หรือจริงๆ แล้วที่ผ่านมามันไม่ใช่ ความรัก - CLEO Thailand

2,500 Days of Love…หรือจริงๆ แล้วที่ผ่านมามันไม่ใช่ความรัก

ความรัก, 500 Days of Summer, ซัมเมอร์, ซัมเมอร์ ทอม

หรือจริงๆ แล้วที่ผ่านมามันไม่ใช่ ความรัก

500 Days of Summer, 500 วันของซัมเมอร์, ซัมเมอร์ ฟินน์, ทอม แฮสเซน, ความรัก

“เราคิดว่าเราเป็นซัมเมอร์แหละ”

ใครจะคิดว่านี่คือประโยคบอกเลิกระหว่างเราในวันก่อนถึงวันครบรอบเจ็ดปีเพียงสามเดือน

เวลาผ่านไปสามปี…เราลองเปิดดูหนังรักในตำนานเรื่อง 500 Days of Summer อีกครั้ง เพื่อทดสอบว่าเราผ่านความรักครั้งนั้นมาได้แล้วจริงๆ ว่ากันว่าเวลาดูหนังสักเรื่องหนึ่ง เราจะ “รู้สึก” กับมันต่างกันไปในแต่ละครั้งที่เปิดดู นั่นเพราะเราผ่านเรื่องราว ผ่านกาลเวลา ซึ่งมาพร้อมกับความคิดที่เปลี่ยนไป

เพราะมนุษย์คือสรรพสิ่งที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน และจะไม่กลับมาเป็นคนเดิมอีกต่อไป

เราทุกคนเป็นทั้งซัมเมอร์ ฟินน์ และเป็นทั้งทอม แฮสเซน มีตกหลุมรัก มีรู้สึกชอบ มีรู้สึกอยากใกล้ชิด มีความหลงใหล มีความรัก มีความผูกมัด และสุดท้ายมีการจากลา

คนเรามีมุมมองความรักที่แตกต่างกันไป…ซัมเมอร์ ฟินน์ เชื่อว่า บนโลกนี้มีสองสิ่งที่เธอรัก คือหนึ่ง ผมสีเข้มที่ยาวสลวยของเธอ และสอง เธอสามารถตัดมันทิ้งได้ง่ายโดยไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น และคิดว่า “ความรักไม่มีจริงหรอก มันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน” ในขณะที่ทอม มองว่าเขาไม่ต้องการสถานะที่ชัดเจนก็ได้ “ถ้าเรารักกันมากพอ”

แต่เอาจริง เราว่าลึกๆ แล้วซัมเมอร์อาจจะรู้สึกว่าทอมคือคนที่ไม่ใช่สำหรับเธอก็ได้ หรือซัมเมอร์อาจจะมองไม่เห็นอนาคตร่วมกันระหว่างเธอกับทอมก็เป็นได้ ซึ่งการที่เธอบอกว่าความรักเป็นเรื่องที่เพ้อฝันนั้น มันอาจจะคล้ายๆ กับการสร้างกำแพงขึ้นมากั้นเอาไว้ เพียงเพื่อไม่ให้คนที่เธอรู้สึกว่าไม่ใช่ปีนข้ามมา และทอม…ก็คือคนที่เธอพลักให้ตกจากกำแพงลงไป และนี่ก็น่าจะเป็นเหตุของประโยคบอกเลิกในวันนั้นที่เขาบอกกับเรา

เมื่ออยู่ๆ เธอก็ ไม่รู้สึก

หากพูดถึงเรื่องลำดับขั้นของความรัก โรเบิร์ต เจ. สเติร์นเบิร์ก อาจารย์สอนวิชาจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเยล และเป็นเจ้าของทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรัก (Triangular Theory of Love) บอกไว้ว่า ความรักของมนุษย์มี 3 องค์ประกอบด้วยกัน

ชิ้นส่วนแรกคือ ความใกล้ชิด (Intimacy) เป็นความรู้สึกของความใกล้ชิด ความสนิทสนมกัน ซึ่งหากมนุษย์เรามีความชิดใกล้ มีความคุ้นเคยกันแล้ว เราจะเกิดความชอบพอกันมากขึ้น นั่นก็คือเกิดความรู้สึกขึ้นมา ในทีนี้ก็ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าจะรู้สึกชอบแบบคนรักเท่านั้น ยังหมายถึงพ่อแม่ ญาติ เพื่อน และพี่น้องด้วย

ชิ้นที่สองคือ ความหลงใหล (Passion) เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาจากการเห็นลักษณะภายนอก และภาพลักษณ์ต่างๆ ซึ่งความหลงใหลนี้เป็นความรู้สึกเชิงชู้สาว รวมถึงเหตุการณ์รักแรกพบ และการหลงเสน่ห์

ชิ้นส่วนสุดท้ายคือ ความผูกมัด (Commitment) เป็นความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่กับอะไรมาสักพักหนึ่ง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึกอะไรเลย หรืออยู่ๆ ก็ไม่รู้สึกแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับความรักที่ว่างเปล่า เหมือนที่อยู่ๆ วันหนึ่งซัมเมอร์เกิดรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและทอมมันไม่ใช่อีกต่อไป

ทั้งหมดนี้ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ความสัมพันธ์ครั้งนั้นก็ต้องจบลง เช่นกันกับความรักของซัมเมอร์และทอม

 

PEOPLE CHANGE, FEELING CHANGE

เวลาที่คนรอบตัวอยู่ในสภาวะจบความสัมพันธ์มาหมาดๆ สังเกตได้เลยว่า ความรู้สึกหนึ่งที่มักจะวนเวียนแล้วก็คิดมันอยู่อย่างนั้นก็คือ “ที่ผ่านมาเขา/เธอเคยรักเรามั้ย” หรือ “ที่ผ่านมาเรารักกันบ้างมั้ย” เอาจริงๆ นะ ทุกๆ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีครั้งไหนที่เกิดขึ้นแบบไร้ความรู้สึกหรอก รักน่ะรักกันอยู่แล้ว ผูกพันน่ะก็ผูกพันกันแน่นอน แต่เมื่อถึงเวลาที่มันหมด ก็คือหมด จะหมดแบบอิ่มเอมใจ หรือหมดแบบเกลียดชังก็แล้วแต่สาเหตุ แต่ที่แน่ๆ เรื่องที่ผ่านมานั้นก็คือความรัก

ตลอดระยะเวลาห้าร้อยวันของซัมเมอร์และทอม พวกเขามีองค์ประกอบของความรักตามทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรักนั่นแหละ เพียงแต่…ไม่ทอม ก็ซัมเมอร์ ดันทำหนึ่งในสามหล่นหายไประหว่างทางเท่านั้นเอง

และตลอดระยะเวลาสองพันห้าร้อยวันของเรา เราก็คงทำชิ้นส่วนบางอย่างหล่นหายไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

 

เพราะงั้น…ถ้าวันนี้คนที่เราคบอยู่ในปัจจุบันจะเดินมาบอกว่า

“เราคิดว่าเรากำลังเป็นแบบซัมเมอร์แหละ”

เราก็คิดว่า เราเข้าใจได้เหมือนกัน.

HOROSCOPE