แค่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี เท่านี้ก็เปลี่ยนโลกได้เลย - CLEO Thailand Online Magazine

แค่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี เท่านี้ก็เปลี่ยนโลกได้เลย

สิ้นปีแล้วก็ถึงเวลาที่เรา ต้องกลับมามองตัวเองอีกครั้งว่าปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง เอาแบบไม่หลอกตัวเองนะ ดูสิเราเป็นสาวทำงานที่สร้างสรรค์เรื่องดีๆ เป็นลูกที่น่ารักของครอบครัว เป็นเพื่อนที่จริงใจ เป็นแฟนที่ใส่ใจหัวใจคนอื่น เป็นคนไทยที่น่าภูมิใจไม่แพ้ชาติไหนบนโลก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จาก คนๆ เดียว อยู่ที่เราแล้วล่ะว่าจะปล่อย เกียร์ว่างหรือเริ่มลงมือพลิกโลก ให้น่าอยู่ขึ้น

 

 

โลกโซเชียลทำให้เรา ใช้ชีวิตตามกระแส

ตอนนี้อาการติด facebook กับ Instagram กำลังทำให้อินเนอร์ในตัวตนเราจริงๆ หายไป เพราะคิดต่างนิดเดียวก็กลายเป็นดราม่าโหมกระพือได้ง่ายมาก และถ้าเราไม่ทำ เราจะเป็นคนเอ้าท์ไปในทันที ทีนี้แทนที่เราจะได้ทำงานและชีวิตในแบบที่เคยก็ต้องเปลี่ยนไปทำเหมือนกับชาวบ้าน เขาต้องไปกินข้าวถ่ายรูปกันที่นี่ เราก็เฮโลตามไป เขากำลังมีอีเวนท์งานนี้ ถ้าได้ไปคนแรกถ่ายรูปอัพเฟซ เราจะคูล เวอร์ แล้วพอติดอยู่ในโลกออนไลน์ เราก็ต้องคอยเสพย์กันเรื่อยๆ เราเป็นผู้หญิงที่รู้เรื่องของทุกคน ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว…เรื่องของ ตัวเองนี่แหละ แทนที่จะโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำ เราเอาเวลาไปสร้างภาพเก๋ๆ ซะหมด เลย ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ตัวเองกับสังคม เลยจริงๆ

 

มัวแต่จับผิดคนอื่นมากไปหรือเปล่า?

ต่อจากสังคมโซเชียลที่เราจะคอยคอมเมนท์กับเรื่องต่างๆ ทำตัวเป็นไม้บรรทัดวัดคนอื่น แถมยังเป็นกระดาษทรายตำหนิคนนั้นทำไม่ดี คนนี้ไม่ได้เรื่อง เอะอะอะไรก็เอาไปโพสต์ด่า แต่เบื้องหลังเราเองชัดๆ ที่ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุด อยากให้คนอื่นมาทำให้เราพอใจ แต่ไม่เคยคิดจะเริ่มทำก่อนบ้าง จากเด็กสาวน่ารักเริ่มกลายร่างเป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานอายุ 30 กว่าๆ ในที่สุดเราจะเป็นมนุษย์ป้าที่น่าเบื่อในที่สุด แต่คนที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง จะชอบเข้าใจผิดว่างานที่เราทำหนักแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายกับฉันจริงๆ และมากกว่า 90% จะไม่รู้ตัว จนกว่าจะเจอความยากลำบากกว่าในชีวิตและคิดได้ว่าเออ ที่ผ่านมาเราสบายมากนะ จะบ่นไปทำไมเนี่ย

It’s Time to CHANGE…

โฟกัสให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกจุดแล้วไปไหนก็จะมีแต่คนต้อนรับยินดี ให้เราตั้งใจและมีเป้าหมาย เราเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน

เป็นอะไรก็เป็นให้ดีที่สุด

ประโยคหนึ่งที่คนรุ่นแม่สอนเรามาคือเขาไม่คาดหวังให้เราต้องมีเงินเป็นร้อยล้าน แค่อยากให้เราทำอะไรก็ทำให้เก่งที่สุด ถึงจะเป็นนักบัญชี เป็นชาวนา เป็นเจ้าของบริษัทก็ต้องเป็นให้เก่งที่สุด ถ้าได้รับมอบหมายให้เราไปกวาดถนนก็ต้องกวาดแบบเป็นแชมป์โลก คนเราอาจจะไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง แต่ต้องหาว่าเราถนัดอะไรที่สุด แล้วก็ฝึกตัวเองให้เก่งขึ้น คิดดูว่าประเทศเรามี 65 ล้านคนและเราแต่ละคนมีทักษะที่ไม่เหมือนกัน ช่วยกันทำในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ รับรองว่าชาติเจริญแน่นอน

