เล่นใหญ่เป็นตัวละครในหนังสือที่เพิ่งอ่าน.. เพราะอะไร แล้วทำยังไงต่อ?

ต้องมีบ้างแหละกับการเลียนแบบคาแร็กเตอร์ของนางเอก พระเอก หรือคาแร็กเตอร์ที่เราสัมผัสได้จากการอ่านหนังสือ นวนิยายเรื่องเยี่ยมสักเล่ม แบบรู้สึกอยากเป็นคนๆ นั้นจัง ใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่ เธอไม่ได้จะเป็นบ้าหรอกนะ แต่มีหลายเหตุผลเลยล่ะ ลองดูว่าเป็นเพราะแบบไหนนะ

 

เราเปลี่ยนไปเพราะประสบการณ์ที่เจอ

เรื่องแบบนี้เขาเรียกว่า Experience-Taking การรับรู้ผ่านประสบการณ์ของตัวเอง เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาอ่านหนังสือจบเราถึงมีความคิด ความอ่านหรือนิสัย การแสดงออกที่แตกต่างไปจากเดิมเหมือนเราสลับร่าง (อาจจะมาจากความอินไปนิดด้วย) โดยเฉพาะถ้าเป็นไปในทางที่ดี เราจะเหมือนได้ค้นพบตัวเอง

 

มีงานศึกษาชิ้นนึงจากมหาวิทยาลัยในรัฐโอไฮโอ้ ของ Geoff Kaufman และ Lisa Libby ทำการทดลองแบ่งเป็น 6 ซีรีส์ จากคน 500 คน ตีพิมพ์ลงใน Journal of Personality and Social Psychology งานนี้พบว่า การรับรู้ผ่านประสบการณ์จากหนังสือสามารถเปลี่ยนแปลงและเอามาใช้ในชีวิตจริงได้ และคนที่บอกความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้อ่านกับตัวละคร (คนที่ไม่อิน) เมื่ออ่านหนังสือจนจบจะเปลี่ยนแปลงคาแร็กเตอร์ของตัวเองได้ยากกว่าคนที่อิน

via GIPHY

 

หรือพูดง่ายๆ ว่าถ้าอ่านหรือเสพอะไรบางอย่างนานๆ มากๆ อ่านหนังสือหรือนวนิยายเล่มโปรดอย่างแฮรี่ พอตเตอร์ครบทุกเล่มแบบมาราธอน เราอาจจะติดกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครมใช้ในชีวิตจริงได้ และเรื่องบางอย่างสามารถเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ หรือวิธีคิดของเราได้เลย อย่างในการทดลองให้ผู้ชายแมนเต็มร้อยอ่านเรื่องเกี่ยวกับการรักร่วมเพศ ผลออกมาคือผู้ชายบางคนมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับกลุ่มเพศทางเลือก และเปิดกว้างมากขึ้น

 

อินกับตัวละครเกินเพราะยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ

การรับรู้ผ่านประสบการณ์ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน เรื่องแบบนี้มักเกิดกับคนที่ยังมองภาพกว้างๆ ของตัวเองไม่ออกว่าตัวเองเป็นคนยังไงกันแน่ โดยเฉพาะกับเด็ก พูดง่ายๆ คือเราแก้วเปล่า สะท้อนในสิ่งที่ถูกเติมลงมา ถ้ารับเรื่องคาแร็กเตอร์ดีๆ มา เราก็จะเปลี่ยนเป็นคนนั้น เวลาอ่านหนังสือเราเลยต้องถามตัวเองว่าเราอยากเป็นคนแบบไหน และตัวละครในเรื่องสมควรที่จะหยิบมาเป็นส่วนหนึ่งของเรารึเปล่า

ส่วนคนรู้จักตัวเองดี คาแร็กเตอร์ชัด สามารถแยกแยะได้ว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนเรื่องแต่ง ก็จะไม่เก็บคาแร็กเตอร์มาอินด้วย

 

 

สลับร่างให้ถูกตัว ก็ใช้ชีวิตง่ายขึ้น

อย่างที่บอกว่าการเลียนแบบหรืออินกับอะไรมากๆ ไม่ใช่เรื่องผิด และถ้าเอามาใช้ให้ถูก ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการก็ถือว่าวินๆ และบางทีอาจจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นด้วย 5 สถานการณ์ในชีวิตที่ใช้อินเนอร์เข้าช่วยได้

  1. เวลาไปพรีเซ้นท์งาน ต้องการความมั่นใจ ความสุขุม แต่เราดั๊นเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง ลองเลือกหนังสือดีๆ สักเล่ม เป็นฮาวทูหรือนวนิยายก็ได้เอามาอ่านเตรียมตัวไปพร้อมๆ กับฝึกบทพูด ให้ตัวเองค่อยๆ ซึมซับคาแร็กเตอร์ไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาจริงเราจะไม่ประหม่า แล้วปล่อยตัวเองให้สวมบทนั้นได้เต็มที่ เราจะกลายเป็นอีกคนไปเลย
  2. เวลาต้องการเข้าพวกกับกลุ่มคน สถานการณ์นี้ดูหนัง หรืออ่านหนังสืออาจจะทำได้แค่ช่วยเตรียมตัว แต่ถ้าอยากเข้ากับคนอื่นได้จริงๆ ต้องรู้จักเลียนแบบลักษณะท่าทางของคนจริงๆ เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามนะ

via GIPHY

 

3. เวลาออกงาน ต้องสวยพริ้งพราว แต่เราดั๊นไม่ใช่คนแบบนั้นเลยแถมยังขี้อายเป็นที่หนึ่ง หยิบความมั่นใจ อินเนอร์จากตัวละครในหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น Sex and the city หรือหนังฮอตชิครุ่นเก่าๆ มาดูตอนกำลังแต่งตัว เก็บรายละเอียดทั้งการช้อนตา มองกวาด ชนะขาด!

4. สร้างความประทับใจให้ใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคู่รักของเรา หรือกับแม่สามี เลียนแบบนักแสดง ตัวละครในหนังที่ชอบดู จากที่ไม่เคยทำอาหารต้อนรับใคร วันนั้นเราอาจเป็นคนรักการทำอาหารขึ้นมาได้เลยทันที รอให้สร้างอินเนอร์ขึ้นมาได้เองอาจจะไม่ไหว ต้องมีตัวช่วย

5. เวลาทำงานหรือจะตั้งใจเรียนจริงจัง ลองหยิบอินเนอร์ของเฮอร์ไมโอนี่ จากแฮรี่ พอตเตอร์มาใช้ดูสิ อยากเป็นผู้หญิงแบบนั้นก็ต้องตั้งใจเรียน หรืออย่างแอนดี้ แซคส์ จาก The Devil Wears Prada มาลองใช้กับการทำงาน จะทำให้เราทำงานสนุกขึ้น และมีไฟขึ้น

 

เราไม่ได้กำลังจะบอกให้เล่นละครใส่ทุกคนนะ เพราะนี่คือชีวิตจริง แต่ถ้าอยากเป็นคนที่ไม่เคยเป็น อยากได้อินเนอร์ส่งออกมาจากภายในก็ต้องลองฝึกเลียนแบบและเอาข้อดีของตัวละครจากหนังสือมาใช้ดูก็ไม่เสียหาย เราอาจพบว่าคาแร็กเตอร์นี้เหมาะกับตัวเองดี หรือแค่หยิบยืมมาใช้ในบางเวลาที่ต้องการเท่านั้นเอง