ถามใจตัวเองบ่อยๆ แบบนี้เราโอเคมั้ย? - CLEO Thailand Online Magazine

ถามใจตัวเองบ่อยๆ แบบนี้เราโอเคมั้ย?

เราอาจพยายามกินเฮลธ์ตี้แทบตาย หรือขุดตัวเองให้เข้าฟิตเนสอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อดูแลร่างกายให้เฟิร์ม แต่สมองของเราก็ต้องการการเอาใจใส่เหมือนกันนะ ร่างกายเริ่ดแล้วจิตใจก็ต้องแจ่มแจ๋วไม่แพ้กัน ลองถามคำถามง่าย ๆ พวกนี้กับตัวเองเพื่อเช็คใจคุณดูซะหน่อย

 

 

ฉันกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่? 

ดร.โจแอนน์ ลูกิ้นส์ นักจิตวิทยาอธิบายว่าการหมั่นสำรวจอารมณ์ของตัวเองบ่อย ๆ เป็นขั้นแรกของการมีเชาว์อารมณ์ (Emotional Intelligence – EQ) หรืออีคิวที่ดี และส่งผลให้เรามีความพอใจในชีวิตมากขึ้นและประสบความสำเร็จทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานมากขึ้นด้วย 

 

รินทร์บอกว่าเรื่องนี้จริงที่สุด “การที่ฉันรู้อารมณ์ตัวเองอยู่เสมอช่วยให้ฉันโฟกัสภาพใหญ่ของชีวิตได้ค่ะ วันไหนที่ฉันรู้สึกกังวลหรือไม่สบาย ฉันก็จะถามตัวเองว่าฉันรู้สึกยังไงและทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น อันนี้ไม่ใช่ว่าพยายามปลอบตัวเองให้รู้สึกดีขึ้นในขณะนั้นนะคะ แต่มันเป็นเหมือนกับการบอกกับตัวเองมากกว่าว่าความจริงแล้วอะไร ๆ มันก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นหรอก” 

 

ถ้าคุณอยากจะลองสำรวจอารมณ์ตัวเองดูบ้าง อเล็คส์ ชบิโนสกี้ นักจิตวิทยาแนะนำว่าให้คุณเขียนไดอารี่เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ในแต่ละวัน ลองเขียนว่าคุณรู้สึกยังไงแล้วตอบคำถามดูว่าจะทำยังไงให้พรุ่งนี้ดีขึ้นกว่าวันนี้ได้บ้าง

 

 

ทำไมฉันถึงรู้สึกอย่างนี้? 

พอเรารู้ละว่ารู้สึกยังไง ทีนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น ดร.ลูกิ้นส์ชี้ว่า “ถ้าคุณไม่รู้ว่าอารมณ์นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร คุณก็จะรับมือกับมันไม่ถูก เพราะอารมณ์ต่าง ๆ ของคนเรามักจะเป็นการตอบสนองกับสถานการณ์ ถ้าคุณรู้ต้นเหตุ คุณก็จะจัดการกับเรื่องนั้นได้ดีขึ้นและช่วยให้คุณใจเย็นขึ้น” 

 

หนึ่งสาวที่ได้เรียนรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหนคือหวาน เธอเล่าว่า “ตอนเราเป็นวัยรุ่น เวลาที่รู้สึกโกรธหรือไม่สบายใจ เราจะทำเป็นลืม ๆ มันไปซะ ตอนนี้เราโตขึ้น เลยรู้แล้วว่าการพยายามหาคำตอบกับตัวเองว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เรากังวลมันเวิร์คกว่ากันเยอะ  พอเข้าใจว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้ เราเลยสามารถแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาได้และทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้จริง ๆ” 

 

 

ทำไมฉันถึงโกรธ? 

ดร.ลูกิ้นส์อธิบายให้เราฟังว่า “ความรู้สึกโกรธมักจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกหวั่นใจกับสถานการณ์นั้น ๆ เช่นถ้าคุณโกรธเพื่อนที่ไปดริ๊งค์วันศุกร์แล้วไม่ชวน นั่นเป็นเพราะคุณกลัวถูกเพื่อนทิ้ง คุณต้องซื่อตรงกับตัวเอง ถ้าคุณโกรธ นั่นหมายว่าคุณกำลังกลัวอะไรซักอย่าง คุณต้องเผชิญหน้ากับความกลัวนั้นแล้วคุณจะผ่านพ้นมันไปได้ค่ะ” 

 

 


ฉันเศร้าเกินไปรึเปล่า?

ถ้าเราแค่เศร้าน้ำตาตกเพราะหนังรักโรแมนติกสุดซึ้งก็คงจะดี แต่ในชีวิตจริงมันมีเรื่องหนัก ๆ ที่เราก็ไม่อยากเจอแต่ต้องทำให้เราเศร้าหมองมากมาย ดร.ลูกิ้นส์บอกว่าความเศร้าเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ถ้าอารมณ์หมองหม่นนั้นเริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของคุณเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน แปลว่ามันไม่ปกติแล้ว ถ้าคุณรู้สึกดาวน์มากกว่าสองอาทิตย์ คุณควรจะปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้นานกว่านี้ 

 

 

ความกังวลใจของฉันเป็นเรื่องธรรมดารึเปล่า? 

ความกังวลจะทำให้คุณไม่สามารถเอ็นจอยชีวิตได้ แถมในระยะยาว มันยังอาจกระทบกับความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเองของคุณได้อีกด้วย ดร.ลูกิ้นส์แนะนำว่าวิธีการง่าย ๆ ที่จะจัดการกับความกังวลของคุณได้ คือฝึกหายใจเป็นจังหวะ ให้กำลังใจตัวเอง และพูดคุยกับคนที่คุณเชื่อใจ ถ้าทำแล้วทุกอย่างตามนี้แล้วยังไม่เวิร์ค คุณอาจต้องลองปรึกษาจิตแพทย์ดู 

 

 

ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีแรงผลักดันแค่ไหน?

แรงผลักดันในตัวเองไม่ได้หมายถึงแค่การฮึดสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่เรารู้ว่าจุดมุ่งหมายของเราคืออะไรและจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ยังไง ชบิโนสกี้อธิบายว่า “จุดหมายในชีวิตทำให้คุณรู้สึกอยากก้าวหน้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสุขเลยครับ ถ้าคุณยังหาแรงบันดาลใจของตัวเองไม่เจอ ให้คุณลองเขียนข้อดีของการบรรลุเป้าหมายอะไรซักอย่างได้ แล้วลองพยายามทำให้ได้ตามนั้น” 

 

 

ฉันกับเพื่อนเป็นยังไงบ้าง?

ชบิโนสกี้บอกว่าเรื่องของสุขภาพใจยังเกี่ยวข้องกับวิธีการที่คุณปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น “เราเป็นสัตว์สังคมครับ ในสังคมก็มีอารมณ์ต่างๆ มากมาย คุณต้องสร้างสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เวลาทักทายกันแล้วถามว่า “เป็นยังไงบ้าง” ให้คุณฟังคำตอบของเขาอย่างจริงจังและพยายามเข้าใจถึงความรู้สึกของคนที่คุณคุยด้วย เปิดใจให้กว้างและอย่าลืมยิ้มด้วยนะครับ” 

 

 

HOROSCOPE