ผู้หญิงพอเพียง... สวย+สนุก+มีความสุขแบบเรียลๆ - CLEO Thailand Online Magazine

ผู้หญิงพอเพียง… สวย+สนุก+มีความสุขแบบเรียลๆ

สัมภาษณ์โดย @mafuangr

 

สาวที่ไม่หวั่นไหวกับความอู้ฟู่ฟู่ฟ่าทั้งหลาย เห็นคนอื่นมีอะไรเริ่ดๆ แพรวพราวก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไร ผู้หญิงที่มีภูมิคุ้มกันดีในยุคเทคโนโลยีแบบนี้ ภูมิคุ้มกันที่เก็บไว้ในใจได้ตลอดชีวิตเลยก็คือ ความพอเพียง นั่นเอง

 

 

grounded2

“THE SWEET SOCIAL GIVER” 

แพรวา ณัฏฐา นรารุจนีธนันต์ (25)

Business Analyst Strategic Planner Centre for Social Entrepreneurship มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง 

INSTAGRAM: @PRAEWANATHA

เราเป็นเพื่อนเธอมานาน แพรวาเป็นคนสดใสที่ทำเรายิ้มตามได้เสมอ เธอแฮปปี้ในความเรียบง่ายเล็กๆ รอบตัว จากเมื่อก่อนที่สาวคนนี้ ยุ่งมากเพราะต้องซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์ ตอนนี้เธอก็ยังไม่ค่อยมีเวลาว่างให้เราเหมือนเดิม แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป

“ว่างแค่อาทิตย์นี้แหละเธอ ทั้งอาทิตย์หน้าต้องไปเชียงรายแล้ว ไปดูงาน บนดอย” เธอบอกหลังเราขอคิวสัมภาษณ์และถ่ายรูป ตอนนี้แพรวาหันมาทำงานโครงการของในหลวง ที่ดูทั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงและดอยตุงด้วยหน้าที่ของเธอ คือการสำรวจและศึกษาโครงการของชาวบ้านในทุกชุมชน ว่าทุกโครงการที่ทำขึ้น จะทำให้ชาวบ้านมีกินมีใช้ขึ้นได้จริง “ความสุขของเรา คือการรู้ว่าสิ่งที่เราทำ มันได้มีประโยชน์ต่อคนอื่น” อย่างอีกงานที่เธอทำ คือขายเสื้อผ้า (ig : @lyrabrand) ที่เธอเปิดร่วมกับเพื่อนๆ ตั้งแต่เข้าปี 1 ความสุขก็คือ เห็นลูกค้าใส่แล้วมีความสุข ไม่ได้คิดว่า ทำแล้วจะรวย หรือจะเป็นเน็ตไอดอล อย่างงานที่แม่ฟ้าหลวงของเธอ เธอแค่คิดว่าจะมีคุณค่ากับใครสักคนในสังคมมั้ย เธอตกหลุมรักโครงการนี้ ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ศศินทร์ ต้องทำโปรเจ็คท์แล้วขึ้นไปดอยตุง ดูไร่ปลูกกาแฟ…

“ความทรงจำที่ประทับใจชัดที่สุดคือ…”

แพรวาเล่าให้ฟังถึงทริปนั้นว่า “ตอนนั้นเที่ยงแล้ว เดินขึ้นดอยตั้งไกลทีมงานก็เหนื่อย คุณลุงเจ้าของสวนเลยหั่นแตงไทยมาให้กิน เราก็ถามว่า แล้วคุณลุงจะกินอะไร ลุงตอบว่า ก็มีแค่นี้แหละ.. เขามีแค่นี้ เขายังให้เราทั้งหมดที่มี ทำไมคนอย่างเราที่มีมากมาย ไม่แบ่งให้คนอื่นบ้าง ลุงเขารู้จักคำว่าให้ มากกว่าคนรวยหลายคนด้วยซ้ำ”

“แค่คิดว่า สังคมจะอู่ฟู่ขนาดไหน แต่คุณค่าของคน มันไม่ได้ขึ้นอยู่ กับของที่ใช้”

นี่คือสิ่งที่เธอยึดไว้ในใจ เธอขอแค่มีและพอใจในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทะเยอทะยานเหมือนคนอื่น ของอะไรที่ฟุ่มเฟือยมากๆ เธอจะกระตุกคิดได้เลยว่า มันไม่ใช่แก่นสารอะไรในชีวิต ใช้ชีวิตให้คุ้มกับคุณค่าในจิตใจดีกว่า

 

 

 

grounded3

THE ADVENTUROUS ACTIVIST” 

มะแฟน รสธร อักษรานุเคราะห์ (22)

