30 สเต็ปชีวิตก่อนก้าวเข้าวัยเลขสาม ไม่มีใครบอกแต่เราเรียนรู้เอง - CLEO Thailand Online Magazine

30 สเต็ปชีวิตก่อนก้าวเข้าวัยเลขสาม ไม่มีใครบอกแต่เราเรียนรู้เอง

ก่อนจะเข้าวัยเลขสามก็ขอทำอะไรแบบฮิตๆ อย่างการตกตะกอนชีวิต บทเรียน ข้อคิด ที่ต่อให้ใครพร่ำสอนเราแค่ไหน ถ้าเราไม่เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจก็ไม่สามารถไปสู่บทเรียนต่อไปได้อยู่ดี

 

หนึ่ง) มองย้อนกลับไปเราจะเห็นตัวเองอีกคน ขณะที่เรารู้สึกเหมือนตอนนี้เราคืออีกคนที่โตกว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า และอยากจะบอกเด็กคนนั้นเหลือเกินว่า อย่าใส่ใจกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้

สอง) ใช่ เราจะควบคุมหลายๆ เรื่องในชีวิตตัวเองไม่ได้ ต่อให้เราเป็น perfectionist ทุกอย่างต้องเป๊ะเหมือนอิฐบลอกวางต่อกัน แต่มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นตลอดทั้งชีวิต แม้แต่ความรู้สึกของเรา เรายังควบคุมไม่ได้เลย

สาม) แต่เราควบคุมการกระทำของเราได้ มันรวมถึงการแสดงออก วิธีการตอบรับต่อการกระทำของคนอื่น เวลาเราโมโหมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่พอเราให้เวลาความร้อนของอารมณ์โกรธค่อยๆ เย็นลง เราจะเห็นภาพชัดขึ้น

สี่) ไม่มีหรอก งานที่ไม่มีเรื่องน่าปวดหัว ต่อให้เป็นงานที่เรารัก เราจะไม่ได้รักมันตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งเราต้องลงมือทำหน้าที่ที่เราไม่ถนัดเลยหรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และแก้ปัญหาที่ดาหน้าเข้ามาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว เพื่อไปสู่ช่วงเวลาที่เราอยากทำอะไรบางอย่างเสมอ

ห้า) ความรักก็เหมือนกัน ไม่มีหรอก คนที่ไม่มีข้อเสียที่เรารับไม่ได้ แต่เราจะอยู่กับคนๆ นั้นได้ก็ต่อเมื่อเรารับมือกับข้อเสียของเขาด้วยสำนึกที่ว่าเราเองก็มีข้อเสียเหมือนกัน เวลาทะเลาะกัน อย่าโยนความผิดให้กัน แต่ทะเลาะกันด้วยความรักและในนาทีต่อมาเราจะหัวเราะให้กันเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น

หก) ชีวิตเรายังต้องการเพื่อนที่คอยรับฟัง แค่อาจจะไม่ใช่ทุกรายละเอียดของชีวิต เพราะทุกคนต่างก็มีเรื่องส่วนตัวที่ต้องจัดการของตัวเอง รักษากลุ่มเพื่อนที่จะคอยมานั่งอัพเดทชีวิตและปรึกษาปัญหาใหญ่ๆ ที่แก้คนเดียวไม่ได้เอาไว้ และหัดแก้ปัญหาจุกจิกเองบ้าง เรารู้น่า! ว่าเราจัดการมันเองได้

เจ็ด) ไม่ห่วงแล้วความคูล ความฮอตอะไรแบบเด็กวัยรุ่น คนอื่นจะมองเราเป็นคนแบบไหนโยนความคิดนั้นทิ้งไปแล้วเรียบร้อย จะอยากให้ใครชื่นชมในลุคเท่ๆ ไปทำไมในเมื่อเราเป็นคนตลกซะด้วยซ้ำ

แปด) อย่าออกตัวแรงในทุกเรื่อง นิ่งก่อนจะออกความเห็นอะไรไปเพราะเรื่องมันอาจจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เรื่องพลิกไม่ยาก แต่เราพลิกลิ้นจะยากกว่าและไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป

เก้า) We can’t choose our family เรารักครอบครัวของเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าวงศาคณาญาติของเราทุกคนจะเป็นคนที่เข้ากับเราได้ ไม่ชอบก็ไม่ต้องยุ่งและถือซะว่าเป็นคนที่เราไม่ได้เลือกเข้ามาในชีวิต

สิบ) but we can choose our friends ในเมื่อครอบครัวเราเลือกไม่ได้ ก็รู้จักเรื่องเพื่อนก็แล้วกัน คนทัศนคติไม่ดีตัดไฟตั้งแต่ต้นลมอย่าไปใช้เวลาด้วยเยอะ เพราะความเป็นเขามันจะซึมซับเข้ามาสู่ตัวเรา

