หลังแต่งงานเขากลายเป็นอีกคน แค่คุยกับเพื่อนผู้ชาย ก็ไล่เราออกจากบ้าน ในขณะที่ท้อง 5 เดือน!

สัมภาษณ์โดย พี่เอ๋ บก.

 

 

สาวน้อยคนนี้เธอคืออดีตนิสิตสถาปัตย์ เป็นพร็อพ มาสเตอร์มือทองให้กองถ่ายจากต่างประเทศ หนังดังอย่าง Impossible เธอก็เคยดีไซน์มาแล้ว มิ้นทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ใครจะคิดว่าเธอรวบตึงบอกกับเราว่า  “มิ้นแต่งงาน แล้วโดนสามีหาว่ามีชู้ ไล่ออกจากบ้าน เขาไม่เชื่อว่าลูกในท้องเป็นลูกเขาค่ะ”

 

14915688_10157754505930624_4301820226439670111_n

 

หนึ่งชั่วโมงเต็ม หลังจากมินท์เล่าเรื่องของเธอให้เราฟัง มิ้นบอกว่า “ไม่แค้นเลย ไม่ทุกข์แล้ว และขออโหสิกรรมให้ทั้งหมด ขอให้เรื่องของมินท์เป็นวิทยาทานให้ผู้หญิงทุกคนค่ะ”

 

มินท์ใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวปกติ เรียนจบ ไปเรียนต่อ กลับมาหางานทำที่ใช่ที่สุด มินท์จบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอไปเรียนต่อที่อินเดีย เรียนด้วยความอดทน ทรมาน เรียนทุกวิชา แล้วไม่มีอุปกรณ์สื่อสารใดๆ อยู่ไปปีกว่าๆ กลับมาเมืองไทย เธอรู้จักตัวเองมากขึ้น และรู้เลยว่าอยากทำงานอะไร

 

12107217_10156248788210624_4648243081938201509_n

 

ไม่นานนักหลังจากทำงาน เธอก็แต่งงานกับเขา

มินท์ได้ทำงานในกองถ่ายระดับโลก เป็นดีไซเนอร์ฉาก พร็อพต่างๆ ให้หนังหลายๆ เรื่องที่มาถ่ายในไทย มิ้นสนุกกับงานมาก แต่ชีวิตมาเปลี่ยนตอนที่เธอไม่สบาย เป็นก้อนเนื้อหลังโพรงจมูก โชคดีไม่ใช่มะเร็ง มินท์เลยคิดว่า คงทำงานหนักไม่ได้อีกแล้ว ก็เลยไปเรียนทำขนมที่กอร์ดองเบลอ มินท์ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่มากาลอง แมดเดอลีน เครมบูเล เค้กต่างๆ

15942953_1837023783252402_1426243726_o

 

หลังจากนั้นเธอได้เจอผู้ชายคนหนึ่ง เธอเจอเขาในงานแต่งงานเพื่อนที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก ผู้ชายคนนี้เป็นญาติของเพื่อน เขามาตามจีบเธอ มินท์บอกว่า “ตอนแรกก็ไม่ชอบ เพราะปกติจะคบแต่เด็กถาปัดด้วยกัน แต่ดูแล้ว ก็เห็นเขาดูรักเรา เขาจบบัญชีมา มีโรงงานของที่บ้าน ก็เลยคิดว่าน่าจะโอเค” คบกันไม่นาน เขาก็มาขอมินท์แต่งงาน เธอก็เลยตกลงแต่งงานด้วย

 

หลังแต่งนี่ หนังคนละม้วนกับตอนคบกันเลย

พอแต่งงานไป เธอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสามี ในบ้านเขาก็มีแม่ พี่สาวเขาอยู่ด้วย แล้วความดราม่าก็เริ่ม มินท์เล่าว่า “มีทะเลาะกันบ้าง แล้วมีช้อตเขาหนีออกจากบ้านไปสองสามวัน เราก็จะคอยขอให้กลับมาคุยกันตลอด”

 