ทำอย่างที่ทำอยู่ก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้

บางคนคิดว่าเราเป็นพนักงานบริษัท เราก็แค่ช่วยเจ้าของให้รวย ความจริงแล้วถ้ามองให้กว้าง ถ้ากิจการที่เราทำดี เขาก็ขับเคลื่อนต่อ ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยตัวของตัวเองคนเดียวได้ อย่างถ้าเราทำงานโรงงานผลิตเสื้อผ้า ถ้าเราทำให้สินค้าดังขายดี เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจดีต่อ บริษัทมีเงินจ้างคนให้เขาเลี้ยงครอบครัวต่อไป มองอะไรต้องมองเป็นภาพใหญ่ เราเหมือนเป็นเซลล์เล็กๆ ในร่างกาย แต่เป็นเซลล์ที่แข็งแรง อยู่แล้วมีประโยชน์ที่ได้ทำงานในฟังก์ชั่นของตัวเอง

อย่าเห็นแต่ตัวเอง

ลองถามดูว่าเราทำอะไรให้คนอื่นและสังคมบ้าง อาจไม่ต้องไปทุ่มเทเป็นจิตอาสาทั้งวันทั้งคืน แต่มีสำนึกคิดถึงคนอื่นก่อนบ้าง เราจะเห็นเพื่อนผู้หญิงบางคนสนใจตัวเองมากเกินไป หน้าฉันสวยพอหรือยัง กระเป๋าแบรนด์เนมฉันต้องมีอีกกี่ใบ เสื้อผ้าต้องสวยเป๊ะตามรันเวย์ เป็นผู้หญิงบ้าช็อปปิ้ง เธอคนนั้นอาจจะประสบความสำเร็จในชีวิต อาจมีสามีร่ำรวย เธออาจมี followers เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นไอดอลของผู้นำเทรนด์ที่ทุกคนต้องอิจฉา แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้โอกาสตรงนี้ไปช่วยเหลือคนอื่นต่อ เพราะมัวแต่สนใจว่าฉันจะรวยมากขึ้น ดังมากขึ้นอีกยังไงดี

แบ่งเวลาเป็น = เรามาถูกทางแล้ว

เพื่อนของเราคนหนึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเล่าว่าเห็นกลุ่มน้องๆ นักศึกษาแล้วจะเห็นความหลากหลายมาก สาวๆ บางคนมาสอบไม่ไหวเลยต้องติด F เพราะเมื่อคืนเพิ่งทะเลาะกับแฟนมา บางคนก็คลั่งสวยอยากเป็นเน็ตไอดอลโชว์โป๊ แต่เพื่อนเราคนนี้บอกว่าเด็กสาวบางคนก็โดดเด่นออกมาอย่างชัดเจน ทั้งช่วยงานคณะ พอมีเวลาว่างก็ชวนแฟนนั่งอ่านหนังสือ ถึงจะไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งได้ A ทุกวิชา แต่ก็เป็นสัญญาณบอกได้ว่าเมื่อทำงานเธอจะเป็นคนที่รับผิดชอบได้แบบคนอื่นไม่ต้องห่วง แค่รู้ว่าเวลาไหนต้องทำอะไร ก็ดูเป็นนิสัยที่หายากของเด็กรุ่นใหม่แล้วสิ

หน้าที่ในบ้านก็ลืมไม่ได้

นอกจากเรื่องงานแล้ว อย่าลืมย้อนมามองครอบครัวของเราด้วยว่าเราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง บางทีเราทุ่มเทกับข้างนอกบ้านมากกว่าในบ้านอีก เราจะลืมไปว่าคนสำคัญที่อยู่ในบ้านก็ต้องดูแลด้วยเหมือนกันนะ

ใส่ใจกับหัวใจตัวเองทุกวัน

หาเวลาอยู่เงียบๆ คนเดียวในแต่ละวัน คิดว่าสิ่งที่เราทำดีมากพอแล้วรึยัง เพราะบางทีการสัญญาว่าเราจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็เขวไปได้ง่าย เราเลยต้องเตือนตัวเอง จริงใจกับตัวเอง และห้ามเหลิงไปกับคำอวยของคนอื่น ต้องยึดมั่นกับทางข้างหน้าไม่หวั่นไหวและไม่ให้ใครมาว่าเราได้

HOROSCOPE