ชีวิตซูเปอร์อินสไปร์ของ “แพม Superrich Thailand” คาแรกเตอร์ผู้หญิงสวย เก่ง เท่ เขาต้องคิดกันยังไง!

จะไปเที่ยวเมืองนอกแล้วต้องพุ่งตัวไปแลกเงินทีไร ไม่รู้ทำไมว่าเราจะเห็นหน้าแพม ผู้บริหารสาวของ Superrich Thailand (สีเขียว) คนนี้ลอยมาทุกที ในวงคนรู้จักของชาวคลีโอส่วนใหญ่ที่เรียนรุ่นเดียวกับเธอมา เราจะได้ยินเป็นเสียงเดียวกันว่าแพมนิสัยดีมาก ผู้หญิงคนนี้ไนซ์จริงๆ เลยยิ่งทำให้เราอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอดูซักครั้งว่าผ่านการใช้ชีวิตมาขนาดนี้ มีอะไรที่อยากเล่าให้ชาวคลีโอฟังกันบ้าง

แพม สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล

บางคนบอกว่าชีวิตของแพมเนี่ยน่าอิจฉาสุดๆ เรียนจบก็มาสานต่อธุรกิจสุดอลังของที่บ้านทันที แต่เฮลโหล! คิดผิดคิดใหม่ได้นะ นี่คือธุรกิจแลกเงินที่มีแต่ความเครียด ค่าเงินเปลี่ยนแปลง ข่าวสถานการณ์โลกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเลยเป็นงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ ความเก๋า โชคดีที่แพมอยู่ในครอบครัวที่คุยเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กเลยฝังอยู่ในส่วนลึกอยู่แล้ว

“เราซึมซับมาตั้งแต่เด็ก เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่คุยกันแต่เรื่องงานทำให้เราฝันอยากเป็นนักธุรกิจ อยากให้ทุกอย่างที่เขาสร้างมาเติบโต เราเองไปเล่นที่ออฟฟิศตอนเด็ก เห็นเงินเป็นตั้งๆ แต่ตอนนั้นเราไม่เข้าใจหรอกว่าคืออะไร เราอยากถามเรื่องของเล่นมากกว่า แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้บังคับเลยว่าโตขึ้นต้องเป็นอะไร ให้เราเลือกเอง อยากเรียนอะไรก็เรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยเราเรียนวารสารศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์ ชีวิตในมหาลัยเราก็เรียนรู้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่วิชาการอย่างเดียว พอทำงานจริง เรียนอะไรมาก็ต้องบวกประสบการณ์ทั้งนั้น เจอหน้างานแล้วค่อยไปปรับใช้ แต่ตอนเรียนปริญญาตรีก็มีพวกบัญชีเข้าไปด้วย ยังมีเซนส์อยู่ ส่วนปริญญาโทไปต่อ Marketing Management เลยค่ะ”

โพสต์ที่แชร์โดย Pam (@pamsuperrichth) เมื่อ

งานยากของคนเจนใหม่

ตัวเนื้องานจริงๆ แล้ว แพมบอกว่าทุกอย่างหล่อหลอมอยู่ในดีเอ็นเอ คงไม่ต้องห่วง แต่ที่ท้าทายเธอมากคือการจัดการคนหลายรุ่น มีมุมมองที่ต่างกัน จะทำยังไงให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน “ การจัดการงานทุกคนทำได้อยู่แล้วค่ะ แต่เมื่อไหร่ที่มีอารมณ์ มีอีโมชันนัลเข้าไป ถ้าแยกแยะไม่ได้ก็ส่งผลกับความสัมพันธ์อื่นๆ ในที่ทำงาน งานติดขัดเดินไม่ได้ ใช้เวลานานหลายปีเหมือนกันกับการลองผิดลองถูก เพราะเราเห็นระบบข้างนอกมาแล้วอยากใช้ อยากเปลี่ยนเลยโดยไม่ดูของเดิม ไม่ดูในสิ่งที่เป็น เขาก็ไม่ยอมรับ เพราะพนักงานรุ่นบุกเบิกเขาทำแบบนี้มา ธุรกิจก็โตได้ พอเรามาเปลี่ยน เขาไม่เห็นประโยชน์ เราไม่มีการสื่อสาร ไม่มองรอบด้าน เลยทำให้แพมเรียนรู้จากความผิดพลาดและได้เรียนเพิ่มกับครูขวัญ (ดร. ขวัญนภา ชูแสง) ทำให้ได้เรียนรู้จิตวิทยาศึกษาตัวเองและคนอื่นมากขึ้นค่ะ”