แม่เขากันซีนตลอด จนเธอรู้สึกว่าแปลกๆ แล้วล่ะ

น้ำเริ่มขุ่นขึ้นๆ เมื่อมนุษย์แม่ของเขาเริ่มเข้ามาแทรกแซง “ก็ไม่คิดว่าจะเจอเลย เหมือนในละครเลย หลังจากนั้นเขากับแม่ก็เริ่มไม่ดีกับเรา แม่เขาขี้เหนียวมากด้วย ขนาดเราซื้อแป้งทาหน้า เขายังว่าเราเลยว่าหัวสูง แล้วก็ห้ามไม่ให้ไปสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัย เราชวนเขาไปหาแม่เรา เขาก็ไม่เคยไป เพราะแม่เขาจะเรียกให้ไปทำงานให้ตลอด ไคลแมกซ์ก็คือ เราท้องแล้ว พอเริ่มท้องเท่านั้นล่ะ ยิ่งเจออะไรไม่คาดคิดจริงๆ”

 

แค่คุยกับเพื่อนผู้ชาย เขาก็หาว่าลูกจะเป็นดาวน์

มินท์คุยกับเพื่อนผู้ชายธรรมดา เพื่อนที่ถาปัด คณะที่มีแต่ผู้ชายเรียน แต่สามีของเธอกลับหาว่า เธอมีชู้ “เรามีเพื่อนผู้ชายเยอะตั้งแต่ตอนเรียน รู้จักกันมานานแล้ว ก็แค่มีเพื่อนแช้ตมาถามว่า แต่งงานแล้วเป็นไง เขาก็มาแอบอ่าน เขาส่งแช้ตไลน์ของเรา เข้าเมลเขาหลายอันมาก แล้วพอท้องได้ไม่กี่เดือน เราก็ต้องไปตรวจเลือด ปรากฏเรามีเป็นโลหิตจางนิดหน่อย แต่กลับมาบอกเขา เขาหาว่า ลูกเราต้องเป็นดาวน์แน่ๆ”

 

ปกติถ้าอยากรู้ว่าลูกปกติแน่มั้ย แม่จะไปเจาะน้ำคร่ำ ก็จะรู้ผลได้ พอเขาบอกมินท์อย่างนี้ มินท์ก็เลยบอกว่า “มินท์มั่นใจว่าลูกไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่แน่ใจขนาดนั้น ไปเจาะน้ำคร่ำก็ได้ แต่เขานี่ล่ะบอกว่า ไม่ต้องเจาะหรอก แต่มินท์ก็ไปเจาะอยู่ดี”

 

1 วันหลังจากเจาะน้ำคร่ำ เขาก็ไล่มิ้นท์ออกจากบ้าน

สิ่งที่ทำให้มิ้นท์ช็อค และเสียใจที่สุดคือ วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เธอไปเจาะน้ำคร่ำแล้ว เขาก็ไล่เธอออกจากบ้าน “เขาไล่เราออกมาเลย เก็บของให้ด้วย แล้วชี้หน้าบอกว่า นี่ไม่ใช่ลูกเขา เขาทนไม่ได้ที่มีเราเป็นคนเลี้ยงลูก แล้วมีแม่เราเป็นอาม่า” มิ้นบอกว่าตอนนั้นเธอท้องได้ 4-5 เดือนแล้ว ยังปวดท้องจากเจาะน้ำคร่ำอยู่เลย แต่เขาให้เธอเก็บของออกจากบ้านเดี๋ยวนั้น หาว่าพ่อแม่เธอไม่ดี “เขาไปฟ้องแม่เขา แม่เขาก็เรียนมิ้นท์ไปบอกว่า เงินสินสอดน่ะให้สองคนนะ ไม่ใช่ให้มิ้นท์คนเดียว หาว่ามิ้นท์ไม่รู้ประเพณี แล้วแม่มิ้นท์ก็มีเงินนี่นา”

 

