เรื่องจริงของสาววัย 32 กับการรักษาตัวเองล้านกว่าบาท

Google+

เราเขียนเรื่องราวนี้ด้วยความตั้งใจแรกว่าอยากหาผู้หญิงที่รู้จักวางแผนและฉลาดในการใช้เงินเพื่อบอกเล่าว่าทำไมเราถึงควรใส่ใจกับการวางแผนการเงิน แล้วเราก็ได้เจอกับสาวคนนี้ที่ทำธุรกิจหลายอย่าง บริหารการเงินได้อย่างดีและรอบคอบมาก ซึ่งช่วยให้เธอไม่ต้องกังวลเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่ก่อนสัมภาษณ์เราก็ได้ข่าวบางอย่างว่าเธอเข้าโรงพยาบาล เพราะตรวจเจอโรคหายากที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง เธอเลยถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เพื่อบอกต่อให้สาวๆ อย่าประมาทกับการใช้ชีวิตของตัวเองกันนะ

สุพิชญา พรรณาวิโรจน์ (ป๋วย) 32 ปี ธุรกิจส่วนตัว

 

หยิบจับทำงานอะไรก็กำไรไปหมด

เห็นเป็นผู้หญิงน่ารักสดใสอย่างนี้ พอถึงเวลาทำงานขึ้นมาเมื่อไร ป๋วยก็ลุยสู้ตายสุดตัวจริงๆ เพราะเธอเล่าว่ามี 3 ธุรกิจที่ทำอยู่ เธอเก่งถึงขนาดว่าเคยฟื้นธุรกิจที่ขาดทุนหนักๆ มาเป็นกำไรสูงปรี๊ด “ธุรกิจของครอบครัวจะเป็นอาหารแช่แข็งและอาหารแปรรูปส่งออก เราใส่ใจด้านคุณภาพสินค้า และพัฒนาสินค้า เพราะเมื่อก่อนบริษัทป๋วยขาดทุนเกือบร้อยล้าน 3 ปีที่ป๋วยมาทำเราลดต้นทุน เพิ่มการผลิต ปรับเป็นแนวผักผลไม้ เราดูดอกเบี้ย การตลาด ตอนหลังบริษัทก็กลับมากำไรเปอร์เซ็นต์สูงกว่าเดิมเป็นเท่าตัวค่ะ” นอกจากธุรกิจของที่บ้านก็ยังมีบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่ดังจากการที่มีคนไปรีวิว แล้วเธอก็ต่อยอดออกแบบและรีโนเวทให้กับรีสอร์ทหรือตึกแถวต่างๆ เท่านั้นยังไม่พอก็ยังมีโรงงานทำโซฟาหนัง ป๋วยเป็นสาวที่ทำงาน 7 วันด้วยความสนุกและแอคทีฟมากๆ

อาการแปลกๆ เกิดขึ้นจนต้องไปหาหมอ

ระหว่างที่เรากำลังจะนัดคุยกับป๋วย เธอบอกว่ามีทริปต้องไปฝรั่งเศส แต่พอกลับมาป๋วยต้องแอดมิดนอนโรงพยาบาลอยู่เกือบเดือน “กลับจากฝรั่งเศสมีอาการเวียนหัว เราก็คิดว่าเจ็ตแล็ก สงสัยเราคงบินเยอะๆ ไม่ได้แล้วมั้ง สมองปรับไม่ทัน ช่วงนั้นโรงงานอาหารก็มีปัญหา เราอาจจะเครียด เลยรู้สึกปวดตาและปวดหัว ผ่านไป 4 วันมีอาเจียนเริ่มรู้สึกแปลกๆ คุณหมอก็จ่ายยาให้บอกว่าแค่นี้หายชัวร์ ปรากฏไม่หาย คุณหมอเลยเรียกมาสืบอาการ เราก็คิดว่าไมเกรนรึเปล่า แต่คุณหมอบอกไม่ใช่ ให้เล่าว่าอาการปวดเป็นยังไง หมอเลยส่งไปทำ MRI, MRA ทำเสร็จออกมาก็ยังต้องฉีดสีเข้าไปดูอีกว่าเป็นยังไง ก็รู้ว่าใช่เลยเป็นโรค AVM หรือหลอดเลือดสมองผิดปกติ”

หลอดเลือดสมองผิดปกติ…โรคร้ายแรงที่มีโอกาสเจอได้ยากมาก

ป๋วยบอกว่าหลังจากรู้ก็กลับมาศึกษาว่าโรคนี้เป็นยังไง แล้วก็ได้รู้ว่าโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติหรือเรียกว่า Cerebral arteriovenous malformation เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้เองโดยที่ในทางการแพทย์ยังหาสาเหตุในการเกิดโรคชนิดนี้ไม่ได้ โรคนี้จะโอกาสพบน้อยมากประมาณ 15-18 รายต่อประชากร 100,000 คน แต่แสดงอาการให้ปรากฎเพียงประมาณ 2-10% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ทั้งหมด สำหรับตำแหน่งที่หลอดเลือดผิดปกติของป๋วยดันมาเกิดใกล้กับสมองส่วนควบคุมลานสายตา “ของป๋วยมีการโป่งพองของเส้นเลือด 3 จุด ไม่ใหญ่มากแต่อันตราย แล้วของเราอยู่ใกล้ลานสายตาเป็นเกี่ยวกับองศาในการมองเห็น เราเลยต้องเข้าผ่าตัดเปิดสมองส่วนด้านขวาที่ควบคุมลานสายตาด้านซ้ายของทั้งสองลูกตา ถ้าปกติคนเรามองเห็น 180-190 องศา ผ่ามาแล้วถ้าเจอแย่ที่สุดก็อาจจะมองเห็นเหลือ 90 องศา มองตรงจะไม่เห็นด้านซ้ายไปครึ่งหนึ่ง หมายถึงสูญเสียการมองเห็น แต่จะเสียมากน้อยก็ต้องลุ้นกัน” แต่ป๋วยคิดบวกมากๆ เธอยังเล่าด้วยความสตรองแล้วบอกว่า “เรามองว่ามันเป็นโรคที่ทำให้เราเป็นคุณนายสวยๆ ค่ะ เพราะอาจจะขับรถต่อไปไม่ได้อีกตลอดชีวิต ก็ต้องมีคนขับให้ แต่เราถือว่าก็ดีกว่าต้องแลกกับชีวิตเรา”

