1950s Bombshell มิกิ สาววินเทจ ที่มาพร้อมหุ่นบอมเชลล์ยุค 1950s

1950s Bombshell มิกิ สาววินเทจ ที่มาพร้อมหุ่นบอมเชลล์ยุค 1950s

Bombshell มิกิ

1950s Bombshell  มิกิ สาววินเทจ ที่มาพร้อมหุ่นบอมเชลล์ยุค 1950s

เราได้มีโอกาสนั่งคุยกับสาว Bombshell มิกิ -อิงกมล จามิกรณ์ น้องสาวแท้ๆ ของ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ รู้สึกประทับใจในความสวีทและพอสซิทีฟของเธอมากๆ ตอนนี้มิกิมีเพจของตัวเองชื่อว่า Ingomojo ทำให้เราให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ที่ทุกอย่างคือความเฮลธ์ตี้ทั้งกายและจาย เธอยิ้มง่ายมาก แค่คุยกันก็สัมผัสได้ถึงอินเนอร์ที่พอสซิทีฟแล้ว แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เธอก็เจอมาหนักเหมือนกัน

 

HER BIKINI: ปกติชอบใส่วันพีซสีเรียบๆ ไม่มีลาย แล้วต้องไม่คว้านหน้าก็คว้านหลังลึก ส่วนบิกินี่ที่ชอบก็คือสไตล์วินเทจสีเรียบๆ เอวสูง เสื้อผูกคอ นึกภาพ Marilyn Moroe ซิ แบบนั้นเลย ซึ่งตอนนี้ยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลย!

“แย่งพี่กินหมดเลย” คำนี้เจอบ่อยมากๆ

ด้วยความที่พี่ของเธอเป็นนางแบบ คนก็จะก็ชอบเปรียบเทียบ แล้วก็เข้ามาพูดว่า “แย่งพี่กินหมดเลย” คือหลักๆ แล้วมิกิไม่ได้มีปัญหากับการที่คนคอมเมนต์ว่าอ้วนนะ แต่ไม่ชอบให้เปรียบเทียบ เคยรู้สึกน้อยใจ เก็บไปคิดคนเดียวว่า “ถ้าเราเป็นลูกคนเดียวจะเป็นยังไง หรือถ้าพี่เราไม่ผอมแล้วเป็นนางแบบมันจะเป็นยังไง ถ้าพี่อ้วนเหมือนเราก็คงจะไม่เป็นแบบนี้ใช่มั้ย” สุดท้ายก็มาคิดได้ว่าก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนิ!!  “เราไม่จำเป็นต้องเป็นแบบพี่…ถ้าเรานอย์ด เราก็จะยิ่งดาวน์ ชีวิตก็จะไม่ได้ดีไปกว่าคำพูดของคนอื่นเลย”

เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยการกินอาหารดีๆ

มิกิบอกว่าไม่ได้คิดจะลดความอ้วนนะ ไม่ได้อยากผอม แต่อยากสมส่วนมากกว่า “ทำให้ร่างกายเราสมดุล น้ำหนัก กับส่วนสูง เราไม่จำเป็นต้องผอม เราแค่ต้องไม่ overweight” เธอจะเน้นกินอาหารสุขภาพมากกว่า ทำมาได้ 3 ปีแล้ว “จุดแรกคือเรารู้สึกว่าร่างกายเราไม่เฮลธ์ตี้” เธอเหนื่อยง่าย อึดอัด ไปไหนมาไหนแล้วมีการเจ็บป่วย ปวดท้องโดยไม่มีสาเหตุ

 

ตอนนี้มิกิกำลังอินกับโปรแกรมที่ชื่อว่า “whole 30” คือภายใน 30 วัน สาวๆ จะได้ปรับสมดุลในร่างกายด้วยการกินแต่อาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการ และตัดพวกแป้งแบบข้าว ธัญพืช นม น้ำตาล ไปเลย มันจะช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย วิธีนี้สามารถกินเนื้อสัตว์ได้ด้วย เพราะก่อนหน้านี้เธอเป็นมังสวิรัติ แต่พอกินแบบนั้นจะมีน้ำตาลไปด้วย มันก็จะดีอย่างเสียอย่าง เธอเลยลองกินดู “วิธีการกินเป็นอะไรที่ทดลองได้เรื่อยๆ” แต่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะลดเท่าไหร่ แค่อยากจะทำไปเรื่อยๆ คิดว่าจะกินแบบนี้ไปตลอดชีวิต “ไม่ว่ามันจะไปจบที่น้ำหนักเท่าไหร่ ก็จะไม่ซีเรียสเรื่องตัวเลย ใส่ใจในสิ่งที่กินมากกว่า”

ความฝันของมิกิคืออยากมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง

มิกิแต่งตัวเก่งมากๆ “ผ่านมาเยอะมาก” ตอนเด็กๆ ไม่แต่งตัวเลย เพราะเมื่อก่อนมีความคิดที่ว่าเป็นคนอ้วน ไม่ต้องสนใจความสวยความงามก็ได้ “เมื่อก่อนรู้สึกว่าเราไม่มีสิทธิใส่แบบนั้น” แต่พอเริ่มโตขึ้น ได้ไปซัมเมอร์ต่างประเทศ แล้วก็รู้สึกอินสไปร์มากๆ คลิกเลยว่าไม่ว่าจะหุ่นยังไงก็สนุกกับการแต่งตัวได้ ซึ่งตอนนี้เธอก็บ้าเดรสสุดๆ “มิกิอยากตัดเดรสสัก 10 ตัว ชีวิตนี้ใส่แต่เดรสก็ได้ ไปทุ่งนาก็จะใส่ ไม่สนใจสถานที่” เธอค้นพบว่าอะไรที่ทุกคนใส่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะใส่ได้ เราจะต้องหาสไตล์ของตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าร่างกายเราควรใส่แบบไหน “จริงๆ ถ้าเราส่องตัวเองน่ากระจก มันก็ไม่เหมือนตอนเราใส่เสื้อผ้าแล้ว เพราะเสื้อผ้าสามารถหลอกสายตาได้ “

มิกิรู้สึกว่าตอนนี้โลกเปิดขึ้นมากๆ อย่างงาน London Fashion Week ที่มิกิไปกับแพนเค้ก นางแบบก็จะมีหลายไซส์ “มิกิ รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่ควร เพราะเราไม่ควรที่จะพยายามเป็นไซส์ๆ เดียว…..มันควรหมดยุคแบบไหนได้แล้ว” เธอบอกว่าคนไทยเราแค่ขาดการเห็นภาพ “มันควรให้เห็น…หลายๆ คนเห็นแค่ไหนก็จะหยุดอยู่แค่นั้น ไม่คิดต่อ” เธอเลยคิดอยากมีเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง หยิบนางแบบไซส์ S, M, L ,XL ใส่ชุดของเธอแล้วยืนเรียงกันไปเลย “ให้เห็นไปเลยว่ามันใส่ได้แล้วมันสวยทุกคน”

 

“พี่หนูแหม่ม” คือไอดอลของเธอ

มิกิมี “พี่หนูแหม่ม” เป็นไอดอล คุณแม่เป็นคนแนะนำให้มิกิลองเอาพี่หนูแหม่มเป็นตัวอย่าง ไม่ต้องผอมก็ดูดีได้นะ “อวบแต่สะอาด ลุคจะวิ้งค์ตลอด แล้วเป็นผู้หญิงเก่ง ให้เรารู้คุณค่าของตัวเอง เราสามารถมีคุณค่าได้นะ ไม่ต้องให้ลุคภายนอกมาเป็นข้อจำกัด”

สุดท้ายนี้มิกิฝากบอกว่า…. 

อยากให้เปิดตา เปิดใจ มั่นใจในตัวเอง มันอาจจะยาก แค่พูดบอกแต่ต้องทำให้ได้จริง ถ้าเราไม่มั่นใจในตัวเองจริงๆ ถ้าเราไม่มั่นใจในตัวเอง เราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เลย เราต้องรักร่างกายตัวเอง เพราะมันสื่งที่พาเราไปทุกที พาเราไปทำสิ่งที่สำเร็จได้ love the skin you are in มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในวันสองวัน แต่เราต้องคุยกับตัวเอง ชื่นชมสิ่งที่เป้นตัวเรา เพราะไม่อย่างนั้นคนอื่นก็จะไม่สามารถเห็นได้ว่าเราดีได้มากแค่ไหน ถ้าเราไม่รักตัวเองก่อน คนอื่นก็จะไม่สามารถรักเราได้

 

เขียนโดย BeamHoneyB

HOROSCOPE