 

แพมบอกกับเราว่าเหมือนได้เห็นมุมมองใหม่ที่ได้เรียนรู้ตัวเอง คนเรามีหลายด้านและเราก็ชอบมองแต่ด้านดีๆ บางทียังมีอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น แล้วจะใช้ชีวิตกับการมีด้านนี้ในตัวยังไง ตรงนี้ทำให้เราต้องคิดหาคำตอบ “แพมชอบทำอะไรเร็ว ทำแล้วต้องได้ผลซึ่งบางทีมันเร็วไป แล้วเนเจอร์บางคนถ้าเขาไม่ทันก็จะเกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าบางงานต้องใช้ความรวดเร็ว ชัดเจน มันเป็นคุณสมบัติที่เราเอามาใช้ได้ พอเราเรียนรู้ตัวเองแล้วก็มาเรียนรู้คนอื่นต่อ เข้าไปดึงความสามารถของแต่ละคนออกมา”

โพสต์ที่แชร์โดย Pam (@pamsuperrichth) เมื่อ

“มี” พนักงานกับ “ดูแล” พนักงาน ไม่เหมือนกัน

จาก 70 คนมาเป็นพนักงาน 200 คน เพราะเราขยาย 15 สาขาภายใน 2-3 ปี แพมต้องเรียนรู้วิธีดูแลคนด้วยหัวใจเริ่มต้นด้วยความสงสัยมาเป็นลงมือทำจริงๆ “คุณพ่อดูแลพนักงานทุกคน ตอนเด็กเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเยอะขนาดนี้ เหมือนใครมีอะไร เขาจะมาหาเฮียกับซ้อ ดูแลไปถึงลูกหลาน กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรพี่ดูแลน้องที่อบอุ่นค่ะ”

โพสต์ที่แชร์โดย Pam (@pamsuperrichth) เมื่อ

ความตื่นเต้นของธุรกิจแลกเงิน

อย่างที่รู้ว่าค่าเงินเปลี่ยนกันนาทีต่อนาที เราสงสัยว่าเคยมีอะไรเร้าใจเหมือนในหนังมั้ย ตื่นมารับโทรศัพท์กลางดึก เอาเงินมาโปรยเล่นสะใจ แพมบอกว่าไม่ขนาดนั้นค่ะ แต่เจอเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่น่าตกใจบ้าง เช่น ตอน Brexit เงินปอนด์ร่วง หรืออินเดียประกาศยกเลิกธนบัตรข้ามคืนมีผลเลยตอนเที่ยงคืน มีเวลาแค่ 6 ชั่วโมงที่เธอจะต้องเคลียร์ “ในหนึ่งวันทำงานเราจะไม่ได้มีห้องส่วนตัวนะคะ ทุกคนสามารถเดินมาคุยด้วยตลอดเวลา เรื่องเรตคนจะถามว่าเปลี่ยนกี่ครั้งต่อวัน ค่าเงินก็เหมือนกับหุ้นที่ตัวเลขวิ่งตลอดเวลา มีหลายปัจจัยที่เกี่ยว เราต้องดู demand-supply ของประเทศ เงินนี้คนต้องการ อย่างเทรนด์ตอนนี้คนไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะ เราต้องเตรียมให้พร้อม สร้างแอพ ทำเว็บไซต์ในการให้ข้อมูล เมื่อก่อนคนจะโทรมาถามอย่างเดียว แต่ตอนนี้ก็ดูจากแอพว่ามีสาขาไหนใกล้ บางประเทศต้องใช้เอกสารอะไรถือไปเพิ่ม เราต้องดูทุกอย่างทั้งวัน เราตั้งใจให้ลูกค้าได้เรตดีที่สุด ตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาทำงาน 8 ปี ทำทุกอย่างตั้งแต่ส่งแฟ็กซ์ รับโทรศัพท์แจ้งเรต ดูเงินในสต็อก ดูแบงค์ปลอมให้เป็น เพิ่งมาบริหารจริงๆ แค่ 3 ปีหลัง แต่ทุกอย่างทำให้เราคุยกับพนักงานได้ว่าจะเป็นแบบนี้ๆ หรือเขาต้องเจออะไรบ้าง”