สิบเอ็ด) โลกนี้มีอยู่สองเรื่อง คือเรื่องที่เรารู้และเรื่องที่เราไม่รู้ และเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เก่งในเรื่องที่รู้ให้สุดก็ดีมากแล้ว

สิบสอง) โหมงานหนักเกินไปไม่ดีต่อใครทั้งนั้น ร่างกายและสมองของมนุษย์ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ เราควรมีตารางชีวิตที่แน่นอนในแต่ละวัน คร่าวๆ ก็ได้ว่าถ้าต้องตื่นเวลานี้ ควรนอนเวลาไหน ไม่ว่าจะทำงานอะไรอยู่ เราตัดฉับได้นอนไปเลย ปล่อยสมองให้โล่งซะยังไงก็หลับได้อยู่แล้ว รู้สึกว่ายุ่งเมื่อไหร่ จงหายใจให้ช้าลง

สิบสาม) ไม่มีงานไหนสำคัญมากไปกว่าชีวิตของเราเอง คือข้อเท็จจริงที่คนรอบตัวพิสูจน์ให้เห็นกันทั่วไป ถ้าเราไม่ทำงานนี้ ยังไงก็มีคนใหม่มาทำแทนเราอยู่ดี มันก็เป็นวัฎจักรวนเวียนกันไป เราไม่สามารถรับผิดชอบบริษัทไหนได้ถ้ายังรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ได้

สิบสี่) ที่สำคัญรองจากเรา คือครอบครัวขนาดเล็ก เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย คนที่ผูกพันธ์ตรงกับเราทางสายเลือด ให้เวลา ใส่ใจพวกเขาก่อนจะสายเกินไป

สิบห้า) งานไหนที่เราไม่ใช่ตัวเอก อย่าทำตัวให้โดดเด่นเกินไปเพราะมันไม่น่ารักเท่าไหร่หรอกนะ ความโดดเด่นของคนมันจะฉายในเวลาที่เหมาะสม และมันมาจากอินเนอร์ข้างในตัวเรา เคยมีคนบอกว่าความน่าสนใจของคนเราทุกคนมันไม่ใช่ความพยายามอะไรเลย ไม่ต้องเวอร์ เพราะแทนที่จะดูน่าสนใจจะกลายเป็นน่ารำคาญ

สิบหก) มันไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เราจะให้คำปรึกษาคนอื่นในหลายๆ เรื่องได้ดีกว่าถ้าต้องแก้ปัญหาของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของความรัก ต่อให้เก่งมาจากไหน ไม่ต้องอ่อนแอก็แพ้ได้เหมือนกัน ถึงเราจะรู้ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดและมองเห็นทางออกอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะรอด

สิบเจ็ด) คนที่มีวุฒิภาวะเท่านั้นที่จะเลือกเหตุผลมากกว่าความรู้สึก และบางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะสิ่งที่ถูกใจแต่ไม่ถูกต้องจะทำให้คนที่เรารักทั้งหลายรวมทั้งตัวเราเจ็บปวดได้แบบไม่มีที่สิ้นสุดเลยล่ะ แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องการวุฒิภาวะ

สิบแปด) ไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆ คนที่เรารักและรักเราไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเจ้าของเขาซะหน่อย เมื่อถึงวันหนึ่งที่ใครบางคนเลือกจะเดินออกไปจากชีวิตอย่ารั้งเขาไว้ให้เสียเวลา รั้งใจตัวเองดีกว่าอย่าให้ติดตัวเขาไปด้วย

สิบเก้า) เลิกแคร์ความเห็นคนอื่นไปแล้ว อย่างน้อยก็แคร์น้อยลงเยอะกว่าแต่ก่อน ถ้าทำแบบนี้คนนี้จะคิดยังไง จะเห็นเราเป็นคนยังไง ช่างมันเถอะเพราะสุดท้ายแล้วมันก็อยู่ในแค่ความคิดของเขา เรารู้ว่าเราเป็นยังไงและก็คงไม่เปลี่ยนหรือเฟคเพื่อทำให้คนที่ไม่สำคัญกับชีวิตประทับใจในตัวตนที่ไม่ใช่ตัวเราจริงๆ

ยี่สิบ) หลงทางคือวิธีการบันทึกเส้นการเดินทางที่ดีที่สุด เพื่อให้เรารู้ว่าชีวิตจริงของเราเราเลือกไปผิดทางได้ แต่มันก็แค่อ้อมไปสู่จุดที่เราจะไปหรือไม่ก็แค่เดินย้อนกลับไปทางเดิม สิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นเรื่องร้ายเราคิดล่วงหน้าเพื่อป้องกันก่อนได้ก็ดี แต่ไม่มีทางที่ชีวิตจะมีแต่เรื่องร้ายไปทั้งหมด เรื่องดีๆ ก็จะปรากฎขึ้นในชีวิตเราเช่นกัน

