จากใจสู่ใจ” กลุ่มผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลให้นักโทษสาวกลับมารักตัวเอง

เขียนโดย @beamhoneyb 

รอยยิ้มของผู้หญิงที่ทำความดีจากใจ มันช่างอบอุ่นและมีพาวเวอร์จนส่งต่อได้ พี่ๆ “จากใจสู่ใจ” เธอคือวันเดอร์วูแมนของเหล่านักโทษหญิง

ชีวิตตกหวบลงเหวบิ้วด์ให้มีความหมายได้ ด้วยการรู้จักตัวเอง เข้าใจสังคม โดยใช้จิตภาวนา สิ่งนี้แหละที่พี่ๆ ทีม “จากใจสู่ใจ” ใช้ช่วยนักโทษหญิงให้กลับมายืนขึ้นจากความทุกข์ได้อีกครั้ง พลังของผู้หญิงเอ็มพาวเวอร์ผู้หญิงด้วยกันมันช่างเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่จนน่าขนลุกเลย!

จากใจสู่ใจ ทำให้ใจของผู้หญิงหลังห้องขังเปลี่ยนไป

จากใจสู่ใจคือโครงการที่ช่วยฟื้นฟูสภาพใจของนักโทษหญิง อยู่ภายใต้ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา แก่นของโครงการนี้คือการฟื้นฟูใจด้วยการรู้จักตัวเอง เอาโครงสร้างสังคมและเรื่องเพศมาช่วยทำให้เข้าใจแก่นแท้ของตน ใช้ศิลปะ, การเคลื่อนไหว, และการสื่อสารเป็นตัวเชื่อม ในระยะเวลา 8 เดือน พาวเวอร์จะกลับมาอยู่ในมือของนักโทษสาว เกิดแรงบันดาลใจอยากเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น พลังแบบนี้ส่งต่อมาจากใจของ 5 สาววันเดอร์ วูแมน เธอคือ พี่อวยพร แรงผลักดันสำคัญของทีม, พี่วิจิตร สาวเรียบร้อยและใจเย็นที่ผ่านการทำโครงการอบรมครูหลักสูตรเพศศึกษาในโรงเรียนและงานวิจัยเรื่องเพศ, พี่ตรา กราฟฟิคดีไซเนอร์สาวที่ใช้ศิลปะบำบัดใจคน, พี่นภา สาวสถาปัตย์ที่สนใจการบำบัดแบบเดี่ยวและเป็นเจ้าของเพจ “แบ่งปันหนังสือเข้าเรือนจำ” และ พี่ตุ๊กตา สาวอารมณ์ดีที่นำเสนอวิธีการภาวนาและทักษะด้านการละครให้กับทีม

 

เจ๋อวย” (พี่อวยพร) แรงขับเคลื่อนที่จุดประกาย “จากใจสู่ใจ”

พี่อวยพรคือผู้หญืงที่อยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลง เธออินสไปร์มาจากตอนที่ไปฟื้นฟูศักยภาพผู้หญิงตอนเกิดสึนามิ พอได้เข้าไปเยียวยา จากที่เป็นคนพุ่งไปแต่เป้าหมาย พี่อวยพรเจอปัญหาผู้หญิงที่ละเอียดมาก เลยทำให้พี่อวยพรคิดว่า “พี่ต้องปรับตัวเยอะเลย จากที่เป็นคนไม่สนใจรายละเอียด ก็เลยต้องปราณีตและใส่ใจขึ้น” หลังจากนั้นก็เลยต้องใส่ทุกสิ่งเข้าไปในใจคน พี่เขาบอกว่า “ถ้าทำแบบนี้จะเปลี่ยน! เปลี่ยนได้จริงๆ แต่ต้องใช้เวลา”

 