เราสงสัยอีกอย่างว่าทำไมเรตแลกเงินแต่ละที่สูงต่ำไม่เท่ากัน แพมเล่าว่าถูกหรือแพงอยู่ที่วิทยายุทธ์ว่าจะบริหารต้นทุนยังไง ซื้อที่ Superrich Thailand ซื้อสาขาไหนก็เรตเดียวกันหมด เรียกได้ว่าเป็นที่เดียวที่ทำแบบนี้ได้

 

ก้าวข้ามผ่านการโดนมองว่าเพอร์เฟ็กต์ไปให้ได้

เราถามแพมตรงๆ ว่าการที่เธอเกิดมาในครอบครัวที่มีความยิ่งใหญ่ มีทุกสิ่งพร้อมหมดทำให้ตัวเธอเองมีอีโก้อยู่ในตัว หรือมีความมั่นใจในตัวเองที่สูงปรี๊ดหรือเปล่า ชอบที่แพมตอบกลับมาตรงๆ ว่าทุกคนมีอีโก้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่สำคัญที่ว่าเรารู้ตัวว่ามีจุดนี้หรือเปล่า เราจะปล่อยให้อีโก้ไปสร้างผลกระทบบางอย่างในชีวิตมั้ย ความจริงแล้วการมีอีโก้ที่มีให้เป็นก็เป็นสิ่งดีๆ ที่ให้เรามั่นใจ ทำอะไรแล้วสำเร็จ แต่ถ้าเยอะก็เป็นผลเสียทำร้ายเราเหมือนกัน

อีกอย่างที่ทำให้แพมเอาตัวเองกลับมาให้เรียบง่ายที่สุดคือการเดินทาง เพราะถ้าใครหลายคนได้ตามอินสตาแกรมของเธอ (@pamsuperrichth) จะเห็นว่าเธอชอบเทรคกิ้งแนวป่าเขาลำเนาไพรมาก “เพิ่งมาเดินทางแบบนี้ 2 ปีเองค่ะ ต้องเดินทางเอง แต่ละคนในกรุ๊ปก็ต้องดูแลตัวเองได้ เราชอบดูอะไรใหม่ๆ พอไปเทรคครั้งแรกเป็นอีกประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตจริง อย่างพอไปปีนเขา ไม่ใช่ปีนถึงยอดเขาแล้วจบนะคะ เราขึ้นไปแล้วยังมีทางที่ต้องเดินลงกลับมาอีก เราคิดได้เลยว่าเราไปถึงจุดสำเร็จแต่มันอยู่ตลอดไปไม่ได้ เราต้องลงแล้วไปขึ้นเขาลูกใหม่ เป็นเส้นทางของเราเองที่จะสร้างเป้าหมาย พอได้แล้วเราก็ต้องลงมาเริ่มใหม่อยู่ดี ยิ่งพอเราได้ไปอยู่หน้าธรรมชาติ เราจะได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่ เราอยู่บนภูเขาเหมือนเห็นตัวเองตัวเล็กมาก ทำให้มองว่าเราจะยึดติดกับความสำเร็จไม่ได้”

