นักแสดง/ผู้กำกับหญิงสุดสตรอง เจอข่าวหนักมากี่ครั้งก็ไม่ล้ม เพราะเธอเข้มแข็งพอ

ถ้าจะถามว่ามีนักแสดงไทยคนไหนที่เริ่มทำงานมาตั้งแต่เด็ก ชื่อตั๊ก บงกช คงมาลัย หรือ บงกช เบญจรงคกุล นักแสดงหญิงเมืองไทยที่อยู่ในวงการบันเทิงมาแทบจะทั้งชีวิต ผ่านมรสุมมาแล้วหลายเรื่องแต่ยังยืนหยัดได้ จนตอนนี้ผันตัวมาเป็นผู้กำกับมือใหม่ ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Sad Beauty เพื่อนรัก…ฝันสลาย

 

“คุณแม่ลำบากค่ะ แต่ว่าคุณแม่เลี้ยงตั๊กไม่ลำบากเลย”

กว่าเราจะได้เห็นเธอบนหน้าจอ และมีชีวิตที่ดีอย่างนี้ มีคนหนึ่งที่เป็นทั้งแรงผลักดัน และกำลังใจ นั่นคือคุณแม่เล็ก ธนาภาที่ถึงแม้ว่าจะลำบากแค่ไหน ก็ทำได้เพื่อลูก “คุณแม่ลำบากค่ะ แต่ว่าคุณแม่เลี้ยงตั๊กไม่ลำบากเลย คุณแม่ลำบากมาก ต้องขายอาหารตามสั่ง รับจ้างซักผ้า รับจ้างเลี้ยงเด็ก รับจ้างทำงานบ้านด้วย เขาก็ขยัน ทำหลายอย่าง” ซึ่งเธอเองก็ตั้งใจอยากดูแลคุณแม่ ให้ท่านใช้ชีวิตอย่างสบายที่สุด “เราก็บอกกับแม่ว่าถ้าเราสามารถดูแลแม่ได้ ถ้าเรามีงานเข้ามาเรื่อยๆ แม่ไม่ต้องทำงานแล้วนะ แม่หยุดทำงาน แล้วเดี๋ยวตั๊กจะทำงานเอง จะไม่เรียนแล้ว” จนเธอประสบความสำเร็จ ภาพยนตร์ที่เธอแสดงได้กระแสตอบรับดี คุณแม่จึงได้หยุดทำงานจริงจัง

 

 

รับมือกับคำถามเจ็บๆ ตั้งแต่เด็ก

ตั๊กเริ่มเข้าวงการครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 13 ปี แจ้งเกิดจากการถ่ายโฆษณา จนวันหนึ่งได้เข้ามารับบทอีสา ในภาพยนตร์บางระจัน “หลังจากบางระจันฉายปุ๊บ วันรุ่งขึ้นเราก็ถูกนักข่าวเขียนถึงในเชิงที่ไม่ดีเลย แบบทำไมนางเอกคนนี้ได้รับบทเด่น เป็นเพราะใช้เต้าไต่รึเปล่า เราก็รู้สึกว่าเราคิดถูกรึเปล่าที่เข้ามาในวงการบันเทิง เราเสียใจ แม่ก็เสียใจ ไปคุยกับผู้จัดการ เขาก็บอกว่ามันเป็นธรรมดามากๆ ที่ดารากำลังจะดังจะถูกเขียนถึง” หลังจากนั้นเธอเริ่มมีผลงานถ่ายแบบแฟชั่น เล่นละครและภาพยนตร์อีกหลายเรื่องจนมีชื่อเสียงขึ้นมา

 