เข้าไปเปลี่ยนใจคนในคุกยังไง

พอเจอแก่นแล้วก็ฟอร์มทีม เพราะตัวคนเดียวเปลี่ยนแปลงสังคมไม่ได้ พี่อวยพรมองหาคนที่ใช้ใจในการทำงานจะได้มาเติมพลังให้กับทีม ต้องสนใจประเด็นเชิงสังคม การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ชอบเรียนรู้หาวิธีการแก้ปัญหา ที่สำคัญต้องมีทักษะการฟังและภาวนา หลายๆ กิจกรรมที่พี่ๆ จากใจสู่ใจเลือกมาใช้จะเน้นการมองย้อนชีวิต หรือที่พี่ๆ เขาเรียกกันว่าการ “ทวนชีวิต” ทำให้พวกเธอรู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองหล่อหลอมมาจากอะไร เอาแนวคิดเรื่องเพศกับสังคมและศิลปะมาช่วยทำให้เห็นภาพ ทำให้ฉุกคิดถึงประเด็นที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน เหมือนโดน “ปลุกให้ตื่น” เกิดแรงบันดาลใจอยากเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น



จะเปิดใจเขาได้ เราต้องฟังเขาก่อน

จะเปิดใจให้ได้หมดเปลือกต้องเป็นผู้ฟังที่ดี พี่ๆ เขาจะไม่ทำตัวเหมือนผู้เชี่ยวชาญ เพราะมันทำให้อยู่สูงกว่า ขอเปิดใจกันแบบเพื่อนคุย รับฟังทุกปัญหา ไม่มีความกดดันใดๆ ไม่มีกรอบสังคมเข้ามาตัดสินว่าอะไรผิดถูก บางทีก็ให้ลองเปิดใจคุยเป็นกลุ่ม ให้เขารู้ว่าไม่ได้มีปัญหาอยู่แค่คนเดียว แบบนี้ใจที่หนักอยู่ก็ปล่อยวางขึ้นมาง่ายๆ ซะงั้น ระบายกันออกมาหมดเลย โชว์ความอ่อนแอให้หมด ไม่ได้ห้ามให้คิดถึงปัญหานะ แต่ให้ทำความเข้าใจตัวเองและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่กับมันให้ได้แบบปลงๆ

 

ไม่น่าเชื่อว่าแค่รูปวาดเขาจะรู้จักตัวเองได้

“การบำบัดใจที่ดีไม่ใช้การบำบัดด้วยธรรมะ มันตึงไป ต้องมีอะไรที่ทำให้ใจยืดหยุ่น ไม่งั้นก็เป็นแม่ชีแล้ว!” พี่อวยพรเล่าถึงศิลปะให้เราฟังต่อ จากใจสู่ใจเชื่อว่าการเอาศิลปะเข้ามาช่วยทวนชีวิตเลยเป็นอะไรที่เข้าถึงง่าย และก็ไม่สร้างแรงกดดันต่อใจมากนัก ช่วยเผยตัวตนของคนวาด ที่โกหกไม่ได้เลย เรื่องข้างในจะถูกปล่อยออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้นักโทษให้มองเห็นปัญหาเอง อันนี้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง เริ่มแก้จากตัวงานศิลปะ แค่แก้จุดเล็กๆ แค่นี้ แต่ทำให้รู้สึกมีพาวเวอร์ ทำให้อำนาจการเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในมือของเขาได้

เปลี่ยนนักโทษให้กลายเป็นซินเดอร์เรลล่า

ทีมจากใจสู่ใจพาสาวๆ นักโทษวาดรูปตัวเองตั้งแต่เด็กไล่มาจนถึงปลายทางขีวิตที่หวังไว้ บางคนก็ไม่เคยนึกถึงจุดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ พี่ๆ ข่วยอุดรอยช่องว่างระหว่างในคุกกับความฝัน ทำให้เขามองเห็นความเป็นไปได้ พี่ตราบอกเราว่า “อยู่ในคุกทำอะไรได้บ้างที่จะทำเข้าใกล้กับความรู้สึกในภาพสุดท้าย” แล้วปรากฏว่าก็มีคนทำได้ตามที่วาดจริงๆ เธอกลายเป็นแกนนำศาสนาคริสในเรือนจำ มีสมาชิกมากกว่า 200 กว่าคน นี่แหละพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือแค่เปลี่ยนความคิด กลายเป็นชีวิตมีความหมายขึ้นมา ใช้ชีวิตดีจากอินเนอร์เอ้าท์เลย และนี่ล่ะคือการ “เปลี่ยนใจคน” ให้เขาได้กลับเข้ามารู้ใจดั้งเดิมของตัวเอง