นักศึกษาปีที่ 4

INSTAGRAM : @MAFANN 

“เรารู้จักเธอ 22 ปีมาแล้ว.. อื้ม ก็ตั้งแต่เธอเกิดนั่นแหละ เพราะเธอคือน้องสาวแท้ๆ ของเราเอง” hehehe พี่เอ๋ บ.ก. เห็นมะแฟนมานานแล้ว ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์ของเธอต่างจากเรามาก มะแฟนเป็นคนลุยๆ นับครั้งได้ที่จะเห็นช็อปปิ้งอะไรสักครั้ง พี่เอ๋เลยบอกให้สัมภาษณ์มะแฟนลงคอลัมน์นี้หน่อยเถอะ

“เหตุผลหนึ่ง เพราะเห็นพี่สาวใช้เงินเก่งมาก เลยอยากช่วยแม่ประหยัดค่ะ555”

เอ้า เป็นงั้นไป ฮ่าๆ ตอนเธออยู่โรงเรียนหญิงล้วนเอกชนชื่อดัง ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ ย้ำนะว่าไม่ใช่ทุกคน มักจะติดแบรนด์ ติดหรู ตอนนั้นก็รู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธออินเท่าไหร่ ถ้าออกไปเข้ามหาวิทยาลัยในเมือง ชีวิตคงวนลูปเดิม เธอเลยตั้งใจเอนท์ให้ติดธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แล้วก็นอนหอแบบมันส์ๆ ขับมอเตอร์ไซค์ไปเลย (เธอตั้งชื่อให้น้องฟีโน่สีน้ำเงินนี้ว่า Suerte แปลว่าโชคดี ภาษาสเปน เพราะจอดทิ้งไว้แล้วลืมล็อคก็ไม่เคยหาย และขี้นกชอบตกใส่ตลอด อื้ม.. )

ทำกิจกรรมไม่หยุด แทบจะไม่กลับบ้าน นอกจากมะแฟนจะเป็นกรรมการนักศึกษารัฐศาสตร์ มธ. นักบาส ฝ่ายกิจกรรมทำค่ายให้น้องๆ และเป็นตัวแทน ไปเผยแพร่ความเป็นธรรมศาสตร์ใน ประเทศเวียดนามแล้ว สิ่งที่เธออินสุดๆ คือทำค่ายจิตอาสา

“รู้สึกชีวิต มีค่าขึ้น เมื่อได้ลงมือช่วยเหลือใครจริงๆ ยิ่งทำเยอะ ยิ่งภูมิใจว่า เออ เรามีทุกอย่างแล้ว เมื่อก่อนเคยเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนที่รวยกว่า แต่พอทำจิตอาสาไปเรื่อยๆ กลายเป็นคิดว่า พวกเขามีอยู่แค่นั้น ทำไมถึงอยู่ได้ สิ่งเล็กๆ ที่เราทำให้เขาแบบไม่ได้คิดอะไร แต่พวกเขาซาบซึ้งกับเรื่องเล็กน้อยนี้มาก เราก็มีความสุขที่เห็นเขามีความสุข”

เดือนหนึ่ง เธอใช้เงินไม่ถึงหมื่นบาท…

(แล้วเราก็ตกใจบวกละอายใจกับความฟุ่มเฟือยของเราจริงๆ) มะแฟนบอกว่า เดือนหนึ่งได้เงินจากแม่มา 14,000 สี่พันก็ไปจ่ายค่าหอ เหลือหมื่นนึงให้ใช้ และส่วนใหญ่ก็เหลือ 2-3 พันบาททุกครั้ง “ค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์เติมไม่เกินเดือนละ 150 นั่งรถตู้ รถไฟฟ้ากลับมาบ้าน หลายต่อนะ แต่ก็ชินแล้ว ไม่ได้เหนื่อยอะไร”

มะแฟนปิดท้ายว่า เธอแฮปปี้ที่มีเงินเหลือเก็บทุกเดือน ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีอาชีพเสริมอะไร ถ้าโตขึ้น มีงานทำ ต้องมีเงินเก็บมากขึ้นแน่เลย เอาเงินนั้นไปลงทุนต่อยอดเร็ว เพราะไม่ได้มีพื้นฐานฟุ่มเฟือยแต่แรก

 

 

 

grounded4

“THE DOWN-TO -EARTH LADY”

โม มล. รังษิอาภา ภาณุพันธุ์ (25)

