น้ำคร่ำแตก+พี่โดดตึก+บ้านโดนยึด+พ่อคลุ้มคลั่ง+เพื่อนหนีหนี้ ทั้งหมดนี้เธอเจอใน 3 วัน! - CLEO Thailand Online Magazine

น้ำคร่ำแตก+พี่โดดตึก+บ้านโดนยึด+พ่อคลุ้มคลั่ง+เพื่อนหนีหนี้ ทั้งหมดนี้เธอเจอใน 3 วัน!

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โชคร้าย ดวงไม่ดีหรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยากจะเรียก นี่คือเรื่องราวของสาวคลีโอคนหนึ่งที่อยากแชร์ให้ผู้หญิงอีกหลายๆ คน ใครที่อาจจะกำลังเครียด ท้อแท้ สิ้นหวัง เจอเรื่องหนักมา ถ้าเป็นหนังก็ไคลแม็กซ์กันไปแล้ว แล้วทุกวันนี้ชีวิตจะเดินหน้ายังไง ทุกปมได้รับการแก้ไขมั้ย มาอ่านไปพร้อมกัน

 

ต้องเล่าแบ็กกราวน์ชีวิตของ ปูน สาวเจ้าของเรื่องราววัย 32 ปีที่สาวๆ อ่านแล้วต้องอึ้งกับความยุ่งเหยิงที่เธอเจอมาไม่นานแล้วอยากบอกต่อให้กำลังใจผู้หญิงคนอื่นที่กำลังเจอเรื่องหนักๆ อยู่ ปูนโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกันมาตั้งแต่เธอ 7 ขวบ เธออยู่กับครอบครัวทางฝั่งคุณพ่อ ในบ้านก็อยู่กันเป็นครอบครัวคนจีน ส่วนคุณแม่ย้ายกลับไปอยู่จังหวัดบ้านเกิดในภาคอีสาน ปูนบอกว่าเธอเป็นคนที่รักครอบครัวมาก แล้วฟ้าก็ชอบเล่นตลกส่งเรื่องแรงๆ มาให้เธอเครียดเป็นระยะๆ แต่กับความรักกลับไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไหร่ ปูนขำๆ ตบท้ายหนึ่งประโยคว่า “ชีวิตคนเราก็แบบนี้ล่ะค่ะ ถ้าเราโฟกัสกับอะไรมากๆ ชีวิตก็จะชอบมีปัญหาเรื่องนั้น เหมือนชีวิตเราจะโดนจี้ใจดำกับปัญหาเดิมๆ ดูอย่างบางคนถ้าครอบครัวโอเคมากๆ ก็จะเด้งไปเจอปัญหาความรัก เรื่องงานอะไรกันไป ทำใจแล้วค่ะ”

 

พี่ชายป่วยเป็นโรคทางจิต

ช่วงก่อนอายุ 30 ปูนเริ่มเห็นพฤติกรรมที่แปลกไปของพี่ชาย วันหนึ่งพี่ชายของเธออยู่ในห้องปิดไฟมืด ปูนไม่ได้สนใจอะไร นึกว่าพี่ชายกำลังหลับ แต่ซักพักก็มีน้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้องโทรมา บอกว่า “พี่เราโอเคมั้ย เมื่อกี้เขาโทรมาขอความช่วยเหลือบอกว่าตำรวจมาเต็มหน้าบ้าน” ปูนถึงกับงง เธอก็อยู่ในบ้านนี่ ไม่เห็นมีรถตำรวจมาจอดซักคัน วันนั้นเป็นวันที่ทำให้รู้ว่าพี่ชายของเธอเป็นโรคจิตเพศ เห็นภาพหลอนได้ยินเสียงแว่ว แต่ก็ได้รับการรักษากินยาอยู่ 2-3 ปี อาการดีขึ้นเหมือนปกติ จนพี่ชายย้ายไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด เธอก็เบาใจว่ามีแม่คอยดูแลพี่ชาย ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น

 

