เพื่อนแต่งงาน มีรถ มีบ้าน แล้วเราล่ะมีอะไร…?

 

 

จุดอะไรก็ไม่ชวนนอยด์เท่าจุดเปลี่ยน และมันเป็นจุดที่มาเยือนเราได้เสมอ เช่นในวันหนึ่งที่เพื่อนสนิทของเราแต่งงาน ขณะที่เราเพิ่งจะมีแฟน ความรู้สึกอ้างว้างและกลัวนิดๆมันจะค่อยๆไล่จี้เรามาติดๆ จุดเปลี่ยนมันไม่สนุกเลยสักนิด ให้ตายเถอะ!

 

 

เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน

เพื่อนกันตลอดไป ฟังดูเป็นวลีที่อยู่ในเฟรนด์ชิพช่วงประถมปลายแบบสุดๆ ตอนที่เขียนคำนี้ให้เพื่อน เราไม่คาดคิดมาก่อนว่า จนถึงวันนี้ที่เราจะเหยียบเลขสาม ยัยคนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกับเราอยู่! หลังผ่านช่วงเวลาต่างๆมาด้วยกัน เที่ยวเล่น ปาร์ตี้ มหาวิทยาลัย เรียนต่อ มีแฟน เลิกกับแฟน จนวันหนึ่งที่เราสองคนเดินมาอยู่ในจุดทางแยก เมื่อเธอกำลังจะแต่งงาน มีครอบครัว มีลูก แต่เรายังเที่ยวเล่นสำราญอยู่เลย ตอนนั้นเองที่ทำให้ความรู้สึกไม่อยากโตมันเบ่งบานเต็มที่ในใจ ถามว่าดีใจกับนางมั้ย ก็ต้องดีใจสิ เพื่อนได้ดี แต่ลึกๆ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ต่อจากนี้ไป เราจะไปอยู่ในส่วนไหนของชีวิตนาง เฮ้อ ..

 

 

เพื่อนมูฟออน แต่ฉันไม่มูฟตาม

ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดจากการตั้งครรภ์ การทำงาน การแยกย้ายกันไปล่าฝัน หรืออะไรก็ตามแต่ เราเชื่อว่า ในกลุ่มเพื่อนสนิทแทบทุกกลุ่ม จะต้องมีความรู้สึกเหมือนกันคือ เธอกำลังมูฟออนโดยไม่มีฉันสินะ แหม ก็อดคิดแบนี้ไม่ได้จริงๆ ทั้งที่รู้ว่า นั่นก็ชีวิตของเพื่อน อนาคตของเพื่อน แต่เมื่อเพื่อนกำลังจะได้ดีมีสุข นั่นก็หมายความว่า ฉันกำลังย่ำอยู่กับที่น่ะสิ  สาวๆหลายคนพบกับวิกฤตนี้ในช่วงอายุ 20ต้นๆ ถึง 20 ปลาย เพราะเป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่านกันสนุกเชียว ทั้งเรียนจบ ทำงานแรก ทำงานสอง ลาออก เลิกกับแฟน เพื่อนบางคนเริ่มหนีไปแต่งงาน กลุ่มเพื่อนต้องห่างกัน ดูสิ! พวกนางจะไม่นอยด์ได้ยังไงล่ะ เรื่องเยอะขนาดนี้ จริงๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่จริงแท้ก็คือ คนเรามีขั้นบันไดชีวิตไม่เท่ากัน วันหนึ่งเราอาจจะไปยืนอยู่ขั้นเดียวกับเขาก็เป็นได้ แทนที่จะเปรียบเทียบชีวิตเรากับเพื่อน สู้ใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่ และดีใจกับคนรอบตัวให้เต็มที่เช่นกัน จะดีกว่านะ

 

 