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

ตอนเด็กๆ หม่อมหลวงหน้าคมคนนี้ยอมรับเลยว่าตัวเองโดน สปอยล์ เป็นคุณหนูทำอะไรไม่ค่อยเป็น อยากได้อะไรต้องได้ ด้วยความที่เธอต้องออกอีเวนท์บ่อย เดือนหนึ่งหลายสิบงาน ต้องดูดีทุกวินาที จนอายุประมาณ 20 ก็ถึงจุดเปลี่ยน เธอเริ่มเบื่อ และรู้สึกเลยว่า “ทุกอย่างมันก็แค่เปลือก”

เธอกลับมาดูตัวเองว่า เรามีความสุขเหรอ? จะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเพื่อ? โมหักดิบเลย เธอไปพม่าคนเดียว เพื่อไปนั่งวิปัสสนา สิ่งที่ได้คือร่างกายและชีวิตนิ่งมากขึ้น เห็นโลกและความคิดชัดเจนมากขึ้น “มันมีหลายอย่างเลยที่เราบอดไป อย่างการบ้าวัตถุที่ผ่านมา ทั้งเรื่องกิน เรื่องช็อปปิ้ง ใช้เงินเยอะมาก ตั้งแต่นั้นเราก็เริ่มแต่งตัวฮิปปี้ คีบแตะไปข้าวสาร แล้วก็ลุยเที่ยวคนเดียวเลย”

เมื่อโมได้รีเฟล็กมองตัวเอง เมื่อก่อนเธอทำอะไร จะคิดเผื่อต้องอวดในโซเชียลตลอด คิดแคปชั่นทีเป็นชั่วโมง รูปนี้จะมีคนไลค์กี่คน กินข้าวมื้อละหมื่นห้า ต้องซื้อชิ้นนี้ให้ได้ เพราะจะได้เอามาลงไอจีสวยๆ หมดรุ่นก็หาซื้อใหม่ เหนื่อยและไม่เคยจบ.. เดี๋ยวนี้โมไม่เล่น โซเชียลแล้ว “เราว่าโซเชียลมีส่วนทำให้ความอยากของคนมันเพิ่มเรื่อยๆ พอเราลดตัวลงมาแล้วความสุขมันเล็กนิดเดียว เดี๋ยวนี้หาความสุขง่ายขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งวัตถุ อย่างปฏิบัติธรรมนี่ล่ะ”

 

 

grounded5

“THE HUMBLE SOCIAL BUTTERFLY”

เป็ด ชญานี ชมแสงจันทร์ (33)

INSTAGRAM : @PEDUCKK

เธอคือเจ้าของอินสตาแกรม @peduckk ที่คนตามเกือบ 60,000 คน ด้วยรูปสถานที่ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์มินิมอลสวยจับใจ ที่ใครเห็นก็ชอบ สาวกราฟฟิก/ช่างถ่ายรูปคนนี้ หนึ่งสิ่งที่ผ่านมาที่ทำให้เราอยากคุยกับเธอมากขึ้น ก็คือนิทรรศการภาพถ่ายของเธอ “ธุลีจักรวาล”

ความหมายลึกซึ้งของนิทรรศการครั้งที่ 5 นี้

“มาจากการที่เราเดินทางเยอะ ทำให้เราสะท้อนถึงมุมที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลยของมนุษย์ เป็นเพราะเราคิดว่าตัวเองสำคัญ เลยเห็นความปรารถนาของตัวเองใหญ่ที่สุด ยิ่งคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า เรายิ่งเป็นทุกข์ เมื่อไม่สมหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะเกรี้ยวกราดกับโลกทั้งโลก และเมื่อถึงวันที่จะลาลับ เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกจะขับเคลื่อนยังไงโดยไม่มีเรา แต่ความจริงก็คือ การตายของเรา มันไม่ได้ต่างอะไรเลยกับการหายวับของฝุ่นธุลีในอวกาศ โลกก็ยังคงหมุนต่อไป และในที่สุดก็ลืมเรา… เมื่อเปรียบเทียบกับจักรวาลอันยิ่งใหญ่ โลกของเราช่างเล็กนิดเดียว และเราเองก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของธุลีฝุ่นแห่งจักรวาล ไม่ได้มีความยิ่งใหญ่ไปกว่าคนอื่น แต่ทุกคนต่างมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครดีหรือยิ่งใหญ่ไปกว่าใครเลย”

งั้นระหว่างที่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เราทำอะไรที่มีค่ามีความหมายต่อสังคม ให้เราลาโลกไปแล้วไม่เสียใจที่เกิดมา ดีมั้ย

“เราว่าอยู่แบบพอเพียงมันมีเสน่ห์ มีความพอดีและพอใจเท่าที่มี ตั้งอยู่ในฐานความดี เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรมีในชีวิต เงินก็ซื้อไม่ได้”

 

HOROSCOPE