ชีวิตที่(เหมือนจะ)เพอร์เฟ็กต์

พออายุ 30 ปี ปูนแต่งงานและตั้งท้องแยกครอบครัวออกมา เฝ้ารอว่าจะมีลูกน้อยมาเติมเต็มให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข แพลนไว้ว่าอีก 2 สัปดาห์จะถึงวันนัดผ่าคลอด เธอเตรียมทุกอย่าง นัดแม่ให้ลงมาเลี้ยงหลานอยู่กับเธอที่กรุงเทพ ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว คืนหนึ่งที่กำลังจะเข้านอน มีโทรศัพท์มากลางดึกเป็นสายจากแม่ของเธอ เสียงที่ดังจากปลายสายทำให้เธอตกใจแทบสิ้นสติ “ฮือๆๆๆๆ เฮียกระโดดตึกลงมา กระโดดลงมาๆๆ แม่ของปูนพูดซ้ำแบบคนไม่มีสติ ปูนก็ตกใจมากจนสามีเข้ามาบอกว่าอย่าช็อคๆ เดี๋ยวกระทบถึงลูก หายใจลึกๆ แล้วแม่ก็ตัดสายไป ปูนจับใจความได้ว่าพี่ชายปูนกระโดดลงมาจากชั้น 4 ที่บ้าน ตอนที่แม่กำลังอาบน้ำอยู่ เพราะว่าแอบไม่กินยารักษาอาการทางจิตมาเป็นปี แล้วได้ยินว่าถ้าเขาไม่ตาย คนในหัวจะมาฆ่าแม่แทน ปูนฟังแล้วยิ่งสงสารพี่ชาย เขารักแม่มากจนกล้าตายแทนได้ ถึงจะเป็นในมโนของเขาเองก็เถอะ ตัวปูนอยากขึ้นเครื่องไปดูพี่เดี๋ยวนั้น แต่ทุกคนรวมทั้งสามีห้ามไว้ เพราะว่าท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ขึ้นเครื่องบินคงไม่ได้ ถ้าจะนั่งรถเดินทางก็ใช้เวลาเป็น 10 ชั่วโมง ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือทำใจค่ะ ญาติที่อยู่ที่นั่นก็ไปรวมตัวอยู่ รพ. แล้วก็ส่งข่าวมาเรื่อยๆ เราก็ได้เห็นน้ำใจญาติทุกคน ช่วยกันปลอบให้เราสบายใจ คืนนั้นนอนไม่หลับไปเลย เพราะคอยลุ้นว่าพี่จะรอดหรือเปล่า แต่สุดท้ายหมอก็บอกว่าพี่ชายกระดูกสันหลังแตก น่าจะเดินไม่ได้ตลอดชีวิต น้ำตาไหลเลยค่ะ คิดว่าลำบากแม่แล้วแน่ๆ พี่ชายเราจะเป็นอัมพาตเหรอเนี่ย แล้วจะทำยังไงต่อไป”

 

น้ำคร่ำแตกแถมด้วยครรภ์เป็นพิษ

ตอนนั้นเราเครียดมาก แล้วทำอะไรไม่ได้เป็นสาวท้องแก่ นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงลูกในท้องมาก ไม่รู้เพราะเครียดหนักด้วยหรือเปล่า เช้ามืดวันต่อมาก็รู้สึกว่าน้ำคร่ำไหลออกมาระหว่างเข้าห้องน้ำ ทั้งที่กำหนดคลอดอีก 5 วันข้างหน้า “ตอนนั้นต้องปล่อยทุกอย่างจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าเรื่องครอบครัวหรือใคร อยากให้ลูกออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด แต่จากความดันที่สูงทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษ หลังคลอดต้องนอนไอซียู โชคดีที่สุดในชีวิตที่ลูกออกมาน่ารักมากๆ กลับมาอยู่ดูแลลูกที่บ้าน 2 คน เพราะสามีเพิ่งได้งานใหม่ ลางานมาดูแลไม่ได้ มีอาส่งข้าวส่งน้ำให้กับแม่ลูกอ่อนอย่างเรา แผลก็เจ็บ เป็นซึมเศร้าหลังคลอด นั่งร้องไห้ตลอดเวลา

 

บ้านของครอบครัวโดนยึด

ความมาแตกอีกอย่างระหว่างที่เธอเพิ่งคลอดคือบ้านที่อากงอาม่าและพ่ออยู่โดนยึดคืน ต้องกระจัดกระจายไปอยู่คนละที่ “พ่อมาหาเราที่บ้าน พร้อมกับใบกู้เงินจากธนาคารประมาณ 4 แสน ปูนรู้ศักยภาพของพ่อตัวเองไงคะ เขาเป็นคนที่ใช้เงินสิ้นเปลืองมาก รู้เลยว่าเราต้องแบกรับหนี้ก้อนนี้จ่ายเองแน่นอน ตอนนั้นนั่งคิดแล้วน้ำตาตกใน รู้สึกว่าพ่อไม่เห็นใจเราบ้างเลยเหรอ ทำไมให้แม่ลูกอ่อนเจ็บแผลผ่าตัดอย่างเรามาเป็นหนี้ก้อนโตอีก เราตัดใจปฏิเสธ บอกว่าช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ ถ้าทำแบบนี้แล้วอกตัญญูก็ต้องยอม พอพ่อกลับไปบ้านก็อาจจะโมโหที่เราบอกปัด ถึงขั้นงัดบ้านงัดประตูไปขาย ทะเลาะกับอากงอาม่าถึงขั้นมีเรื่องแจ้งความ เข้าขั้นคลุ้มคลั่งถือค้อนเหมือนจะทำร้ายคน บอกตรงๆ ว่าถึงขั้นนั้นแล้วปูนไม่มีใจจะเครียดมากไปกว่านี้แล้ว ท่องเอาไว้ว่า เราต้องเอาตัวเองให้รอดๆๆ ต้องเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดก่อน ยังไงต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ คนอื่นค่อยว่ากัน”