ออกไปใช้ชีวิตตามความเป็นจริง

ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงเป็นปกติ และเมื่อเราลง คนรอบตัวเราอาจจะขึ้นก็เป็นได้ น่าเศร้าหน่อยตรงที่ สมัยนี้เทคโนโลยีต่างพากันเปิดหูเปิดตาเรา ให้ได้รู้ได้เห็นความสุข ความสำเร็จของเพื่อนๆ ในเวลาที่เราไม่อยากรู้อะไรสักเท่าไหร่ และแน่นอน การรับรู้บางเรื่อง ในบางครั้งก็ยิ่งบั่นทอน ทางที่ดี เมื่อรู้ตัวว่ากำลังนอยด์และจิตตก เลิกส่องเฟสบุ๊คไปทั่วได้แล้วนะ แต่ให้หันมาให้กำลังใจตัวเอง ออกไปใช้ชีวิต เห็นโลกภายนอก เห็นผู้คนที่หลากหลาย แล้วเราจะรู้ว่า โลกนี้มันกว้างมาก เกินกว่าที่จะอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมของตัวเอง

 

 

เรียนรู้ที่จะเติบโตได้แล้วนะ

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่า ตัวเองไล่หลังเพื่อนๆอยู่ ขอให้รู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ คุณรู้สึกเศร้าได้ กลัวได้ นอยด์ได้ แต่อย่ายึดติด การที่เพื่อนมีความสุข ประสบความสำเร็จ อาจทำให้เรารู้สึกแย่ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเราล่ะ เราเองคงไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกอิจฉาหรือรู้สึกด้อยกว่า เพียงเพราะเรามีจังหวะชีวิตที่ดีกว่าหรอก ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงเรื่องดีๆที่เขาทำให้กับเรา แล้วเราจะรู้ว่า เพื่อนสมควรได้รับสิ่งที่ดีนี้แล้วล่ะ

 

 

We Need To Talk ! : วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเสมอในการรักษาความสัมพันธ์ ก็คือการพูดคุย ถ้าจุดเปลี่ยนทำให้เราเครียดมาก กังวลจนนอนไม่หลับ ลองคุยกับบุคคลที่สามที่จะไม่ตัดสินเรา อย่างคนในครอบครัว ระบายให้แม่ฟัง เชื่อว่าจะได้ข้อคิดดีๆกลับมาทบทวนแน่ๆ หรือให้ตรงจุดไปเลย ก็คุยกับเพื่อน ไปนี่แหละ บอกไปตรงๆว่า เรายินดีกับเพื่อนมากๆ แต่ใจหนึ่งก็กลัว ไม่รู้ว่าจากนี้จะได้เจอกันบ่อยเหมือนเดิมมั้ย ใจหายจัง แค่นี้ก็จริงใจมากพอแล้วล่ะ เพื่อนเอง ถ้านางรักเราจริง ต่อให้ไม่เจอกันนานๆ กลับมาก็ต่อกันติด เผลอๆการแยกย้ายกันไปมีชีวิต อาจทำให้เรารักกันมากขึ้น ผูกพันกันมากขึ้นก็เป็นได้ โตๆกันแล้ว อย่าโตแต่ตัวนะตัวเธอ

 

 

MOVING ON!: มูฟออนกันให้สิ้นซากไปเลย

•    สร้างเพื่อนใหม่ : ผู้หญิงหลายคนขี้เกียจทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพราะพวกหล่อนรู้สึกว่า เพื่อนน่ะ มีเยอะแล้ว แต่จริงๆการสร้างเพื่อนใหม่ไว้หลายๆกลุ่ม หลายสังคม จะช่วยให้เราไม่รู้สึกถูกทิ้ง เวลาที่เพื่อนคนใดคนหนึ่ง ต้องแยกออกไปมีชีวิตส่วนตัวจริงๆจังๆ