เสียใจมาก แล้วเขาก็มาขอหย่าอีก

ไล่ซะจริงจังมาก มิ้นท์ก็เลยกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่ตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็ให้คนงานเอาของเราแพ็คเรพอย่างดีเลย ขนมาคืนเรา มิ้นบอกว่า “เสียใจมากๆๆ มันช็อค แต่จังหวะนั้นคือเสียใจเยอะไม่ได้ เพราะกลัวลงลูก ก็จะแบบต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอสิ นอนๆ นี่มีผวาตลอด มานึกๆ ดูก่อนโดนไล่ เขาก็ไม่ดีกับเราเท่าไหร่นะ มีชี้หน้าด่าเราด้วย แม่เขาก็โหดขึ้นๆ เหมือนเชือดเรานิ่มๆ นี่นา” พอมิ้นท์ย้ายมาบ้านได้ไม่นาน เขาก็โทร.หาเธอ ตอนแรกมิ้นท์นึกว่าจะมาขอคืนดี แต่เขาบอกว่า “ไปหย่าเลย”

 

เขาเอาของเราทุกอย่างไปขาย

อีกเรื่องหนึ่งที่มินท์เล่า และตอนนี้ล่ะที่เธอบอกว่า บ้านเราจำติดตาไปเลย “คือ เราจะกลับไปขนเครื่องครัวของเราอีกรอบ ปรากฏว่าเขาเอาเครื่องครัวเราไปขาย ตู้เย็น โต๊ะ แล้วก็รถเราด้วย ของมีราคาทั้งนั้น แล้วเลยมารู้ทีหลังว่า อ๋อ!! เขามีปัญหาเรื่องเงิน”  มินท์บอกว่าสิ่งที่เกิดกับเธอมันแย่มาก แต่สิ่งที่เธอไม่มีทางยอมให้กระทบกระเทือน คือลูกในท้องของเธอ มิ้นไปโรงพยาบาลตรวจลูกคนเดียวตลอด ทุกครั้งที่หมอถามว่าพ่อไปไหน เธอน้ำตาไหลตลอด ในใจลึกๆ ก็แอบกลัวว่าลูกจะโตมาโอเคมั้ย

 

12821497_10156677274260624_1562508097241517033_n

 

ทำใจไม่ได้ไปพักใหญ่ๆ จนลูกเกิดมา

กว่าที่มินท์จะผ่านทุกอย่างมาได้ เธอทั้งเจ็บปวด ทั้งคอยย้ำถามตัวเองทุกวันๆ ทำไมต้องเป็นเธอที่เจอเรื่องแบบนี้ โชคดีที่เธอได้ฝึกให้อยู่กับปัจจุบันให้ได้ ยอมรับสิ่งที่เกิดซะ ถึงมันจะหนัก ก็ไม่ต้องไปสงสัยหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไม ยังไง มินท์ฝึกตัวเองจนเข้มแข็ง อดทน เธอดีขึ้นมาก

 

อภัยได้หมด เมื่อวันที่ลูกเริ่มพูดได้

มินท์คลอดลูก ดูแลลูก อยู่กับหัวใจตัวเอง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนลูกอายุจะครบขวบ มิ้นบอกว่า “พอลูกเริ่มพูดได้ แปลกเลย เรื่องที่เคยอยู่ในหัวตลอด มินท์ลืมหมดเลย แล้วก็ให้อภัยเขาหมดแล้ว ในใจก็ไม่เอาอีกแล้ว เฉยๆ ไปเลย รู้เลยว่าเราก้าวข้ามมาได้แล้ว”

 

13312761_10157073020550624_8175614726014041798_n

 

 