โดนมาหนักจนเคยอคติกับนักข่าว

ชื่อเสียงที่ต้องแลกมาด้วยข่าวเสียหายสารพัด ทำให้เธอถูกเขียนถึงในทางไม่ดีมาตลอด จนมีอคติกับนักข่าวไปเลย “เคยได้ยินคำว่า เมื่อเราถูกทำร้าย เราก็จะทำร้ายคนอื่นต่อ เหมือนเวลาที่เราอารมณ์เสียมาจากที่ไหนสักที่นึง แล้วเราก็จะมาอารมณ์เสียกับคนอื่นต่อเรามาคิดเราไม่ควรทำอย่างงั้น ถ้าเราถูกนักข่าวว่า เราก็ไม่ควรที่จะไปว่านักข่าวที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย แต่ตอนนั้นตั๊กเหมารวมกันหมดเลย เจอนักข่าวปุ๊บ ตั๊กจะตั้งกำแพง ไมค์จ่อปากปุ๊บ ตั๊กจะคิดลบทันทีว่าคุณต้องมาไม่ดีแน่”

จนเธอได้เรียนรู้ เข้าใจชีวิตมากขึ้น “เรามาเปลี่ยนเพราะเราเพิ่งรู้จักมนุษย์มากขึ้น การจะไปรู้จักคนอื่น เราต้องรู้จักตัวเองได้ก่อน เราพัฒนาความรู้สึกกับคนอื่น เห็นอกเห็นใจ เข้าใจมากขึ้น เราคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้อารมณ์เลย พูดกับเขาดีๆ ก็ได้” ตอนนี้เธอใจเย็น และใช้ชีวิตด้วยความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น เป็นคุณแม่ของลูกชายวัยกำลังโต ‘น้องข้าวหอม’ และเป็นภรรยาที่น่ารักของเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล

 

ผ่านช่วงเวลาที่ต้องเสียแม่ เธอเข้มแข็งขึ้น

หลังประสบความสำเร็จในเรื่องการงาน และครอบครัว ก็ต้องเจอกับข่าวร้าย เมื่อแม่เล็ก ธนาภาเสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ “เป็นช่วงที่เรารู้สึกผิด เคยพูดกับแม่ ‘แม่ไม่ต้องพูดหรอก แม่ไม่ต้องพูดแล้ว’ แล้ววันนึงแม่ก็ใส่ท่อหายใจอยู่หนึ่งปีกับเจ็ดเดือน เราร้องไห้ทุกวันอยากได้ยินเสียงแม่มาก อยากขอโทษแม่ อยากจะให้แม่พูด แต่แม่พูดแล้วไม่ได้ยิน เรารู้สึกว่ามันเป็นเวรกรรม ที่เราพูดว่าไม่อยากฟัง ถ้าตั๊กรู้สักนิดว่าแม่จะเป็นอย่างนี้ตั๊กจะไม่เป็นอย่างนั้นเลย”

ตอนที่แม่เล็กเสีย ตั๊กถึงขั้นเสียสติ คิดอยากจะไปบวช แต่ได้คำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เธอจึงเข้มแข็งขึ้นได้ “ตอนที่แม่เสีย ตั๊กเสียสติมาก นอนไม่หลับ ร้องไห้เยอะมาก แล้วก็จะทิ้งลูก ทิ้งสามีไปบวชเลย จนสามีมาพูดกับตั๊กว่า ‘เธอต้องตั้งสตินะ เธอยังมีลูกที่ต้องดูแล’ สิ่งเดียวที่ตั๊กไม่ยอมคือไม่ยอมให้อภัยตัวเอง เราก็เลยเลิกที่จะโทษตัวเองก่อน ให้อภัยตัวเอง ตั้งใจทำอะไรดีๆ ตั้งจิตอธิษฐานบอกกับแม่ว่าเราจะแก้ไขชีวิตใหม่ให้ดี”

 

