เงิน 10,000 บาทเปลี่ยนเพื่อนที่คบกัน 10 ปีเป็นอย่างอื่นได้ทันที! - CLEO Thailand Online Magazine

เงิน 10,000 บาทเปลี่ยนเพื่อนที่คบกัน 10 ปีเป็นอย่างอื่นได้ทันที!

 

มีคนเคยบอกว่า “เมื่อไหร่ก็ตามที่เพื่อนขอยืมเงิน จงทำใจเอาไว้ซะ 90% ว่าเขาจะไม่คืน” เราไม่เคยเชื่อคำพูดนี้เล๊ยยยย เพราะตามกฎมารยาทสากลแล้ว เป็นอันรู้กันว่าของยืมก็ต้องคืน และยิ่งเป็นเพื่อนสนิทที่เราให้ความไว้วางใจระดับสูงแล้วเนี่ย เราก็ยิ่งเชื่อใจ (มัน) สุดๆ ว่า (มัน) คงไม่ยืมแล้วชิ่งหรอก…มั้ง แต่ครั้งนี้คิดผิดไปหลายสเต็ปเลยอยากเขียนแชร์กับสาวๆ ให้เป็นอุทธาหรณ์สอนใจว่า ก่อนจะให้ใครยืมเงิน คิดดีๆ ว่าอยากคบคนนั้นต่อรึเปล่า…

 

โทรมาบอกว่าต้องการความช่วยเหลือด่วนๆ 

“ฮัลโหล มึงเป็นไงบ้าง กูมีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อยว่ะ” พอรับสายนาย X เพื่อนสนิทสมัยมัธยม เขาก็พูดประโยคกระตุกใจนี้ขึ้นมา พอได้ยิน เราก็พลอยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจไปด้วย เลยถามกลับไปว่าเป็นอะไรวะ ถ้าช่วยได้จะช่วยเต็มที่เลย เขาเลยเกริ่นต่อว่า “คือกูต้องจ่ายค่าหอแล้วว่ะ ค้างเขาไว้หลายเดือน แล้วพ่อกับแม่ก็ดันไปบ้านสวนที่ต่างจังหวัด เป็นเดือนกว่าจะกลับเลย ไม่มีเอทีเอ็มโอนมาให้ได้ด้วย” ด้วยความอยากจะช่วยเพื่อนก็เลยถามกลับไปว่า “เท่าไหร่” คุณเพื่อนสนิทตอบกลับมาว่า “หมื่นนึงว่ะ” “โอเค เดี๋ยวพรุ่งนี้โอนให้” เราตอบกลับไปแล้วก็ได้ยินเสียงขอบคุณแบบโล่งใจกลับมาจากปลายสาย และคำมั่นสัญญาว่าปลายเดือนจะรีบโอนคืนให้ อีก 2 วันต่อมา หลังเลิกงาน เราก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปห้างแถวๆ ออฟฟิศเพื่อโอนเงินจำนวนนั้นให้ด้วยความสุขที่อย่างน้อยก็ช่วยเพื่อนในเรื่องเล็กๆ ได้

 

ไม่เคยทวง จนเราต้องใช้เงินนั้นซื้อกองทุนจริงๆ เลยไลน์ไปถาม…

ระหว่างนั้นเราไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนนี้กลับไปเลย แอบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าให้ยืมไป จนเข้าเดือนที่ 3 เป็นช่วงที่กำลังจะลงทุนซื้อกองทุนแล้วมันขาดเงินจำนวนหนึ่ง นึกขึ้นมาได้ว่า เอ้อ ให้คุณเพื่อน X คนนี้ยืมไปหนิ เราก็เลยไลน์ไปถามว่าเป็นไง มีคืนรึเปล่า ถ้าไม่มี ไม่เป็นไร คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “เออ มึง เดี๋ยวพรุ่งนี้กูรีบโอนให้”

…แต่รอไปสองสามวัน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีเงิน 10,000 บาทเข้าบัญชี เราก็เลยไลน์กลับไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยคืนก็ได้

 

ผ่านไปครึ่งปี…

ประมาณครึ่งปีผ่านไป เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เราค่อนข้างกินแกลบ แถมติดเงินค่าชอปปิ้งนู่นนี่ด้วยบัตรเครดิตของคุณพ่อ เราก็เลยไลน์ไปถามตรงๆ ว่า “เป็นไงวะมึง มีคืนยัง?” เอาจริงๆ ว่าแค่การไลน์ไปถามเราเองก็รู้สึกละเหี่ยใจแล้วว่าเป็นเพื่อนไม่ใจ คำตอบที่ได้คราวนี้ก็มุขเดิม “เออ ได้เลยมึง โทษที เดี๋ยวรีบโอนให้พรุ่งนี้” เราก็รอไปอีกสองสามวัน แต่คราวนี้ถ้ายังไม่โอนกลับมาจริงๆ ตั้งมั่นกับตัวเองไว้แล้วว่า “ยังไงก็ต้องเคลียร์” เพราะ…

 

ระหว่างที่คุณเพื่อนติดเงินอยู่ เราเห็นเขาอัพรูปไอจีไปเที่ยวไม่หยุดหย่อน

ประเด็นนี้แหละที่ทำเอาเราของขึ้นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ระหว่างที่เรานั่งลำบากใจแต่ละครั้งที่ต้องไลน์ไปทวงเงิน เขาก็ไปโผล่ริมทะเล ถ่ายรูปลั้ลลาบ้าง นัดแก๊งเพื่อนกินเบียร์ที่นู่นที่นี่ คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ 1. แกลืมหรือไม่มีคืนกันแน่ และ 2. ถ้าไม่มีคืนจริงๆ จะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยวเล่น

