน่ง Person of the year เราขอยกให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้

 

หญิงแกร่งที่โลกต้องจดจำ

AI- Jen Poo

เธอใช้เวลากว่า 20 ปี เพื่อสนับสนุนต่อต้านการคุกคามทางเพศ และต่อสู้เพื่อคนที่ทำงานในบ้าน (คนใช้) ในสหรัฐอเมริกา

 

Tarana Burke

ผู้ริเริ่มการเคลื่อนไหว #MeToo และผู้ก่อตั้ง Just Be Inc เพื่อช่วยเหลือเหยื่อการคุกคามทางเพศและการทำร้ายร่างกาย

 

Anita Hill

เธอคือทนายที่เป็นคนเปิดโปงเรื่องราวเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ และแสดงตัวเป็นคนรณรงค์เรื่องสิทธิสตรี และเฟมินิสต์

 

Reese Witherspoon

ผู้ร่วมก่อตั้ง Pacific Standard บริษัทโปรดักชั่นร่วมกับ Bruna Papandrea เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมบันเทิง

HOROSCOPE