ความรักคือการยอม

หลังจากเธอแต่งงานกับสามี เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือน้องข้าวหอม ตั๊กได้เรียนรู้ความหมายของความรักและชีวิตคู่อย่างแท้จริง “รู้สึกว่าความรักคือการยอม เพราะว่าเราเป็นผู้หญิง สามีเราก็เป็นคนโอเค เขาเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าถ้ายอมได้ เรายอม เขาคอยให้กำลังใจ สอนเรา อยู่กับเราตอนที่กำลังแย่ เขาไม่เคยซ้ำเติม” นอกจากความรักและการดูแลเอาใจใส่จากสามีแล้ว เขายังทำให้เธอมีกำลังใจในการใช้ชีวิตด้วย “เขาเป็นคนมีกำลังใจสูง เพราะเขาเป็นนักธุรกิจ เป็นคนไม่เคยยอมแพ้ ถ้าไม่ได้ตรงนี้ไปต่อ ไม่ได้ตรงนี้เอาใหม่ ทำใหม่ ไม่ต้องรอ บางทีเราหยุดเสียใจก่อน เขาบอกไม่ต้องหยุดเสียใจ เรื่องไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา ทำใหม่ ลุยใหม่ เขาเป็นแรงผลักดันที่ดีให้กับเรา”

 

เพื่อนรัก…ฝันสลาย

ตอนนี้ตั๊กกันมารับบทผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของตัวเอง ที่เล่าเรื่องเพื่อนรักจากความทรงจำของตัวเอง “แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนผู้หญิงของตั๊ก เขาเป็นเพื่อนที่ตั๊กรักมาก ไปไหนไปด้วยกัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นคือเขาเป็นมะเร็งที่ตาซ้าย แล้วหลังจากนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป จากผู้หญิงสวย เริ่มป่วย เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงในชั่วพริบตาเดียว ทำให้เรารู้สึกว่า ความตายมันใกล้ตัวมาก ตั๊กก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ให้เห็นความทุกข์ของผู้หญิง ตลอด 12 เดือนที่เขาสู้กับมะเร็ง เขาสู้แบบไม่ได้มีกำลังใจเลย พูดจริงๆ คือเขาไม่ได้สู้หรอก เขายอมรับมันมากกว่า”

 

 

นอกจากพล็อตเรื่องจะน่าสนใจแล้ว เธอยังได้นักแสดงมีความสามารถมาถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเธอและเพื่อนสนิทด้วย ได้แก่ ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์ รับบทโย และ แอม-ภัควดี เพ็งสุวรรณ นักแสดงใหม่ มารับบท พิม ซึ่งในเรื่องมีฉากพีคๆ ที่แอมตั้งใจทุ่มสุดตัวด้วย “มีฉากโกนหัวค่ะ เราตัดสินใจโกนหัวจริงๆ พี่ตั๊กเขาก็บอกนะว่าไม่ต้องเกรงใจนะ แต่เราโอเค อยากโกน เราอ่านบทมาก่อนหน้านั้นแล้วมันอิน แล้วถ้าคนดูได้เห็นภาพนี้ มันจะอินไปกับเรา” เรื่องนี้ทั้งผู้กำกับและนักแสดงต่างก็ทุ่มสุดตัว ตั๊กถึงขั้นถึงกับร้องไห้ไปกำกับไป เป็นภาพยนตร์แนวผู้หญิงที่เล่าความรักระหว่างเพื่อนได้อย่างลึกซึ้งอีกเรื่องที่ผู้หญิงควรติดตามดู

 

หลังพูดคุยกันมาสักพัก ทั้งเรื่องชีวิตและการทำงาน เราได้รู้จักตั๊ก บงกช มากขึ้น เธอเป็นผู้หญิงที่มีแง่มุมความคิดดีๆ และโตขึ้นมาก แม้ว่าจะต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ ทั้งคำครหานินทา ข่าวเสียหาย แต่ยังเข้มแข็งและผ่านมาได้ เป็นนักแสดงอีกคนที่ถึงจะเจอข่าวเสียๆ ก็ยังก้าวต่อไปได้อย่างสวยงาม และใช้ความสามารถที่มีพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น

HOROSCOPE