•    เป็นเพื่อนที่ดีของตัวเอง : นอกจากหาเพื่อนใหม่ๆ สนุกกับสังคมใหม่ๆแล้ว คุณลองเป็นเพื่อนกับตัวเองนี่แหละ เวิคสุด ลิสต์ข้อดีของตัวคุณเองออกมา ความสำเร็จที่คุณเคยทำ แล้วชื่นชมกับมันให้เต็มที่ จะได้รู้สักทีว่า ในขณะที่เพื่อนได้ดี ฉันก็มีดีอยู่กับตัวไม่แพ้กัน 

 

 

Get Organize!: จัดการชีวิตให้เริ่ดขึ้น

อาจถึงเวลาแล้วที่คุณหันมาดูชีวิตตัวเองจริงๆ จังๆ ซักที เริ่มตั้งแต่ ห้องนอนจัดให้เรียบร้อยดีหรือยัง เงินเดือนพอใช้มั้ย หรือยังอยากได้โน่นอยากได้นี่ แล้วต้องแบบมือขอเงินแม่อยู่ทุกเดือน ยังเมาแฮงค์โอเวอร์ ไปทำงานไม่ทันอยู่มั้ย เครดิตการ์ดยังมีหนี้บานเบอะ ลัทธิสุขนิยมคือตัวฉันที่สุด ขออะไรก็ได้ที่ให้เพียงความสุขตรงหน้าอยู่รึเปล่า เพราะถ้าชีวิตคุณยังเป็นแบบนี้อยู่ สิ่งที่มั่นคง อบอุ่น นิ่งนานน่ะ มันจะมาช้ามากๆ ผู้ชายที่ไหนจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ขอเงินแม่ หัวหน้าจะโปรโมทได้ยังไงถ้าคุณยังสามวันดีสี่วันไข้ แล้วถ้ายังเที่ยวราตรี เมาเละอยู่ นั่นก็ทำเอาเวลาในชีวิต แทนที่จะไปทำอะไรสร้างสรรค์ให้ตัวเอง ก็จะไปจมอยู่กับอะไรฉาบๆ ที่ผ่านมาแล้วอีกวันเราก็จำอะไรไม่ได้ แถมยังรู้สึกผิดกับตัวเองอีกต่างหาก สิ่งที่คุณควรทำเลยนะ

•    เคลียร์ตัวเอง เรื่องค้างคา ขัดหู ขัดตา ขัดใจใดๆ เคลียร์ออกไปให้หมด จัดห้องใหน่าอยู่ จัดการบัตรเครดิต ใช้เงินคนที่ยืมมา เผชิญหน้ากับคนที่เราเลี่ยงมาตลอด เคลียร์ให้หัวและใจโล่งที่สุด

•    ตัดสิ่งไร้สาระออกจากชีวิต โอเคเราเข้าใจว่าบางทีมันสนุกเหลือเกิน ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าจุดหมายในชีวิตคุณคือ มีชีวิตแบบเพื่อนคนอื่นที่เขาไปถึงไหนๆ กันแล้วน่ะ โลกนี้ไม่ได้อะไรมาฟรีๆ อยู่แล้ว อยากได้อะไร ก็ต้องปล่อยอะไรไปบ้าง สนุกน้อยหน่อย แต่มีความสุขใจขึ้น อะไรที่ไม่ต้องมี หรือไม่ต้องทำก็ได้ ก็ไม่ต้องไปเสียเวลามาก

 

มาถึงตอนนี้คุณเริ่มมีชีวิตเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ความมั่นใจ และความสุขในตัวเองจะเอ่อเต็มเปี่ยม เป็นกำลังใจให้อยากเดินหน้า และสร้างบาลานซ์ดีๆ ให้ชีวิตไปเรื่อยๆ ถึงต้อนนั้นเพื่อนๆ จะไปถึงไหนกัน คุณก็ไม่สนแล้วล่ะ เพราะชีวิตที่เปลี่ยนไปของคุณได้เริ่มขึ้นแล้ว คุณจะรู้สึกว่า อืม!! มันดีกว่ากันเยอะเลยจริงๆ ฉันน่าจะทำมาตั้งนานแล้วนะเนี่ย!!

 

 

 

HOROSCOPE