ยังไงก็คิดว่าตัวเองโชคดี

ปกติแล้ว AVM จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นจนกระทั่งเกิดอาการชักกับเส้นเลือดแตกเลย เพราะอาการปวดแทบไม่มี ป๋วยบอกว่าเธอโชคดีมากที่ได้มาเจอก่อน ทำให้การรักษาง่ายขึ้นและสิ่งที่โชคดีที่สุดอีกอย่างคือเธอได้หยุดและมองสิ่งรอบตัวที่เธอเคยมองข้ามอย่างเพื่อนๆ แม่ พี่น้อง ที่มาเยี่ยมกันให้กำลังใจกันไม่ขาดสาย แล้วก็ยังดีใจกับตัวเองที่ตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกทำประกันเอไอเอเลย ไม่รอให้อายุเยอะๆ ก่อน เพราะพอเกิดเรื่องไม่คาดฝันก็รู้สึกเหมือนว่ายังมีเบาะนุ่มๆ มาช่วยรับปัญหาให้เธออุ่นใจและรู้สึกดีว่าการเลือกทำประกันชีวิตกับเอไอเอมาช่วยรองรับเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้

Work-Life Balance สำคัญที่สุด!

จากการหาข้อมูลโรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ คนที่เป็นแค่มีความดันโลหิตสูงก็ทำให้เกิดการแตกของหลอดเลือด หรือออกแรงยกของหนักก็อาจเป็นตัวกระตุ้นได้ ป๋วยฝากไว้ว่า “ไม่มีใครรักเราเท่าตัวของเราเองค่ะ ดูเราเป็นตัวอย่างสิคะ เคยเป็นคนแข็งแรงแล้วอยู่ๆ ก็มาเกิดเป็นโรคนี้ แล้วการผ่าตัดสมองก็เป็นการผ่าตัดที่ยากที่สุดด้วย คนรอบข้างเราเครียดกันเยอะมาก เพื่อนเห็นเคสป๋วยก็รีบทำประกันทันที บางคนก็ทำให้ลูกด้วย เพราะไม่อย่างนั้นป๋วยคงจ่ายค่ารักษาเองเป็นล้าน แต่ตอนนี้เราได้รับการดูแลในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทำให้ไม่ต้องเครียดมากแล้วเอาเวลามาดูแลตัวเองเต็มที่ เราเข้าใจเลยว่านี่เป็นเรื่องของการสร้างอนาคต โชคดีที่ป๋วยได้คำแนะนำดีๆ และเป็นคนหาข้อมูลเยอะมากค่ะ”

ผู้หญิงยุคนี้ต้องรู้จักบริหารการเงินตัวเองให้เป็น!

ตอนแรกที่เราได้คุยกับป๋วย เธอบอกว่าเมื่อก่อนทำงานหนักมาตลอด ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพ เพราะสนุกกับงานเต็มที่ แล้วก็มาเห็นว่าคนใกล้ตัวป่วยเป็นโรคร้ายแรงหมดกับการรักษาตัวไป 10 ล้านบาท ทำให้เข้าใจว่านี่เป็นความเสี่ยงที่วันหนึ่งทุกคนต้องเจอ ป๋วยบอกว่าขนาดรถยนต์เรายังทำประกันชั้นหนึ่ง แต่ร่างกายเราที่ทำงานแลกกับเงิน ทำไมถึงไม่มีอะไรประกันความเสี่ยงเลย ถึงจะมีเงินหลายสิบล้าน แต่ถ้าวันหนึ่งป่วยขึ้นมาก็หมดได้ในพริบตา เลยทำให้ป๋วยมองหาประกันความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคร้ายแรง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกเอไอเอ เพราะดูจากความมั่นคงของบริษัทและดูความเป็นได้ที่บริษัทจะสามารถจ่ายเงินมารองรับความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงของเธอได้ และเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงน้อย!

ถ้าวันหนึ่งมีอะไรเกิดขึ้น ก็ยังมีเงินในส่วนนี้ก็ออกมาเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในวันที่เธอต้องหยุดพักจากการทำงาน 3-4 ปีในการพักฟื้นตัวเอง วันนี้เองป๋วยรู้ถึงความสำคัญของประกันชีวิต และรู้ได้ว่าตัวเองมีคนช่วยดูแลและใส่ใจเธออย่างเต็มที่ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าป่วย

ถึงวันนี้คุณป๋วยเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในช่วงพักฟื้นที่ผลก็ออกมาดีมาก ป๋วยเลยอยากฝากเรื่องของเธอให้เรามีสติกับการใช้ชีวิต รู้ถึงประโยชน์ของการทำประกัน เพราะไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา เรื่องของป๋วยเลยทำให้เราหันมาใส่ใจกับตัวเองมากขึ้นแบบรอบด้านเลยทีเดียวค่ะ