ยี่สิบเอ็ด) หัวเราะให้กับความผิดพลาดและอย่าจริงจังเกินไปกับอะไรทั้งนั้น พอเราทรีตให้เรื่องผิดพลาด เรื่องเศร้า หรือคราบน้ำตาให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ มันจะทำให้ vibe รอบตัวเราน่าอยู่ใกล้ขึ้นอีกนิด แค่รู้จักกาละเทศะว่าถ้าเป็นเรื่องเศร้าของคนอื่นก็อารมณ์ดีใส่แค่พอประมาณ

ยี่สิบสอง) จะลงมือทำหรือไม่ อะไรก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละ เราเสี่ยงทำเราจะได้ผลอะไรบางอย่างกลับมา ไม่สำเร็จ ก็ล้มเหลว ไม่ล้มเหลว ก็เรียนรู้ …ไม่สิ ไม่ว่าจะล้มเหลวหรือสำเร็จเราจะได้เรียนรู้ เสี่ยงไม่ทำก็เช่นกัน เราจะได้เรียนรู้ความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำ และพบว่าไม่ใช่ทุกอย่างคุ้มค่ากับการตะลุยเข้าไปหามันซะทั้งหมด

ยี่สิบสาม) เริ่มต้นวันด้วยทัศนคติที่ดี แล้วแม้แต่ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันก็จะยังสามารถทำให้เราแฮปปี้ได้พอๆ กับเรื่องใหญ่ในชีวิตเลย

ยี่สิบสี่) be flirty กับทุกคนที่รู้จัก เราเฟลิร์ตเพื่อโปรยเสน่ห์ให้ทุกคนแอบอมยิ้มเวลาที่ได้เจอเรา ผู้หญิง(หรือผู้ชาย)ที่มีเสน่ห์น่ะใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ อยากเป็นเพื่อนด้วย ไม่ได้ให้อ่อยมนุษย์ทุกคนที่ขวางหน้าซะหน่อย

ยี่สิบห้า) และเพราะบางทีที่เราเป็นตัวเราเองจนชัดเจนมาก รู้ว่าอะไรที่เราชอบ อะไรที่เราไม่ชอบและขอเซย์โนเลย ก็อาจจะทำให้อย่างน้อยหนึ่งคนบนโลกไม่ชอบหน้าเราเท่าไหร่ ไม่เป็นไรหรอก เราไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกคนได้และมันก็โอเคมากมาย

ยี่สิบหก) ในทุกวงการ ทุกบริษัทเราจะเจอกับเพื่อนร่วมงานที่เก่งในการแถเอาตัวรอดไปวันๆ เราอาจจะตั้งคำถามว่าในหนึ่งวันเขาทำอะไรบ้าง และเราจะไม่ได้คำตอบกลับมา ช่างเขาไปเลยง่ายกว่า วิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ของเราต่อไป

ยี่สิบเจ็ด) อย่าปล่อยให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายหัวใจเราได้ง่ายๆ แน่นอนว่าเราจะโดนทิ้ง ผิดหวังกับความรัก และเสียน้ำตามากมาย แต่รู้ตัวเมื่อไหร่ หันกลับมารักตัวเองให้เร็วที่สุดเลย

ยี่สิบแปด) คำชมที่เราไม่ได้คิดอะไร มันอาจจะมีความหมายกับบางคนมากกว่าที่เราคิดก็ได้นะ …มันทำให้วันทั้งวันของคนๆ นั้นสว่างวาบขึ้นมาได้เลยล่ะ

ยี่สิบเก้า) สุดท้ายแล้วเราจะหายไปจากโลกใบนี้ จริงอยู่คนที่เป็น ‘ตำนาน’ ชื่อเสียงของเขาจะยังคงติดปากคนบนโลก หากเราอยากจะเป็นตำนานของคนที่ชอบเราจริงๆ ก็ควรจะสร้างอะไรเอาไว้ให้พวกเขาระลึกถึง เป็นตัวเองให้สุดไปเลยอย่าให้วันสุดท้ายของชีวิตจะต้องมาเสียดายว่าฉันแค่เกิดมาเพื่อตายไปเท่านั้น ทำงานที่ไม่ชอบ ใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก เพราะคนอื่นบอกว่าดี

สามสิบ) ตัวตนเราจะเปลี่ยนแปลงอีก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นตัวของตัวเองนะ เรายังเป็นเรานี่แหละแต่ในอีกเวอร์ชั่นที่เริ่ดกว่าเดิม!

HOROSCOPE