ความรักก็เช่นกัน…

สำหรับใครที่รู้สึกไม่เป็นตัวเองกับความรัก เอารักเป็นที่ตั้ง แอตติจูดของแพมก็สตรองและอยากบอกกับสาวคลีโอทุกคนว่า “อยู่ที่ว่าเราเคารพตัวเอง เห็นคุณค่ากับตัวเองแค่ไหน เรามองไปทางอื่น ยังมีครอบครัว มีพี่น้อง คนรอบข้างหยิบยื่นอะไรให้และเราแบ่งปันอะไรให้คนอื่นได้บ้าง พอเราหลุดออกจากจุดๆ เดียว จะมีมุมมองที่เปิดกว้าง เริ่มจากมองตัวเองก่อนว่า เราสร้างประโยชน์ให้ใครได้บ้าง เวลาเราให้อะไรกับบางคนแล้วเขาได้รับ มันส่งกลับมาให้เราหลายเท่า อย่างเราได้เรียนรู้ศาสตร์วิชาจิตวิทยาแล้วเราเอาไปส่งต่อให้พนักงาน เขาเอากลับไปใช้ในครอบครัว แล้วเขาเดินกลับมาขอบคุณเราด้วยหัวใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เขาได้เรื่องงานแต่เขาได้ “ชีวิต” กลับไปด้วย เราเองก็ได้รับพลังชีวิตกลับมามหาศาล”

ก้าวไปวันละก้าว

ข้อคิดอย่างหนึ่งที่แพมบอกเราไว้คือชีวิตมีอะไรที่เราไม่เข้าใจหลายอย่าง แต่ปัญหาที่สาวๆ หลายคนมีคือเรายอมรับได้มั้ยว่าเราไม่เข้าใจบ้างก็ได้ “เราอยู่บนพื้นกำลังจะก้าวที่หนึ่ง อีก 2-3 วันเราเข้าใจเพิ่มขึ้นอยากก้าวไปขั้นที่ 2 เราเข้าใจได้มั้ยว่าเราเตี้ยกว่าคนอื่น แพมว่าบางทีเราคิดไปไม่รู้ตัวว่าเราเปรียบเทียบกับคนอื่น เขาดีอย่างนั้นอย่างนี้ซึ่งเป็นปกติมาก เพราะเราชอบคิดว่าตัวเองไม่ดี เหมือนเราถูกปลูกฝังมาด้วยวัฒนธรรมบางอย่าง เราปล่อยให้ความคิดเล่นงานตัวเองอยู่และให้ความคิดนั้นส่งผลออกมาข้างนอกด้วย แพมจะทำงานให้สำเร็จแต่ละอย่างไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราตั้งเป้าหมายและอยู่กับสิ่งนั้นทุกวัน อาจจะช้าหน่อย แต่ถ้าเราอยู่ในเส้นทางยังไงก็สำเร็จ”

เราสงสัยมากว่าผู้หญิงที่มีพลังบวกขนาดนี้ ต้องเป็นที่ปรึกษาขั้นเทพแน่ๆ แพมบอกว่า “เราไม่สามารถให้ใครทำในสิ่งที่เราแนะนำได้หรอกค่ะ เพราะเขามีคำตอบในหัวอยู่แล้ว แต่เราสามารถถามเขากลับไปคิดต่อ เพราะถ้าเราไปบอกให้ใครทำยังไง เกิดผลที่ออกมาไม่ใช่อย่างที่คิด เรารับผิดชอบชีวิตเขาไม่ไหวแน่ เพราะเราไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาเล่า เล่าออกมาทั้งหมดหรือมีอะไรเบื้องหลังอีกมั้ย ทำได้แค่ขยายมุมมองให้เขาเห็นมากขึ้น สุดท้ายการตัดสินใจเป็นของเขาเอง”

 

ปิดท้ายกันอีกนิดด้วยว่าใครที่อยากไปแลกเงินที่ Superrich Thailand (สีเขียว) เทคนิคที่จะไปเคาท์เตอร์แล้วได้สกุลเงินที่อยากได้ชัวร์ๆ แนะนำว่าโทรไปก่อน แล้วบอกรายละเอียดว่าอยากได้แบงค์ย่อย เงินสกุลไหน อยากได้วันไหน สาขาไหน เพราะบางทีสกุลเงินฮิตๆ ช่วงไฮซีซันก็ควรโทรมาจองกันก่อนที่คอลเซ็นเตอร์ที่เบอร์ 02-254-4444 ได้เลยจ้า