 

เสียเพื่อนเพราะยืมเงินไปอีก

เท่านั้นยังไม่พอ ปูนยังเจออีกดอกปิดท้าย “เพื่อนสมัยมัธยมที่เคยโทรมาเป็นห่วงเป็นใยเราก่อนคลอด โทรมาทำเสียงสั่นเครือ พอเราทวงก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ บอกแต่ว่าเดี๋ยวไปโอนคืนให้นะ แต่เรารออยู่นานก็ไม่เห็นถามเบอร์บัญชี เหมือนบล็อกไลน์เราไปเลย หลายคนอาจบอกว่า 3,000 บาทก็ไม่เยอะ แต่สำหรับคนเพิ่งคลอดลูก 3,000 บาทซื้อของใช้ให้ลูกทั้งแพมเพิร์ส สบู่ ขวดนมได้หลายชิ้นเลยนะ ความจริงเงินแค่นี้ให้ไปเลยถ้าเพื่อนลำบากยังได้ ให้เป็นหมื่นก็ได้นะ แต่เจ็บใจตรงที่เราเพิ่งคลอดลูก แทนที่จะเห็นใจคนเป็นเพื่อนบ้าง ไม่มีศิลปะในการยืมเงินเล้ย ปูนเลยส่งข้อความไปขอเลิกคบซะเลยซึ่งก็ไม่รู้ว่านางเปิดอ่านหรือเปล่านะ แต่จุดนั้นเราเจอเรื่องเครียดรัวๆ คนแบบนี้ก็ไม่ควรค่าเหลือไว้ในชีวิตให้หงุดหงิดเปล่าๆ”

 

ผ่านมาแล้ว ไม่กลัวอะไรอีกต่อไป

ปูนได้แต่ถามตัวเองว่า “นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง 5555 เพื่อนในวัย 30 เท่ากันแต่งงานมีลูก ทุกคนก็ยังไม่ค่อยมีใครเอ็กซ์ตรีมแบบจัดหนักขนาดนี้ แต่ทั้งหมดเราเชื่อว่ามันจะต้องผ่านไปได้ไง เราคงไม่ทุกข์แบบนี้ทุกวัน แล้วก็มีพี่ๆ บอกให้สวดมนต์ เราไม่รู้ว่าสวดมนต์แล้วจะช่วยอะไรนะคะ แต่จากที่เคยสิ้นหวังเรื่องพี่ชายเดินไม่ได้ หมอที่ผ่ากระดูกหลังบอกว่าการเดินเป็นศูนย์ แต่ด้วยศรัทธาจากการสวดมนต์หนักๆ หรือการดูแลที่ดีของแม่ก็ตาม พี่ชายกลับมาเดินได้อีกครั้ง!! ลูกก็โตมาเป็นเด็กน่ารักมากๆ ส่วนเรื่องบ้านก็ค่อยๆ ขยับขยายหาที่อยู่ใหม่กันไป รู้ว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แฮปปี้เอนดิ้งของชีวิตหรอก แต่เราก็ยังมีความสุขได้อยู่ ที่สำคัญเรามั่นใจมากเลยว่าถ้าเราผ่านมาหนักขนาดนี้ได้ ถึงจะเกิดเรื่องอะไรอีกวันหน้า เราก็จะต้องตั้งสติแล้วเวลาจะเป็นตัวช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง ใจเย็นๆ อดทนทำดีต่อไปค่ะ”

 

อ่านเรื่องปูนไปแล้ว สาวๆ คนไหนที่กำลังเจอเรื่องแย่ๆ ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองฝืนยิ้มให้ได้ทันที เหมือนเราไปเก็บกดข้างในมากเกินไป ปูนเองก็บอกว่าช่วงนั้นนั่งร้องไห้ทุกวัน แล้วจะมีอยู่วันหนึ่งที่เราคิดได้ ปัญหามันก็คลี่คลายได้นี่นา จะไปซีเรียสทำไม อย่าไปบีบคั้นให้เราต้องเข้มแข็งกันข้ามวันข้ามคืน ปัญหาอาจโถมเข้ามาทีในวันสองวัน แต่กว่าจะแก้ได้ก็ใช้เวลาเป็นปี แต่เชื่อเถอะยังไงก็ต้องมีทางออก คลีโอขอเป็นกำลังใจให้สาวๆ ให้สู้ต่อไป Be Strong Beautifully นะทุกคน…

HOROSCOPE