 

สเต็ปปรี๊ดแตกผ่านไลน์

หลังจากที่ผ่านเดดไลน์ เราก็พิมพ์ไปในไลน์ ถามให้เคลียร์เลยว่า “ที่ไม่คืนเงินเพราะไม่มีเงินคืน หรือเพราะไม่ใส่ใจกันแน่” และ “ถ้ามีปัญหาอะไรที่ทำให้คืนเงินไม่ได้ สนิทกันจริง ก็น่าจะพูดตรงๆ กว่านี้” คำตอบของเขาคือ “เรื่องบางเรื่องมันก็พูดไม่ได้เปล่าวะ” และจบด้วยการต่อว่าเราอีกว่าทำไมต้องไปตั้งสเตตัสดราม่าในเฟซบุคด้วย เพื่อนรักกันก็น่าจะพูดกันตรงๆ ได้ และจบด้วยการลูบหลังเรายกใหญ่ว่า “มึงคือเพื่อนผู้หญิงที่กูรักมากที่สุดในชีวิตเลยนะ มึงรู้มั้ย” แต่ ณ ตอนนั้นคือไม่แคร์อะไรแล้ว เพราะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ถูกปิดเอาไว้อยู่ เลยจบบทสนทนาด้วย “เอาเป็นว่ามีเมื่อไหร่ ก็รีบคืนมาละกัน มันเสียความรู้สึก” และคุณเพื่อนก็พิมพ์ตอบกลับมาว่า “ตอนนี้อยู่ทะเล เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรีบโอนคืนไปให้”…คำตอบที่ตัดความหวังแบบเดิม

วันรุ่่งขึ้น เราก็ได้รับข้อความว่ามีคนโอนเงินเข้าบัญชีมา 8,000 บาท พร้อมกับข้อความจากอดีตเพื่อนว่า “เดี๋ยวคืนให้อีก 2,000 วันจันทร์หน้านะ ตอนนี้มีเงินสดอยู่แค่นี้”

 

ความจริงกระจ่างจากเพื่อนอีกคน

หลายเดือนผ่านไป เราลืมเรื่องทั้งหมดไปเกือบหมดแล้ว จนกระทั่งมีเพื่อนสนิทจากกลุ่มเดียวกันอีกคนไลน์มาว่า “ไอ X มันยืมเงินมึงไปหรอวะ” เราก็สงสัยว่ารู้ได้ไง เพราะไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเลยยกเว้นคนในบ้าน ก็เลยถามกลับไป ได้ความว่าเพื่อนๆ ร่วมมหาลัยทุกคนของนาย X รู้หมดเลยว่า “นาย X ยืมเงินเรามาไม่กี่พัน เขาคืนให้แล้ว แต่เราก็ยังต้องตั้งสเตตัสดราม่า” และ “เขาเลิกคบเราเพราะเรานิสัยไม่ดี” ความร้อนตัวของมันอยู่ที่ตรงนี้เนี่ยแหละ ดี! จะได้รู้กันแบบเคลียร์ๆ ไปเลย ว่าแล้วเราก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนคนนี้ฟัง และความจริงทั้งหมดที่ชวนช็อคโลกมากๆ ก็ถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์มาว่า

1. นาย X ไม่ได้ติดเงินเราแค่คนเดียว แต่มีเหยื่อที่มหาลัยอยู่ประมาณ 3-4 คน

2. เพื่อนของนาย X คนนึงโดนยืมเงิน 3,000 บาท แต่ตอนนี้จะ 3 ปีแล้ว นาย X ก็ยังไม่มีวี่แววจะคืน

3. นาย X ไปยืมกล้องโพลารอยด์ของเพื่อนอีกคน แต่เอาไปให้กิ๊กของเขาเป็นของขวัญ เพื่อนทวงแล้วทวงอีก แต่ก็มีแต่คำพูดเลื่อนลอยว่าเออเดี๋ยวเอามาคืน

4. นาย X เคยหาทุนเพื่อไปร่วมงานแข่งขันที่ต่างประเทศกับรุ่นพี่ แต่แล้วเขาก็โกงเงินที่ได้มาเอาไปใช้เอง บอกคนอื่นหน้าซื่อๆ ว่า “เงินหาย”

5. นอกจากจะไปโผล่ที่ทะเลแล้ว เขายังเสียเงินกับการกินเหล้า เที่ยวเลานจ์ และเตะบอล และ

6. เงินค่าเช่าหอ เขาก็ยังคงติดอยู่เป็นเวลาหลายเดือน

และจนถึงตอนนี้ เงิน 2,000 บาทที่อยู่ในคำมั่นสัญญาหนักแน่นว่าจะได้คืน “วันจันทร์หน้า” ก็ยังล่องหนอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้…

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “จะให้เพื่อนยืมเงิน ทำใจไว้หนักๆ ตั้งแต่ตอนแรก จะได้ไม่เจ็บทีหลัง” เอาเงินไปได้ แต่มิตรภาพตัดขาดกันที่ตรงนี้ละกันนะ 🙂

 

HOROSCOPE