ขนมผิง สุขใจ ก็ได้เกิดขึ้นด้วยมือเธอ

FB: Sookjai healthy

ไม่ว่าเรื่องราวจะโหดร้ายกับจิตใจมินท์ยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอบอกตัวเองว่าต้องทำก็คือ “มินท์ต้องเก็บเงินเลี้ยงลูก แล้วอยากเลี้ยงลูกให้มากที่สุด ก็เลยคิดว่าทำขนมขายแล้วกัน พอดีลูกแพ้นม ก็เลยคิดว่าจะทำขนมอะไรให้ลุกดี เออ! ขนมผิงไม่ใส่นมนี่นา แล้วไม่ค่อยมีใครทำแล้วด้วย ก็เลยทำขนมผิงแนวสุขภาพขึ้นมา” มินท์เล่าแล้วก็หยิบขนมผิงสุขใจมาให้เรากิน “อันนี้มีกะทิ แป้งมันสำปะหลัง ผงโกโก้ น้ำตาล เด็กที่แพ้นม แพ้ช็อคโกแลตจะกินได้ อันนี้กลูเต็นฟรีจริงๆ แล้วก็เลยทำรสชาไทย กะทิ ชาเขียว” มินท์เล่าไป เราก็กินขนมผิงของเธอไปแบบเม็ดต่อเม็ด อร่อยมาก เฮลธ์ตี้ ไม่หวานมาก หอมกะทิ

 

cleo-09-0953

 

กว่ามินท์จะได้ขนมผิวรสนี้ เธอบอกว่าไม่ง่ายเลย “มันยุ่งยากกว่าเค้กมาก ถอดใจไปหลายทีละ ต้องพลิกสูตรเยอะมาก เหนื่อยมากด้วย ต้องคิดวิธีที่แบบเอ้า! เอาที่คนอื่นไม่เคยทำเลยละกัน จนมาได้ที่เราว่าชอบแล้ว ก่อนขายก็ต้องเช็คแคลอรี่ก่อน ทั้งถุงนี่ 200 แคลอรี่ อย่างถ้าคุ้กกี้ชิ้นหนึ่งก็ 100 กว่าๆ แคลอรี่แล้ว”

 

ตอนนี้มิ้นเป็นยังไงบ้าง

“มีความสุขดีแล้วค่ะ” คิดอย่างเดียวเลยว่า “เราพยายามอยู่ทางสายกลาง แล้วเดี๋ยวเรื่องร้ายๆ ก็จะผ่านไป ถ้ามีเรื่องร้ายๆ อีก มินท์คิดเลยว่า มาอีกสิ มาเลย มันเป็นบททดสอบ ถ้าเราผ่านไปได้ เราก็จะเข้มแข็งไปอีกสเต๊ป ยิ่งเรามีบททดสอบเยอะ เราก็จะมองโลกนี้ง่ายขึ้นเยอะ เราจะเป็นแบบอย่างให้ลูกเราได้ มั่นใจเลยว่าวันหนึ่งเขาจะเข้าใจ”

 

cleo-09-0981

 

อีกอย่างหนึ่งพอเวลาผ่านไป มินท์บอกว่า “เรื่องที่เล่านี่แทบจะจำไม่ได้แล้ว รายละเอียดมันเล็กลงเรื่อยๆ เวลาช่วยได้ ถ้าเจออะไรแย่ๆ ให้หาสิ่งดีๆ เข้าตัว เครียดก็พยายามดึงตัวเองออกมาค่ะ”

 

ถ้าย้อนเวลากลับได้ ตอนนั้นก่อนแต่ง…

“จะไม่รีบแต่งแน่นอนค่ะ จะดูให้ถึงครอบครัวเขาด้วย พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน จะไม่ดูแค่ตัวเขาคนเดียว เพราะพอเราแต่งงานไป เราก็เหมือนกับเป็นคนในครอบครัวเขา เราพลาดเองที่ไม่ได้ดูก่อนให้รอบคอบ คิดแต่ว่าที่เขาทำดีกับเรา คือเขาจริงใจ เราไม่ควรมั่นใจในตัวเองมากไปค่ะ”

 

คลีโอขอขอบคุณมินท์ สุมีนา จงวัฒน์ผล หญิงสาววัย 32 ปี และน้องมาย สาวน้อยวัย 2 ขวบ

ขอบคุณสปิริต พลังใจ ความนิ่ง ความเข้าใจบททดสอบนี้ของเธอนะคะ

cleo-09-0934